คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9056/2550 ฉบับเต็ม

#412231
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9056/2550 นายไฮน์ริคหรือเฮนริคหรือเฮ็นริค บวร์กฮาร์ท หรือเบร์กฮาร์หรือเบิกฮาด์ โจทก์ นายวิชิต พระอัมพร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองพร้อมจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินจากชื่อจำเลยเป็นชื่อ ส. มิฉะนั้นให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อได้ให้จำเลยคืนเงิน 1,350,000 บาท แก่โจทก์ ดังนี้ การชำระหนี้ต้องเป็นไปตามลำดับในคำพิพากษา มิใช่กรณีให้สิทธิจำเลยเลือกชำระหนี้ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 198, 199 เมื่อการจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินไม่อาจปฏิบัติได้ เพราะกรมที่ดินไม่อนุญาตเนื่องจากเป็นการถือครองที่ดินแทนสามีคนต่างด้าว และไม่เข้าเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงต้องขายทอดตลาดที่ดินพิพาทแล้วนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองพร้อมจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2291เนื้อที่ 19 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา จากชื่อจำเลยเป็นชื่อนางสาวสุวรรณามิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนชื่อได้ ให้จำเลยคืนเงิน 1,350,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอหมายบังคับและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2291 เพื่อนำออกขายทอดตลาด จำเลยยื่นคำร้องว่า การยึดที่ดินพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27, 271, 272 และมิได้บังคับคดีไปตามลำดับของคำพิพากษา ขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า คำร้องของจำเลยมิใช่เป็นการทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 แต่พอแปลได้ว่าเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 พิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรงดการขายทอดตลาดที่ดินตามคำร้องให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า มีเหตุสมควรที่จำเลยจะได้รับการคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองพร้อมจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2291 จากชื่อจำเลยเป็นชื่อนางสาวสุวรรณามิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อได้ให้จำเลยคืนเงิน 1,350,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ดังนี้ การชำระหนี้ต้องเป็นไปตามลำดับในคำพิพากษา มิใช่กรณีให้สิทธิจำเลยเลือกชำระหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198, 199 เมื่อการจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโย่ชน์เลขที่ 2291 ไม่อาจปฏิบัติได้ เพราะกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยไม่อนุญาต เนื่องจากเป็นการถือครองที่ดินแทนสามีคนต่างด้าว และไม่เข้าเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวตามที่กำหนดไว้ในหมวด 8 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จึงต้องดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมดแล้วนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า คดีไม่มีเหตุสมควรงดการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทและมีคำสั่งให้ยกคำร้องนั้น ชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระวัฒน์ ปวราจารย์-มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-บุญส่ง กุลบุปผา) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412231
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013154"
    }
}
date
2550
deka_no
9056/2550
deka_running_no
9056
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "บุญส่ง กุลบุปผา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายไฮน์ริคหรือเฮนริคหรือเฮ็นริค บวร์กฮาร์ท"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "หรือเบร์กฮาร์หรือเบิกฮาด์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิชิต พระอัมพร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองพร้อมจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2291เนื้อที่ 19 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา จากชื่อจำเลยเป็นชื่อนางสาวสุวรรณามิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนชื่อได้ ให้จำเลยคืนเงิน 1,350,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอหมายบังคับและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2291 เพื่อนำออกขายทอดตลาด

จำเลยยื่นคำร้องว่า การยึดที่ดินพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27, 271, 272 และมิได้บังคับคดีไปตามลำดับของคำพิพากษา ขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า คำร้องของจำเลยมิใช่เป็นการทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 แต่พอแปลได้ว่าเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 พิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรงดการขายทอดตลาดที่ดินตามคำร้องให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า มีเหตุสมควรที่จำเลยจะได้รับการคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองพร้อมจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2291 จากชื่อจำเลยเป็นชื่อนางสาวสุวรรณามิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อได้ให้จำเลยคืนเงิน 1,350,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ดังนี้ การชำระหนี้ต้องเป็นไปตามลำดับในคำพิพากษา มิใช่กรณีให้สิทธิจำเลยเลือกชำระหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198, 199 เมื่อการจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโย่ชน์เลขที่ 2291 ไม่อาจปฏิบัติได้ เพราะกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยไม่อนุญาต เนื่องจากเป็นการถือครองที่ดินแทนสามีคนต่างด้าว และไม่เข้าเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวตามที่กำหนดไว้ในหมวด 8 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จึงต้องดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมดแล้วนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า คดีไม่มีเหตุสมควรงดการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทและมีคำสั่งให้ยกคำร้องนั้น ชอบแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000651.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550