คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8872/2547 ฉบับเต็ม

#412263
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8872/2547 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายสังเวียน ฤทธิภา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 166 โจทก์เคยขอเลื่อนคดีมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยอ้างเหตุไม่มีพยานมาศาล เพราะโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ซึ่งศาลชั้นต้นอาศัยหลักประโยชน์แห่งความยุติธรรมอนุญาตให้เลื่อนคดี เมื่อถึงวันนัดซึ่งโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่โจทก์ก็ยังไม่มาศาลอีก โดยข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนได้ความว่า โจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน นอกจากนี้ศาลชั้นต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกโจทก์หลายครั้งตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกา จนถึง 11.50 นาฬิกา และยังให้เจ้าหน้าที่ติดตามโจทก์ตามห้องพิจารณาต่าง ๆ อีกตั้งแต่เวลา 11 นาฬิกา ถึง 11.50 นาฬิกา ทั้งยังได้โทรศัพท์แจ้งโจทก์ถึงเหตุที่ไม่มาศาลเพื่อให้โจทก์ดำเนินการอย่างไรต่อไปกับคดีนี้ที่สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด แต่โจทก์ก็ยังไม่มาศาล แม้โจทก์จะอ้างว่า ก. พนักงานอัยการโจทก์เจ้าของสำนวนเจ็บป่วยซึ่งโดยพยาธิสภาพของ ก. ทำให้หลงลืมที่จะมอบสำนวนคดีนี้ให้พนักงานอัยการคนอื่นดำเนินการแทน กรณีเป็นเรื่องภายในของโจทก์ที่จะต้องมอบหมายสำนวนให้พนักงานอัยการผู้อื่นดำเนินคดีแทน ซี่งสามารถกระทำได้ เพราะวันดังกล่าว ก. ยังมาทำงานที่สำนักงานอัยการอยู่ ถ้าป่วยเจ็บจนถึงขนาดไม่สามารถมาศาลเพื่อสีบพยานโจทก์ได้ ก็น่าจะมอบหมายให้พนักงานอัยการผู้อื่นทำหน้าที่แทนหากกลับบ้านไปพักรักษาตัว แต่ก็หาได้กระทำไม่ อันเป็นความบกพร่องของโจทก์เอง พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่มาศาลเพราะไม่สนใจต่อเวลานัดของศาลและไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัด หาใช่ไม่ได้มาศาลเพราะมีเหตุอันสมควรไม่ จึงไม่มีเหตุจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 โจทก์ยื่นคำร้องว่า วันนัดสืบพยานโจทก์ เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นโทรศัพท์ไปที่สำนักงานของโจทก์เพื่อแจ้งให้นายกิตติพงษ์พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนไปศาล เจ้าหน้าที่ธุรการของสำนักงานของโจทก์ให้นายกิตติพงษ์ทราบแล้ว แต่นายกิตติพงษ์ป่วยกะทันหันและกลับบ้านไปรักษาตัวโดยไม่ใด้แจ้งอัยการจังหวัดหรือพนักงานอัยการคนอื่นทราบ และไม่ได้มอบหมายให้พนักงานอัยการคนอื่นดำเนินคดีแทน ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่ามีเหตุสมควรที่จะให้ยกคดีของโจทก์คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 นายกิตติพงษ์พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนป่วย ปรากฏตามใบรับรองการเจ็บป่วยของคลินิกประสงค์การแพทย์ ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2545 ที่โจทก์อ้างส่งศาล ซึ่งในใบรับรองการเจ็บป่วยดังกล่าวได้รับรองว่านายกิตติพงษ์ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ควรพักผ่อนรักษาตัว 3 วัน ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เคยขอเลื่อนคดีมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยอ้างเหตุไม่มีพยานมาศาล เพราะโจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ซึ่งศาลชั้นต้นอาศัยหลักประโยชน์แห่งความยุติธรรมอนุญาตให้เลื่อนคดี เมื่อถึงวันนัดซึ่งโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่โจทก์ก็ยังไม่มาศาลอีก โดยข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสำนวนได้ความว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน นอกจากนี้ศาลชั้นต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกโจทก์หลายครั้งตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกา จนถึง 11.50 นาฬิกา และยังให้เจ้าหน้าที่ติดตามโจทก์ตามห้องพิจารณาต่าง ๆ อีกตั้งแต่เวลา 11 นาฬิกา ถึง 11.50 นาฬิกา ทั้งยังได้โทรศัพท์แจ้งโจทก์ถึงเหตุที่ไม่มาศาลเพื่อให้โจทก์ดำเนินการอย่างไรต่อไปกับคดีนี้ที่สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดตามรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 แต่โจทก์ก็ยังไม่มาศาล แม้โจทก์จะอ้างว่านายกิตติพงษ์พนักงานอัยการโจทก์เจ้าของสำนวนเจ็บป่วยซึ่งโดยพยาธิสภาพของนายกิตติพงษ์ทำให้หลงลืมที่จะมอบสำนวนคดีนี้ให้พนักงานอัยการคนอื่นดำเนินการแทน กรณีเป็นเรื่องภายในของโจทก์ที่จะต้องมอบหมายสำนวนให้พนักงานอัยการผู้อื่นดำเนินคดีแทน ซึ่งสามารถกระทำได้ เพราะวันดังกล่าวนายกิตติพงษ์ยังมาทำงานที่สำนักงานอัยการอยู่ ถ้าป่วยเจ็บจนถึงขนาดไม่สามารถมาศาลเพื่อสืบพยานโจทก์ได้ ก็น่าจะมอบหมายให้พนักงานอันเป็นความบกพร่องของโจทก์เอง พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่มาศาลเพราะไม่สนใจต่อเวลานัดของศาล และไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัด หาใช่ไม่ได้มาศาลเพราะมีเหตุอันสมควรไม่จึงไม่มีเหตุจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ฎีกาของโจทก์ประการอื่นมิใช่เหตุอันสมควรที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่แต่อย่างใด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุรพล เอกโยคยะ-ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412263
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036635"
    }
}
date
2547
deka_no
8872/2547
deka_running_no
8872
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เอกโยคยะ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 166"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสังเวียน ฤทธิภา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181

โจทก์ยื่นคำร้องว่า วันนัดสืบพยานโจทก์ เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นโทรศัพท์ไปที่สำนักงานของโจทก์เพื่อแจ้งให้นายกิตติพงษ์พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนไปศาล เจ้าหน้าที่ธุรการของสำนักงานของโจทก์ให้นายกิตติพงษ์ทราบแล้ว แต่นายกิตติพงษ์ป่วยกะทันหันและกลับบ้านไปรักษาตัวโดยไม่ใด้แจ้งอัยการจังหวัดหรือพนักงานอัยการคนอื่นทราบ และไม่ได้มอบหมายให้พนักงานอัยการคนอื่นดำเนินคดีแทน ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่ามีเหตุสมควรที่จะให้ยกคดีของโจทก์คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 นายกิตติพงษ์พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนป่วย ปรากฏตามใบรับรองการเจ็บป่วยของคลินิกประสงค์การแพทย์ ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2545 ที่โจทก์อ้างส่งศาล ซึ่งในใบรับรองการเจ็บป่วยดังกล่าวได้รับรองว่านายกิตติพงษ์ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ควรพักผ่อนรักษาตัว 3 วัน ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เคยขอเลื่อนคดีมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยอ้างเหตุไม่มีพยานมาศาล เพราะโจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ซึ่งศาลชั้นต้นอาศัยหลักประโยชน์แห่งความยุติธรรมอนุญาตให้เลื่อนคดี เมื่อถึงวันนัดซึ่งโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่โจทก์ก็ยังไม่มาศาลอีก โดยข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสำนวนได้ความว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน นอกจากนี้ศาลชั้นต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกโจทก์หลายครั้งตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกา จนถึง 11.50 นาฬิกา และยังให้เจ้าหน้าที่ติดตามโจทก์ตามห้องพิจารณาต่าง ๆ อีกตั้งแต่เวลา 11 นาฬิกา ถึง 11.50 นาฬิกา ทั้งยังได้โทรศัพท์แจ้งโจทก์ถึงเหตุที่ไม่มาศาลเพื่อให้โจทก์ดำเนินการอย่างไรต่อไปกับคดีนี้ที่สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดตามรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 แต่โจทก์ก็ยังไม่มาศาล แม้โจทก์จะอ้างว่านายกิตติพงษ์พนักงานอัยการโจทก์เจ้าของสำนวนเจ็บป่วยซึ่งโดยพยาธิสภาพของนายกิตติพงษ์ทำให้หลงลืมที่จะมอบสำนวนคดีนี้ให้พนักงานอัยการคนอื่นดำเนินการแทน กรณีเป็นเรื่องภายในของโจทก์ที่จะต้องมอบหมายสำนวนให้พนักงานอัยการผู้อื่นดำเนินคดีแทน ซึ่งสามารถกระทำได้ เพราะวันดังกล่าวนายกิตติพงษ์ยังมาทำงานที่สำนักงานอัยการอยู่ ถ้าป่วยเจ็บจนถึงขนาดไม่สามารถมาศาลเพื่อสืบพยานโจทก์ได้ ก็น่าจะมอบหมายให้พนักงานอันเป็นความบกพร่องของโจทก์เอง พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่มาศาลเพราะไม่สนใจต่อเวลานัดของศาล และไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัด หาใช่ไม่ได้มาศาลเพราะมีเหตุอันสมควรไม่จึงไม่มีเหตุจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ฎีกาของโจทก์ประการอื่นมิใช่เหตุอันสมควรที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่แต่อย่างใด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000865.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547