คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2496/2551 ฉบับเต็ม

#412310
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2496/2551 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายบุญยัง คงปั้นหรือดงปั้น ผู้ร้อง นายวัยชัย นิ่มทรงประเสริฐ จำเลย ป.อ. มาตรา 36 ป.พ.พ. มาตรา 459 ขณะที่ผู้ร้องและจำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ของกลางกันจำเลยยังไม่ได้ส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องและผู้ร้องยังค้างชำระราคาเป็นเงิน 50,000 บาท โดยจำเลยจะส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องในวันที่ได้รับชำระราคาส่วนที่เหลือ จึงเป็นสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขตาม ป.พ.พ. มาตรา 459 กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางยังไม่โอนไปจนกว่าผู้ร้องจะได้ชำระราคาและโอนทะเบียนกัน ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางที่แท้จริง ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางตาม ป.อ. มาตรา 36 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 297 (8) และริบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ท-6927 นครปฐม ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน ท-6827 นครปฐม ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถยนต์ของกลางผู้แก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่ประโยชน์ของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยนำรถยนต์หมายเลขทะเบียน ท-6827 นครปฐม ของกลางไปใช้กระทำความผิดในคดีนี้ และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางที่แท้จริงหรือไม่ ผู้ร้องมีตัวผู้ร้อง จำเลย และนายบุญสม เอี่ยมสมบูรณ์เบิกความเป็นพยานว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2547 ผู้ร้องซื้อรถยนต์ของกลางจากจำเลย ในราคา 150,000 บาท ชำระเงินในวันทำสัญญา 100,000 บาท ส่วนที่เหลือจะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน 2548 ตามหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ร.1 เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ร.1 จำเลยตกลงจะส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องในวันที่ได้รับชำระราคาในส่วนที่ค้างอยู่จนครบ และได้ความจากผู้ร้องว่า ผู้ร้องและจำเลยตกลงกันว่าเมื่อผู้ร้องยังชำระราคาไม่ครบ จำเลยขอนำรถยนต์ของกลางไปใช้ก่อนฟังได้ว่า ขณะที่ผู้ร้องและจำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ของกลางกันจำเลยยังไม่ได้ส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องและผู้ร้องยังค้างชำระราคาเป็นเงิน 50,000 บาท โดยจำเลยจะส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องในวันที่ได้รับชำระราคาส่วนที่เหลือ ดังนี้สัญญาซื้อขายดังกล่าว จึงเป็นสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางยังไม่โอนไปจนกว่าผู้ร้องจะได้ชำระราคาและโอนทะเบียนกัน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางจึงยังเป็นของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางที่แท้จริง ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน (ชัช ชลวร-วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์-บวร กุลทนันทน์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412310
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010662"
    }
}
date
2551
deka_no
2496/2551
deka_running_no
2496
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชัช ชลวร",
    "วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์",
    "บวร กุลทนันทน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 459"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายบุญยัง คงปั้นหรือดงปั้น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัยชัย นิ่มทรงประเสริฐ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 297 (8) และริบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ท-6927 นครปฐม ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน ท-6827 นครปฐม ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถยนต์ของกลางผู้แก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่ประโยชน์ของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยนำรถยนต์หมายเลขทะเบียน ท-6827 นครปฐม ของกลางไปใช้กระทำความผิดในคดีนี้ และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางที่แท้จริงหรือไม่ ผู้ร้องมีตัวผู้ร้อง จำเลย และนายบุญสม เอี่ยมสมบูรณ์เบิกความเป็นพยานว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2547 ผู้ร้องซื้อรถยนต์ของกลางจากจำเลย ในราคา 150,000 บาท ชำระเงินในวันทำสัญญา 100,000 บาท ส่วนที่เหลือจะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน 2548 ตามหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ร.1 เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ร.1 จำเลยตกลงจะส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องในวันที่ได้รับชำระราคาในส่วนที่ค้างอยู่จนครบ และได้ความจากผู้ร้องว่า ผู้ร้องและจำเลยตกลงกันว่าเมื่อผู้ร้องยังชำระราคาไม่ครบ จำเลยขอนำรถยนต์ของกลางไปใช้ก่อนฟังได้ว่า ขณะที่ผู้ร้องและจำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ของกลางกันจำเลยยังไม่ได้ส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องและผู้ร้องยังค้างชำระราคาเป็นเงิน 50,000 บาท โดยจำเลยจะส่งมอบรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องในวันที่ได้รับชำระราคาส่วนที่เหลือ ดังนี้สัญญาซื้อขายดังกล่าว จึงเป็นสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางยังไม่โอนไปจนกว่าผู้ร้องจะได้ชำระราคาและโอนทะเบียนกัน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางจึงยังเป็นของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางที่แท้จริง ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000629.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551