คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7822/2547 ฉบับเต็ม

#412317
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7822/2547 นายศักดิ์ชัย ตั้งเทียนชัยชนะ โจทก์ นายทวีป เตียรักษ์กิจสกุล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 421, มาตรา 1330 ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 309 ทวิ การพิจารณาเรื่องอำนาจฟ้องต้องพิจารณาในขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาล โจทก์ประมูลซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งศาล ดังนั้นนับแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ทอดตลาดแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้ โจทก์ย่อมมีสิทธิในทรัพย์พิพาทโดยบริบรูณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 อันเป็นกฎหมายสารบัญญัติแม้ภายหลังการขายทอดตลาดจำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ ซึ่งเป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลก็ตามคงเป็นเพียงการร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดเท่านั้น หาใช่เรื่องการขายทอดตลาดตกเป็นโมฆะไม่ และตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดสิทธิของโจทก์ในทรัพย์พิพาทก็ยังคงบริบูรณ์อยู่ คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีสบัญญัติของจำเลยไม่กระทบต่อสิทธิของโจทก์ตามกฎหมายสารบัญญัติ จำเลยไม่มีสิทธิใด ๆ ในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป เมื่อโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไปจากทรัพย์พิพาทและจำเลยเพิกเฉยโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากทรัพย์พิพาท และเรียกค่าเสียหายจากการเพิกเฉยไม่ออกไปจากทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์ด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 550/265 โดยประมูลซื้อได้จากการขายทอดตลาดในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นและชำระราคาครบถ้วนแล้ว โจทก์แจ้งให้จำเลยซึ่งเดิมเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยและบริวารเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายออกไปจนสิ้นเชิง จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาทยังเป็นของจำเลย การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทได้กระทำโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 309 ทวิ เป็นการขายโดยไม่สุจริต ขายราคาต่ำมากเกินสมควรโดยเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างโจทก์และผู้เข้าสู้ราคา จำเลยยื่นคำร้องให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล คำร้องของจำเลยมีเหตุเพียงพอที่ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด การที่จำเลยพักอาศัยในทรัพย์พิพาทจึงไม่เป็นการละเมิด โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายและไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ทรัพย์พิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยบริวารพร้อมกับให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาทที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นทาวน์เฮาส์เลขที่ 550/265 ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาท และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ5,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะได้ออกไปและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาทจนเสร็จสิ้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 550/265 อันเป็นทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดในคดีหมายเลขแดงที่ 21260/2538 ของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากทรัพย์พิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การพิจารณาเรื่องอำนาจฟ้องต้องพิจารณาในขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาล คดีนี้โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งศาล ดังนั้น นับแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ทอดตลาดแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้โจทก์ย่อมได้สิทธิในทรัพย์พิพาทโดยบริบรูณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 อันเป็นกฎหมายสารบัญญัติ แม้ภายหลังการขายทอดตลาด จำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ ซึ่งเป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลก็ตาม คงเป็นเพียงการร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดเท่านั้น หาใช่เรื่องการขายทอดตลาดตกเป็นโมฆะไม่ และตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด สิทธิของโจทก์ในทรัพย์พิพาทก็ยังคงบริบูรณ์อยู่ คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีสบัญญัติของจำเลยไม่กระทบต่อสิทธิของโจทก์ตามกฎหมายสารบัญญัติ จำเลยไม่มีสิทธิใด ๆ ในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป เมื่อโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกจากทรัพย์พิพาทและจำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากทรัพย์พิพาท สำหรับปัญหาเรื่องค่าเสียหาย การที่จำเลยเพิกเฉยไม่ออกไปจากทรัพย์พิพาทย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายแต่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นั้น เป็นจำนวนที่สูงเกินไป เนื่องจากทรัพย์พิพาทเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น กว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร มีเพียง 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ 10 ตารางวา และทำเลอยู่สุดซอย เมื่อพิจารณาประกอบกับทางได้เสียของโจทก์แล้ว เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เพียงเดือนละ 3,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 3,000 บาท (สุเทพ เจตนาการณ์กุล-จรัส พวงมณี-จรูญวิทย์ ทองสอน) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412317
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037434"
    }
}
date
2547
deka_no
7822/2547
deka_running_no
7822
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล",
    "จรัส พวงมณี",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 421",
            "ม. 1330"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 309 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายศักดิ์ชัย ตั้งเทียนชัยชนะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทวีป เตียรักษ์กิจสกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 550/265 โดยประมูลซื้อได้จากการขายทอดตลาดในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นและชำระราคาครบถ้วนแล้ว โจทก์แจ้งให้จำเลยซึ่งเดิมเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยและบริวารเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายออกไปจนสิ้นเชิง

จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาทยังเป็นของจำเลย การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทได้กระทำโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 309 ทวิ เป็นการขายโดยไม่สุจริต ขายราคาต่ำมากเกินสมควรโดยเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างโจทก์และผู้เข้าสู้ราคา จำเลยยื่นคำร้องให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล คำร้องของจำเลยมีเหตุเพียงพอที่ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด การที่จำเลยพักอาศัยในทรัพย์พิพาทจึงไม่เป็นการละเมิด โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายและไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ทรัพย์พิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยบริวารพร้อมกับให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาทที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นทาวน์เฮาส์เลขที่ 550/265 ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาท และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ5,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะได้ออกไปและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาทจนเสร็จสิ้น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 92998 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 550/265 อันเป็นทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดในคดีหมายเลขแดงที่ 21260/2538 ของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากทรัพย์พิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การพิจารณาเรื่องอำนาจฟ้องต้องพิจารณาในขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาล คดีนี้โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งศาล ดังนั้น นับแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ทอดตลาดแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้โจทก์ย่อมได้สิทธิในทรัพย์พิพาทโดยบริบรูณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 อันเป็นกฎหมายสารบัญญัติ แม้ภายหลังการขายทอดตลาด จำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ ซึ่งเป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลก็ตาม คงเป็นเพียงการร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดเท่านั้น หาใช่เรื่องการขายทอดตลาดตกเป็นโมฆะไม่ และตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด สิทธิของโจทก์ในทรัพย์พิพาทก็ยังคงบริบูรณ์อยู่ คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีสบัญญัติของจำเลยไม่กระทบต่อสิทธิของโจทก์ตามกฎหมายสารบัญญัติ จำเลยไม่มีสิทธิใด ๆ ในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป เมื่อโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกจากทรัพย์พิพาทและจำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากทรัพย์พิพาท สำหรับปัญหาเรื่องค่าเสียหาย การที่จำเลยเพิกเฉยไม่ออกไปจากทรัพย์พิพาทย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายแต่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นั้น เป็นจำนวนที่สูงเกินไป เนื่องจากทรัพย์พิพาทเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น กว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร มีเพียง 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ 10 ตารางวา และทำเลอยู่สุดซอย เมื่อพิจารณาประกอบกับทางได้เสียของโจทก์แล้ว เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เพียงเดือนละ 3,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 3,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000872.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547