คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12055/2547 ฉบับเต็ม

#412352
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12055/2547 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทโซนี่ มิวสิค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อิ้งค์ กับพวก ผู้ร้อง นางกณิชชา วรกุลปัญญาเลิศ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 การถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิของผู้เสียหาย เมื่อได้มีการถอนคำร้องทุกข์แล้ว สิทธินำคดีอาญาความผิดอันยอมความได้นั้นมาฟ้องผู้กระทำผิดย่อมเป็นอันระงับไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ฯ มาตรา 38 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ซึ่งการขอถอนคำร้องทุกข์จะกระทำต่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ หรือศาลก็ได้ แม้คดีจะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว เพราะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดให้ต้องถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลเท่านั้น เมื่อคดีนี้ได้มีการถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องจำเลยย่อมเป็นอันระงับไป และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดี ส่วนการที่ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวน และเพิกถอนคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องและคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น แม้ผู้ร้องทั้งห้าจะอ้างว่า ส. ไม่ได้รับมอบอำนาจช่วงให้ทำการถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ หรือได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกล่าวโทษ ส. ในข้อหาแจ้งความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ แต่ข้ออ้างของผู้ร้องทั้งห้าขัดกับหลักฐานที่ปรากฏต่อศาล จึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งจำหน่ายคดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องขอให้ไต่สวนของผู้ร้องทั้งห้ามานั้นได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง นายสนธยาในฐานะผู้รับมอบอำนาจผู้เสียหายทั้งห้ายื่นคำร้องว่าผู้เสียหายทั้งห้าตกลงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว โดยจำเลยรับทราบและยินยอมให้ศาลจำหน่ายคดีตามคำร้องฉบับลงวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสอบโจทก์ซึ่งแถลงไม่คัดค้าน จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ยื่นคำร้องว่านายสนธยาไม่ได้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินการถอนคำร้องทุกข์ต่อจำเลย ขอให้ศาลดำเนินการไต่สวนคำร้อง และเพิกถอนคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องและคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจฉบับลงววันที่ 1 ตุลาคม 2546 ให้อำนาจแก่นายสนธยาประนีประนอมยอมความกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ และถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2546 และเป็นการมอบอำนาจทั่วไป จึงอยู่ในขอบเขตของหนังสือมอบอำนาจ ส่วนผู้เสียหายจะมีข้อตกลงอย่างไรกับนายสนธยาในขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "การถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิของผู้เสียหาย เมื่อได้มีการถอนคำร้องทุกข์แล้ว สิทธินำคดีอาญาความผิดอันยอมความได้นั้นมาฟ้องผู้กระทำผิดย่อมเป็นอันระงับไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ซึ่งการขอถอนคำร้องทุกข์นั้นจะกระทำต่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ หรือศาลก็ได้ แม้คดีจะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแล้วก็ตาม เพราะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดให้ต้องถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลเท่านั้น เมื่อคดีนี้ได้มีการถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว สิทธิในการนำคดีนี้ของโจทก์มาฟ้องจำเลยย่อมเป็นอันระงับไป และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดี ส่วนการที่ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนและเพิกถอนคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องและคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความและยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น แม้ผู้ร้องทั้งห้าจะอ้างในทำนองว่า นายสนธยาไม่ได้รับมอบอำนาจช่วงให้ทำการถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ก็ดี หรือได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกล่าวโทษนายสนธยาในข้อหาแจ้งความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จก็ดี แต่ข้ออ้างของผู้ร้องทั้งห้าขัดกับหลักฐานที่ปรากฏต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งจำหน่ายคดีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้ไต่สวนของผู้ร้องทั้งห้ามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งห้าฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (อุดมศักดิ์ นิติมนตรี-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-พิชิต คำแฝง) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412352
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036087"
    }
}
date
2547
deka_no
12055/2547
deka_running_no
12055
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "พิชิต คำแฝง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (2)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 38"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทโซนี่ มิวสิค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อิ้งค์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกณิชชา วรกุลปัญญาเลิศ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง นายสนธยาในฐานะผู้รับมอบอำนาจผู้เสียหายทั้งห้ายื่นคำร้องว่าผู้เสียหายทั้งห้าตกลงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว โดยจำเลยรับทราบและยินยอมให้ศาลจำหน่ายคดีตามคำร้องฉบับลงวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสอบโจทก์ซึ่งแถลงไม่คัดค้าน จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ยื่นคำร้องว่านายสนธยาไม่ได้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินการถอนคำร้องทุกข์ต่อจำเลย ขอให้ศาลดำเนินการไต่สวนคำร้อง และเพิกถอนคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องและคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจฉบับลงววันที่ 1 ตุลาคม 2546 ให้อำนาจแก่นายสนธยาประนีประนอมยอมความกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ และถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2546 และเป็นการมอบอำนาจทั่วไป จึงอยู่ในขอบเขตของหนังสือมอบอำนาจ ส่วนผู้เสียหายจะมีข้อตกลงอย่างไรกับนายสนธยาในขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "การถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิของผู้เสียหาย เมื่อได้มีการถอนคำร้องทุกข์แล้ว สิทธินำคดีอาญาความผิดอันยอมความได้นั้นมาฟ้องผู้กระทำผิดย่อมเป็นอันระงับไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ซึ่งการขอถอนคำร้องทุกข์นั้นจะกระทำต่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ หรือศาลก็ได้ แม้คดีจะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแล้วก็ตาม เพราะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดให้ต้องถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลเท่านั้น เมื่อคดีนี้ได้มีการถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว สิทธิในการนำคดีนี้ของโจทก์มาฟ้องจำเลยย่อมเป็นอันระงับไป และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดี ส่วนการที่ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนและเพิกถอนคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องและคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความและยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น แม้ผู้ร้องทั้งห้าจะอ้างในทำนองว่า นายสนธยาไม่ได้รับมอบอำนาจช่วงให้ทำการถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ก็ดี หรือได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกล่าวโทษนายสนธยาในข้อหาแจ้งความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จก็ดี แต่ข้ออ้างของผู้ร้องทั้งห้าขัดกับหลักฐานที่ปรากฏต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งจำหน่ายคดีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้ไต่สวนของผู้ร้องทั้งห้ามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งห้าฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000860.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547