คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5678/2544 ฉบับเต็ม

#41239
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5678/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นาง ชูใจ สุขเกษม จำเลย ป.อ. มาตรา 91 ความผิดฐานขายยาบรรจุเสร็จหลายขนานโดยจัดเป็นชุดในคราวเดียวกันตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 75 ทวิ,122 และฐานประกอบกิจการและดำเนินกิจการสถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16,24กับฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525มาตรา 26,43 นั้น การกระทำความผิดแต่ละข้อหาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต่างพระราชบัญญัติกันโดยมีเจตนาแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรม ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดปี พ.ศ. 2540 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล เพื่อการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพ การพยาบาลและผดุงครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์โดยกระทำเป็นปกติธุระ ทั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตและจำเลยรับทำแท้งแก่หญิงซึ่งมีครรภ์โดยทั่วไป อันเป็นการกระทำเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยโรคทางผดุงครรภ์การคุมกำเนิด ซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย และโดยมิได้รับอนุญาตจากแพทย์สภาและไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย และจำเลยขายยาบรรจุเสร็จหลายขนานโดยจัดเป็นชุดในคราวเดียวกัน กล่าวคือยาพาราเซตามอล ยาเตตราชัยคลิน และยาคลอร์เฟนิรามินอย่างละ 1 เม็ด จำนวน 3 ชุด ให้แก่ผู้มีชื่อซึ่งได้ทำแท้งกับจำเลยโดยมีเจตนาให้ผู้ซื้อใช้ร่วมกันเพื่อบำบัดบรรเทา รักษาหรือป้องกันโรคหรืออาการของโรคหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้เป็นเภสัชกรชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาทันตกรรม ซึ่งขายเฉพาะสำหรับคนไข้ของตน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4, 75 ทวิ, 122 ทวิพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 4, 16, 24, 57พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 4, 26, 43ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 33 ริบของกลางทั้งหมดเว้นแต่ของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญา ลำดับที่ 29, 32 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 74 ทวิ, (ที่ถูกมาตรา 75 ทวิ)122 ทวิ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16, 24(ที่ถูกมาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 24 วรรคหนึ่ง), 57 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26, 43 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขายยาบรรจุเสร็จหลายขนานโดยจัดเป็นชุดในคราวเดียวกันจำคุก 2 ปี ฐานประกอบกิจการและดำเนินกิจการสถานพยาบาลจำคุก 2 ปี ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจำคุก 2 ปีรวมจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก3 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน แต่ไม่ริบของกลางรายการที่ 29 และ 32 ตามบัญชีของกลางคดีอาญาท้ายฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น เห็นว่าการกระทำความผิดแต่ละข้อหาของจำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต่างพระราชบัญญัติกันโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมรวม 3 กระทง ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท" พิพากษายืน (พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41239
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063716"
    }
}
date
2544
deka_no
5678/2544
deka_running_no
5678
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ชูใจ สุขเกษม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดปี พ.ศ. 2540 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล เพื่อการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพ การพยาบาลและผดุงครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์โดยกระทำเป็นปกติธุระ ทั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตและจำเลยรับทำแท้งแก่หญิงซึ่งมีครรภ์โดยทั่วไป อันเป็นการกระทำเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยโรคทางผดุงครรภ์การคุมกำเนิด ซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย และโดยมิได้รับอนุญาตจากแพทย์สภาและไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย และจำเลยขายยาบรรจุเสร็จหลายขนานโดยจัดเป็นชุดในคราวเดียวกัน กล่าวคือยาพาราเซตามอล ยาเตตราชัยคลิน และยาคลอร์เฟนิรามินอย่างละ 1 เม็ด จำนวน 3 ชุด ให้แก่ผู้มีชื่อซึ่งได้ทำแท้งกับจำเลยโดยมีเจตนาให้ผู้ซื้อใช้ร่วมกันเพื่อบำบัดบรรเทา รักษาหรือป้องกันโรคหรืออาการของโรคหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้เป็นเภสัชกรชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาทันตกรรม ซึ่งขายเฉพาะสำหรับคนไข้ของตน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4, 75 ทวิ, 122 ทวิพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 4, 16, 24, 57พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 4, 26, 43ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 33 ริบของกลางทั้งหมดเว้นแต่ของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญา ลำดับที่ 29, 32

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 74 ทวิ, (ที่ถูกมาตรา 75 ทวิ)122 ทวิ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16, 24(ที่ถูกมาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 24 วรรคหนึ่ง), 57 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26, 43 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขายยาบรรจุเสร็จหลายขนานโดยจัดเป็นชุดในคราวเดียวกันจำคุก 2 ปี ฐานประกอบกิจการและดำเนินกิจการสถานพยาบาลจำคุก 2 ปี ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจำคุก 2 ปีรวมจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก3 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน แต่ไม่ริบของกลางรายการที่ 29 และ 32 ตามบัญชีของกลางคดีอาญาท้ายฟ้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น เห็นว่าการกระทำความผิดแต่ละข้อหาของจำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต่างพระราชบัญญัติกันโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมรวม 3 กระทง ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001106.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544