คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12445/2547 ฉบับเต็ม

#412408
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12445/2547 บริษัทจรุงไทย ไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัท ที.อาร์.พี.อีเลคทริคคอลกรุ๊ป จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 73 ทวิ, มาตรา 76 วรรคหนึ่ง, มาตรา 79 วรรคหนึ่ง, มาตรา 177 วรรคหนึ่ง คดีนี้หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้ส่งให้แก่จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงมีผลเสมือนว่าเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 73 ทวิ ดังนั้น เมื่อ อ. พนักงานของจำเลยซึ่งมีอายุ 45 ปี และอยู่บ้านหรือสำนักงานเดียวกันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 ย่อมถือได้ว่ามีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 76 วรรคหนึ่ง และจำเลยอาจยื่นคำให้การได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 9 ตุลาคม 2545 การที่จำเลยยื่นคำให้การวันที่ 24 ตุลาคม 2545 จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามกฎหมายนั้น ทั้งการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเช่นนี้ หาใช่เป็นการส่งโดยวิธีอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำนวน 2,579,459 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน จำนวน 2,495,865 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยยื่นคำให้การเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าส่งหมายทางไปรษณีย์ได้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 จำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง จำเลยยื่นคำให้การวันที่ 24 ตุลาคม 2545 พ้นเวลาตามที่กำหนด จึงมีคำสั่งไม่รับคำให้การจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาของกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงในสำนวนรับฟังเป็นอันยุติว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2545 เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นได้เสนอรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้จัดส่งให้จำเลยโดยวิธีไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด่วนพิเศษ ผลการส่งหมาย คือ ส่งได้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 (อดิศักดิ์ อายุ 45 ปี พนักงานรับแทน) ต่อมาจำเลยยื่นคำให้การเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2545 เห็นว่า คดีนี้หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้ส่งให้แก่จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงมีผลเสมือนว่าเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 73 ทวิ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า นายอดิศักดิ์พนักงานของจำเลยซึ่งมีอายุ 45 ปี และอยู่บ้านหรือสำนักงานเดียวกัน ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 ตามรายงานเจ้าหน้าที่และใบตอบรับในประเทศ ย่อมถือได้ว่ามีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 76 วรรคหนึ่ง และจำเลยอาจยื่นคำให้การได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 9 ตุลาคม 2545 การที่จำเลยยื่นคำให้การวันที่ 24 ตุลาคม 2545 จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามกฎหมายนั้น ทั้งการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเช่นนี้ หาใช่เป็นการส่งโดยวิธีอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ดังที่จำเลยฎีกาไม่ อนึ่ง ที่จำเลยฎีกาในทำนองว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจะต้องส่งให้กับคู่ความหรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำคู่ความเท่านั้น จะเป็นคนอื่นไม่ได้ หรือหากจะส่งให้บุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้นต้องมีอายุเกินกว่า 20 ปี นั้น เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-สุรพล เอกโยคยะ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412408
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035982"
    }
}
date
2547
deka_no
12445/2547
deka_running_no
12445
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "สุรพล เอกโยคยะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 73 ทวิ",
            "ม. 76 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 79 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 177 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทจรุงไทย ไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ที.อาร์.พี.อีเลคทริคคอลกรุ๊ป จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำนวน 2,579,459 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน จำนวน 2,495,865 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยยื่นคำให้การเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าส่งหมายทางไปรษณีย์ได้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 จำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง จำเลยยื่นคำให้การวันที่ 24 ตุลาคม 2545 พ้นเวลาตามที่กำหนด จึงมีคำสั่งไม่รับคำให้การจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาของกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงในสำนวนรับฟังเป็นอันยุติว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2545 เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นได้เสนอรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้จัดส่งให้จำเลยโดยวิธีไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด่วนพิเศษ ผลการส่งหมาย คือ ส่งได้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 (อดิศักดิ์ อายุ 45 ปี พนักงานรับแทน) ต่อมาจำเลยยื่นคำให้การเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2545 เห็นว่า คดีนี้หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้ส่งให้แก่จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงมีผลเสมือนว่าเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 73 ทวิ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า นายอดิศักดิ์พนักงานของจำเลยซึ่งมีอายุ 45 ปี และอยู่บ้านหรือสำนักงานเดียวกัน ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 ตามรายงานเจ้าหน้าที่และใบตอบรับในประเทศ ย่อมถือได้ว่ามีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 76 วรรคหนึ่ง และจำเลยอาจยื่นคำให้การได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 9 ตุลาคม 2545 การที่จำเลยยื่นคำให้การวันที่ 24 ตุลาคม 2545 จึงเกินกำหนด 15 วัน ตามกฎหมายนั้น ทั้งการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเช่นนี้ หาใช่เป็นการส่งโดยวิธีอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ดังที่จำเลยฎีกาไม่ อนึ่ง ที่จำเลยฎีกาในทำนองว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจะต้องส่งให้กับคู่ความหรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำคู่ความเท่านั้น จะเป็นคนอื่นไม่ได้ หรือหากจะส่งให้บุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้นต้องมีอายุเกินกว่า 20 ปี นั้น เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000859.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547