คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5746/2544 ฉบับเต็ม

#41242
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5746/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน ผู้ร้อง นาง โจม ทองใบ ผู้คัดค้าน นาย เคน สมรฤทธิ์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 703, มาตรา 705, มาตรา 1330 ป.วิ.พ. มาตรา 296 คำพิพากษาของศาลที่ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดิน น.ส.3 ก. ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายให้แก่ ว. ต้องถือเสมือนว่าไม่มีการขายทอดตลาด และไม่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนสิทธิครอบครองให้แก่ ว. ทั้ง ว. ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะมิใช่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินดังกล่าวในระหว่างการพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด จึงไม่อาจอ้างว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกซึ่งรับจำนองและจดทะเบียนโดยสุจริตและไม่อาจอ้างว่าคำพิพากษาที่ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไม่ผูกพันผู้ร้องได้ เมื่อ ว. ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดิน จึงไม่ใช่เจ้าของที่ดินและไม่อาจนำมาจดทะเบียนจำนองแก่ผู้ร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705 ทั้งการจดทะเบียนจำนองเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 702 แต่การเพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตา 296 วรรคสอง (เดิม)เป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ร้องจึงไม่ได้รับความคุ้มครอง จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะปฏิเสธไม่ส่งมอบต้นฉบับ น.ส.3 ก ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้คัดค้านเป็นผู้ประกันจำเลยที่ 3 ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ต่อมาผู้คัดค้านไม่ส่งตัวจำเลยที่ 3 ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาตามนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งปรับผู้คัดค้านตามสัญญาประกัน ผู้คัดค้านไม่ชำระค่าปรับพนักงานอัยการจังหวัดสกลนครยื่นคำขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 400 ของผู้คัดค้านนำออกขายทอดตลาด นายวริทธิ์หรือกฤษณะ ศุภผลา ประมูลได้ในราคา 550,000บาท ผู้คัดค้านยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดระหว่างการไต่สวนนายวริทธิ์นำที่ดินแปลงดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองแก่ผู้ร้องในวงเงิน 2,000,000 บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด นายวริทธิ์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืน คดีถึงที่สุด เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดยโสธร ซึ่งบังคับคดีแทน มีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ได้รับจดทะเบียนจำนองที่ดินจากนายวริทธิ์โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้มีคำสั่งให้นายวริทธิ์ไถ่ถอนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวก่อน ผู้ร้องจึงจะส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวในขณะคดีอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก่อน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นรับฟังได้ว่า นายวริทธิ์เป็นผู้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 400 จากการขายทอดตลาด ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายวริทธิ์นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ฉบับดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้ร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลจังหวัดยโสธรซึ่งบังคับคดีแทนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)ฉบับดังกล่าวเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า มีเหตุที่ผู้ร้องจะปฏิเสธไม่ส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ตามคำสั่งของศาลจังหวัดยโสธรดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่าคำพิพากษาของศาลที่ให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ต้องถือเสมือนว่าไม่มีการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) และไม่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนสิทธิครอบครองให้แก่นายวริทธิ์ ทั้งนายวริทธิ์ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะมิใช่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ในระหว่างการพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด จึงไม่อาจอ้างว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกซึ่งรับจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ฉบับดังกล่าวโดยสุจริตและจดทะเบียนโดยสุจริต คำพิพากษาที่ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไม่ผูกพันผู้ร้องได้ เมื่อนายวริทธิ์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)จึงไม่ใช่เจ้าของที่ดินแปลงนั้น ไม่อาจนำมาจดทะเบียนจำนองแก่ผู้ร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705ทั้งการจดทะเบียนจำนองเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 แต่การเพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง (เดิม) เป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ร้องจึงไม่ได้รับความคุ้มครอง จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะปฏิเสธไม่ส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ตามคำสั่งของศาลจังหวัดยโสธรแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4เฉพาะในส่วนนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องชอบแล้ว" พิพากษายืน (อรพินท์ เศรษฐมานิต-อภิชาต สุขัคคานนท์-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41242
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063603"
    }
}
date
2544
deka_no
5746/2544
deka_running_no
5746
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 703",
            "ม. 705",
            "ม. 1330"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 296"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาง โจม ทองใบ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย เคน สมรฤทธิ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้คัดค้านเป็นผู้ประกันจำเลยที่ 3 ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ต่อมาผู้คัดค้านไม่ส่งตัวจำเลยที่ 3 ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาตามนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งปรับผู้คัดค้านตามสัญญาประกัน ผู้คัดค้านไม่ชำระค่าปรับพนักงานอัยการจังหวัดสกลนครยื่นคำขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 400 ของผู้คัดค้านนำออกขายทอดตลาด นายวริทธิ์หรือกฤษณะ ศุภผลา ประมูลได้ในราคา 550,000บาท ผู้คัดค้านยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดระหว่างการไต่สวนนายวริทธิ์นำที่ดินแปลงดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองแก่ผู้ร้องในวงเงิน 2,000,000 บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด นายวริทธิ์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืน คดีถึงที่สุด เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดยโสธร ซึ่งบังคับคดีแทน มีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ได้รับจดทะเบียนจำนองที่ดินจากนายวริทธิ์โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้มีคำสั่งให้นายวริทธิ์ไถ่ถอนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวก่อน ผู้ร้องจึงจะส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวในขณะคดีอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก่อน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นรับฟังได้ว่า นายวริทธิ์เป็นผู้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 400 จากการขายทอดตลาด ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายวริทธิ์นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ฉบับดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้ร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลจังหวัดยโสธรซึ่งบังคับคดีแทนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)ฉบับดังกล่าวเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า มีเหตุที่ผู้ร้องจะปฏิเสธไม่ส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ตามคำสั่งของศาลจังหวัดยโสธรดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่าคำพิพากษาของศาลที่ให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ต้องถือเสมือนว่าไม่มีการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) และไม่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนสิทธิครอบครองให้แก่นายวริทธิ์ ทั้งนายวริทธิ์ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะมิใช่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ในระหว่างการพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด จึงไม่อาจอ้างว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกซึ่งรับจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ฉบับดังกล่าวโดยสุจริตและจดทะเบียนโดยสุจริต คำพิพากษาที่ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไม่ผูกพันผู้ร้องได้ เมื่อนายวริทธิ์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)จึงไม่ใช่เจ้าของที่ดินแปลงนั้น ไม่อาจนำมาจดทะเบียนจำนองแก่ผู้ร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705ทั้งการจดทะเบียนจำนองเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 แต่การเพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง (เดิม) เป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ร้องจึงไม่ได้รับความคุ้มครอง จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะปฏิเสธไม่ส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ตามคำสั่งของศาลจังหวัดยโสธรแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4เฉพาะในส่วนนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องชอบแล้ว"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001105.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544