คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2551 ฉบับเต็ม

#412503
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2551 นางสมบูรณ์ พึ่งขจรบุญ กับพวก โจทก์ นายภาณุ ขจรบุญ กับพวก ผู้ร้องสอด นายเมธี พฤกษพิพัฒน์ ผู้ซื้อทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม ผู้คัดค้าน นายวีระ ขจรบุญ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ บัญญัติว่า คำสั่งศาลตามวรรคสองให้เป็นที่สุด คำว่า "คำสั่งศาลตามวรรคสอง" ดังกล่าวมิได้หมายความว่าเป็นคำสั่งอนุญาตให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงหากมีกรณียื่นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง แล้ว คำสั่งใด ๆ ของศาลที่เกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวก็อยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งศาลตามวรรคสอง" ทั้งสิ้น เมื่อคำร้องของจำเลยอ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบเนื่องจากราคาต่ำไป และการขายทอดตลาดเกิดจากความไม่สุจริตของเจ้าพนักงานบังคับคดีเช่นนี้ จึงเป็นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว ย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้แบ่งทรัพย์มรดกที่ดินจำนวน 12 แปลง ตามคำฟ้องออกเป็น 84 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสอง จำเลย กับผู้ร้องสอดที่ 3 ได้รับส่วนแบ่งคนละ 17 ส่วน ผู้ร้องสอดที่ 1 และที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งคนละ 8 ส่วน การแบ่งทรัพย์ดังกล่าวให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์มรดกที่ดินทั้ง 12 แปลง เพื่อนำออกขายทอดตลาดวันที่ 5 สิงหาคม 2546 ผู้คัดค้านได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 4 และที่ 5 คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 10380 และ 5399 ตำบลไร่ขิง (ท่าพูด) อำเภอสามพราน (ตลาดใหม่) จังหวัดนครปฐม ให้แก่นายเมธีผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 15,800,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 4 และที่ 5 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นราคาที่ต่ำเกินสมควร โดยคู่ความในคดีทั้งจำเลยขายทอดตลาดโดยไม่โปร่งใสหรือไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสองแปลง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 4 และที่ 5 โดยชอบด้วยกฎหมายและราคาขายเป็นราคาที่เหมาะสม ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างจำเลยกับฝ่ายผู้คัดค้านเห็นสมควรให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเนื่องจากเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ นั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ บัญญัติว่า คำสั่งศาลตามวรรคสองให้เป็นที่สุด คำว่า "คำสั่งศาลตามวรรคสอง" ของบทบัญญัติดังกล่าวมิได้หมายความว่าเป็นคำสั่งอนุญาตให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องเพียงอย่างเดียวดังข้อฎีกาของจำเลยไม่ แต่หมายถึงหากมีกรณียื่นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรคคสอง แล้ว คำสั่งใด ๆ ของศาลที่เกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวก็อยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งศาลตามวรรคสอง" ในบทบัญญัติวรรคสี่ทั้งสิ้น เมื่อคำร้องของจำเลยอ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบเนื่องจากราคาต่ำไป และการขายทอดตลาดเกิดจากความไม่สุจริตของเจ้าพนักงานบังคับคดีเช่นนี้ จึงเป็นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (บุญรอด ตันประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด-เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412503
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012813"
    }
}
date
2551
deka_no
166/2551
deka_running_no
166
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด",
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 309 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสมบูรณ์ พึ่งขจรบุญ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องสอด",
        "name": "นายภาณุ ขจรบุญ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นายเมธี พฤกษพิพัฒน์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "เจ้าพนักงานบังคับคดี"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวีระ ขจรบุญ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้แบ่งทรัพย์มรดกที่ดินจำนวน 12 แปลง ตามคำฟ้องออกเป็น 84 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสอง จำเลย กับผู้ร้องสอดที่ 3 ได้รับส่วนแบ่งคนละ 17 ส่วน ผู้ร้องสอดที่ 1 และที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งคนละ 8 ส่วน การแบ่งทรัพย์ดังกล่าวให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์มรดกที่ดินทั้ง 12 แปลง เพื่อนำออกขายทอดตลาดวันที่ 5 สิงหาคม 2546 ผู้คัดค้านได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 4 และที่ 5 คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 10380 และ 5399 ตำบลไร่ขิง (ท่าพูด) อำเภอสามพราน (ตลาดใหม่) จังหวัดนครปฐม ให้แก่นายเมธีผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 15,800,000 บาท

จำเลยยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 4 และที่ 5 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นราคาที่ต่ำเกินสมควร โดยคู่ความในคดีทั้งจำเลยขายทอดตลาดโดยไม่โปร่งใสหรือไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสองแปลง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 4 และที่ 5 โดยชอบด้วยกฎหมายและราคาขายเป็นราคาที่เหมาะสม ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างจำเลยกับฝ่ายผู้คัดค้านเห็นสมควรให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเนื่องจากเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ นั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ บัญญัติว่า คำสั่งศาลตามวรรคสองให้เป็นที่สุด คำว่า "คำสั่งศาลตามวรรคสอง" ของบทบัญญัติดังกล่าวมิได้หมายความว่าเป็นคำสั่งอนุญาตให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องเพียงอย่างเดียวดังข้อฎีกาของจำเลยไม่ แต่หมายถึงหากมีกรณียื่นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรคคสอง แล้ว คำสั่งใด ๆ ของศาลที่เกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวก็อยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งศาลตามวรรคสอง" ในบทบัญญัติวรรคสี่ทั้งสิ้น เมื่อคำร้องของจำเลยอ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบเนื่องจากราคาต่ำไป และการขายทอดตลาดเกิดจากความไม่สุจริตของเจ้าพนักงานบังคับคดีเช่นนี้ จึงเป็นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000648.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551