คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2551 ฉบับเต็ม

#412511
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2551 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โจทก์ บริษัท รวมนครก่อสร้าง (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 293 คำสั่งของศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 293 ที่เป็นที่สุด มิได้หมายความเฉพาะคำสั่งที่เกิดจากการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวอ้างในคำร้องขอให้งดการบังคับคดีเท่านั้น แต่รวมถึงคำสั่งที่เกิดจากการที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย โดยเห็นว่าจำเลยฟ้องโจทก์เป็นกรณีเดียวกันหาใช่ฟ้องเรื่องอื่นตามมาตรา 293 นั้น ถือได้ว่าเป็นการสั่งตามมาตรา 293 จึงเป็นที่สุด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหายตามสัญญาจ้างทำของจำนวน 9,000,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยและค่าปรับจำนวน 5,885,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลบังคับให้โจทก์ชำระเงินค่าก่อสร้างงวดที่ 11, 12, 13 และ 14 (บางส่วน) เป็นเงินจำนวน 13,959,035 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งหากจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายชนะคดีก็จะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เพราะสามารถนำหนี้ในคดีดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ในคดีนี้ได้ และการงดการบังคับคดีไว้ก่อนก็หาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เพราะโจทก์ได้เข้าครอบครองอาคารที่พิพาทแล้ว และโจทก์สามารถบังคับเอาจากหลักประกันที่จำเลยที่ 1 นำมาวางไว้ต่อศาลซึ่งมีราคาสูงถึง 57,662,966 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ในกรณีเดียวกันหาใช่ฟ้องเรื่องอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งงดการบังคับคดี ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยที่ยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาของคำร้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงยังไม่ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า "คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด" ซึ่งคำว่า คำสั่งของศาลตามมาตรานี้นั้นมิได้หมายความเฉพาะคำสั่งที่เกิดจากการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวอ้างในคำร้องขอให้งดการบังคับคดีเท่านั้น แต่รวมถึงคำสั่งที่เกิดจากการที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นกรณีเดียวกันหาใช่ฟ้องเรื่องอื่นตามมาตรา 293 นั้น ถือได้ว่าเป็นการสั่งตามมาตรา 293 ดังกล่าวแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นที่สุด จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ต่อมา ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-รัตน กองแก้ว-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412511
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082011352"
    }
}
date
2551
deka_no
1725/2551
deka_running_no
1725
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 293"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท รวมนครก่อสร้าง (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหายตามสัญญาจ้างทำของจำนวน 9,000,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยและค่าปรับจำนวน 5,885,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลบังคับให้โจทก์ชำระเงินค่าก่อสร้างงวดที่ 11, 12, 13 และ 14 (บางส่วน) เป็นเงินจำนวน 13,959,035 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งหากจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายชนะคดีก็จะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เพราะสามารถนำหนี้ในคดีดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ในคดีนี้ได้ และการงดการบังคับคดีไว้ก่อนก็หาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เพราะโจทก์ได้เข้าครอบครองอาคารที่พิพาทแล้ว และโจทก์สามารถบังคับเอาจากหลักประกันที่จำเลยที่ 1 นำมาวางไว้ต่อศาลซึ่งมีราคาสูงถึง 57,662,966 บาท

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ในกรณีเดียวกันหาใช่ฟ้องเรื่องอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งงดการบังคับคดี ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยที่ยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาของคำร้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงยังไม่ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า "คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด" ซึ่งคำว่า คำสั่งของศาลตามมาตรานี้นั้นมิได้หมายความเฉพาะคำสั่งที่เกิดจากการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวอ้างในคำร้องขอให้งดการบังคับคดีเท่านั้น แต่รวมถึงคำสั่งที่เกิดจากการที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นกรณีเดียวกันหาใช่ฟ้องเรื่องอื่นตามมาตรา 293 นั้น ถือได้ว่าเป็นการสั่งตามมาตรา 293 ดังกล่าวแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นที่สุด จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ต่อมา ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000635.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551