คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2551 ฉบับเต็ม

#412520
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2551 นางสมจิตต์ ม่วงงาม โจทก์ นางอุไร สังขะกุล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 148 โจทก์ฟ้องคดีนี้กล่าวอ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือ 7 ตารางวา แต่ส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วเข้าไปในที่ดินโจทก์ในคดีก่อน เมื่อคดีก่อนศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้สร้างรั้วรุกล้ำที่ดินของโจทก์ การที่โจทก์มาฟ้องเป็นคดีนี้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์อีก จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 638 เนื้อที่ 1 งาน และจำเลยเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 639 (ที่ถูก 640) ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 75 ตารางวา ติดต่อกับที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือ เมื่อประมาณต้นสิงหาคม 2542 จำเลยและบริวารได้ทำการสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ คิดเป็นเนื้อที่ 7 ตารางวา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อรั้วไม้ไผ่พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 638 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้องอีก จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยและบริวารไม่เคยสร้างรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์แต่อย่างใด และโจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยเมื่อปี 2531 กล่าวหาว่า จำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ เนื้อที่ 20 ตารางวา ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้อีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำ และโจทก์ได้ก่อสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้หลังคาบ้านหรือโรงเรือนล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยทำให้น้ำฝนตกจากหลังคาดังกล่าวลงมาในที่ดินของจำเลย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์รื้อถอนขนย้ายหลังคาอาคารหรือโรงเรือนที่ยื่นล้ำทำให้น้ำฝนตกจากหลังคาเข้ามาในที่ดินของจำเลย หากโจทก์ไม่รื้อถอนให้จำเลยเป็นผู้รื้อถอน โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยทำรั้วรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ 7 ตารางวา การกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน เนื้อที่ไม่เท่ากัน โจทก์ไม่เคยก่อสร้างหลังคาหรือโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรธ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 638 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี และจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 640 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ ปี 2531 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยว่าจำเลยลักลอบขยับแนวรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือคิดเป็นเนื้อที่ 20 ตารางวา จำเลยให้การต่อสู้ ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้กล่าวอ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือ 7 ตารางวา ตามแผนผังเอกสารหมาย จ.2 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบแผนผังดังกล่าวกับแผนที่วิวาทเอกสารหมาย ล.2 ในคดีก่อนแล้วจะเห็นได้ว่าส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำในคดีนี้กับคดีก่อนอยู่ในตำแหน่งเดียวกันโดยเนื้อที่ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำในคดีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วเข้าไปในที่ดินโจทก์ในคดีก่อน เมื่อคดีก่อนศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้สร้างรั้วรุกล้ำที่ดินของโจทก์เท่ากับว่าที่ดินภายในรั้วฝั่งของจำเลยเป็นที่ดินส่วนที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์ มิใช่ที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องเป็นคดีนี้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์อีก จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้แทนจำเลย 2,000 บาท (ศิริชัย วัฒนโยธิน-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-กีรติ กาญจนรินทร์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412520
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012238"
    }
}
date
2551
deka_no
650/2551
deka_running_no
650
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "กีรติ กาญจนรินทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสมจิตต์ ม่วงงาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอุไร สังขะกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 638 เนื้อที่ 1 งาน และจำเลยเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 639 (ที่ถูก 640) ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 75 ตารางวา ติดต่อกับที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือ เมื่อประมาณต้นสิงหาคม 2542 จำเลยและบริวารได้ทำการสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ คิดเป็นเนื้อที่ 7 ตารางวา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อรั้วไม้ไผ่พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 638 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้องอีก

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยและบริวารไม่เคยสร้างรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์แต่อย่างใด และโจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยเมื่อปี 2531 กล่าวหาว่า จำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ เนื้อที่ 20 ตารางวา ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้อีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำ และโจทก์ได้ก่อสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้หลังคาบ้านหรือโรงเรือนล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยทำให้น้ำฝนตกจากหลังคาดังกล่าวลงมาในที่ดินของจำเลย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์รื้อถอนขนย้ายหลังคาอาคารหรือโรงเรือนที่ยื่นล้ำทำให้น้ำฝนตกจากหลังคาเข้ามาในที่ดินของจำเลย หากโจทก์ไม่รื้อถอนให้จำเลยเป็นผู้รื้อถอน

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยทำรั้วรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ 7 ตารางวา การกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน เนื้อที่ไม่เท่ากัน โจทก์ไม่เคยก่อสร้างหลังคาหรือโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรธ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 638 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี และจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 640 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ ปี 2531 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยว่าจำเลยลักลอบขยับแนวรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือคิดเป็นเนื้อที่ 20 ตารางวา จำเลยให้การต่อสู้ ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว

มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้กล่าวอ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือ 7 ตารางวา ตามแผนผังเอกสารหมาย จ.2 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบแผนผังดังกล่าวกับแผนที่วิวาทเอกสารหมาย ล.2 ในคดีก่อนแล้วจะเห็นได้ว่าส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำในคดีนี้กับคดีก่อนอยู่ในตำแหน่งเดียวกันโดยเนื้อที่ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วไม้ไผ่รุกล้ำในคดีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสร้างรั้วเข้าไปในที่ดินโจทก์ในคดีก่อน เมื่อคดีก่อนศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้สร้างรั้วรุกล้ำที่ดินของโจทก์เท่ากับว่าที่ดินภายในรั้วฝั่งของจำเลยเป็นที่ดินส่วนที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์ มิใช่ที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องเป็นคดีนี้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์อีก จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้แทนจำเลย 2,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000643.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551