คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7051/2551 ฉบับเต็ม

#412634
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7051/2551 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายสัก ดวงมาลา จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, มาตรา 8 ทวิ, มาตรา 72 อาวุธปืนที่จำเลยทำกับอาวุธปืนและวัตถุต่างๆ ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองมีสภาพและลักษณะของการกระทำโดยอาศัยเจตนาที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแยกเป็นคนละส่วนต่างหากจากกันได้ ดังนี้ แม้จำเลยจะกระทำผิดทั้งสองฐานในเวลาเดียวกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 371 ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด .357 (แม็กนั่ม) หมายเลขทะเบียน กท 339828 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม, 72 ทวิวรรคสอง, 78 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานมีอาวุธปืน มีทะเบียนของผู้อื่น และมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน เครื่องกระสุนปืน และส่วนของอาวุธปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ คงจำคุก 1 ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 9 เดือน ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ขนาด .357 (แม็กนั่ม) หมายเลขทะเบียน กท 339828 ของกลาง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่มีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียนของผู้อื่น 1 กระบอก อาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ซึ่งเป็นปืนไม่มีทะเบียน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนและส่วนของอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกับความผิดฐานทำและมีอาวุธปืนแก๊ป 2 กระบอก โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว จะเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 และมีบทลงโทษอยู่ในมาตรา 72 ด้วยกันก็ตาม แต่ความผิดต่อพระราชบัญญัติปืนฯ มาตรา 7 ได้บัญญัติลักษณะการกระทำความผิดไว้หลายประการ คือ ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ทั้งปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำและมีอาวุธปืนแก๊ป 2 กระบอก กับฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และส่วนของอาวุธปืนประเภทอื่นซึ่งมิใช่อาวุธปืนแก๊ปที่จำเลยทำขึ้นเอง ดังนั้น อาวุธปืนที่จำเลยทำกับอาวุธปืนและวัตถุต่าง ๆ ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองดังกล่าวจึงเป็นคนละประเภทกัน กรณีจึงมีสภาพและลักษณะของการกระทำโดยอาศัยเจตนาที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแยกเป็นคนละส่วนต่างหากจากกันได้ ดังนี้ แม้จำเลยจะกระทำความผิดทั้งสองฐานในวันเวลาเดียวกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดสองกรรมต่างกันมิใช่กรรมเดียว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดกรรมเดียวกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 15 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 (สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-สิริรัตน์ จันทรา-ณรงค์พล ทองจีน) ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสุวัฒชัย สิงห์คำ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1731/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2098/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2395/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412634
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหนองคาย",
        "judge": "นายสุวัฒชัย สิงห์คำ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082007528"
    }
}
date
2551
deka_no
7051/2551
deka_running_no
7051
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "ณรงค์พล ทองจีน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 8 ทวิ",
            "ม. 72"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสัก ดวงมาลา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 371 ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด .357 (แม็กนั่ม) หมายเลขทะเบียน กท 339828

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม, 72 ทวิวรรคสอง, 78 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานมีอาวุธปืน มีทะเบียนของผู้อื่น และมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน เครื่องกระสุนปืน และส่วนของอาวุธปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ คงจำคุก 1 ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 9 เดือน ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ขนาด .357 (แม็กนั่ม) หมายเลขทะเบียน กท 339828 ของกลาง

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่มีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียนของผู้อื่น 1 กระบอก อาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ซึ่งเป็นปืนไม่มีทะเบียน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนและส่วนของอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกับความผิดฐานทำและมีอาวุธปืนแก๊ป 2 กระบอก โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว จะเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 และมีบทลงโทษอยู่ในมาตรา 72 ด้วยกันก็ตาม แต่ความผิดต่อพระราชบัญญัติปืนฯ มาตรา 7 ได้บัญญัติลักษณะการกระทำความผิดไว้หลายประการ คือ ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ทั้งปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำและมีอาวุธปืนแก๊ป 2 กระบอก กับฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และส่วนของอาวุธปืนประเภทอื่นซึ่งมิใช่อาวุธปืนแก๊ปที่จำเลยทำขึ้นเอง ดังนั้น อาวุธปืนที่จำเลยทำกับอาวุธปืนและวัตถุต่าง ๆ ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองดังกล่าวจึงเป็นคนละประเภทกัน กรณีจึงมีสภาพและลักษณะของการกระทำโดยอาศัยเจตนาที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแยกเป็นคนละส่วนต่างหากจากกันได้ ดังนี้ แม้จำเลยจะกระทำความผิดทั้งสองฐานในวันเวลาเดียวกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดสองกรรมต่างกันมิใช่กรรมเดียว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดกรรมเดียวกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 15 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2098/2549
primary_red_case_no
อ2395/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000601.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1731/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551