คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8167/2551 ฉบับเต็ม

#412650
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8167/2551 นางศรีทวน ตั้งสุขขีย์ศิริ โจทก์ นายมี วงค์ปินตา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 48, มาตรา 142 (5), มาตรา 193 วรรคสาม, มาตรา 196 วรรคสอง (เดิม), มาตรา 243 (2), มาตรา 246, มาตรา 247 ศาลชั้นต้นรับฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก คดีนี้จำเลยแสดงความจำนงที่จะให้การด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 196 วรรคสอง (เดิม) ประกอบมาตรา 193 วรรคสาม ศาลชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ต้องจัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดของคำให้การลงในแบบพิมพ์บันทึกคำให้การด้วยวาจาคดีมโนสาเร่ (แบบ ม.2 ) แล้วอ่านให้จำเลยฟังและให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ข้อ 2 การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่จดคำให้การด้วยวาจาของจำเลยลงในรายงานกระบวนพิจารณาซึ่งเป็นเอกสารที่บันทึกข้อความเกี่ยวด้วยเรื่องที่ได้กระทำในการนั่งพิจารณาหรือในการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นของศาลตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 48 โดยไม่ได้จัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดคำให้การของจำเลยลงในแบบพิมพ์ ม.2 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ศาลฎีกาจำต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้จำนวน 68,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การด้วยวาจาว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์จริง แต่ได้ชำระหนี้หมดแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นรับฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก และมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกให้จำเลยมาศาลเพื่อไกล่เกลี่ย ให้การและสืบพยานโจทก์จำเลยในวันที่ 9 ธันวาคม 2545 เมื่อถึงกำหนดนัดศาลชั้นต้นได้ออกพิจารณา โดยสอบคำให้การจำเลยและจดคำให้การของจำเลยไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริง แต่ได้ชดใช้หมดแล้ว จากนั้นได้สั่งให้เลื่อนคดีไปตามที่ทนายโจทก์และจำเลยแถลงขอ ในนัดต่อมาโจทก์นำพยานเข้าสืบและจำเลยอ้างตนเองเบิกความต่อศาลตามประเด็นคำให้การที่ศาลบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว เห็นว่า เมื่อคดีนี้จำเลยแสดงความจำนงที่จะให้การด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง (เดิม) ประกอบมาตรา 193 วรรคสาม ศาลชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ต้องจัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดของคำให้การลงในแบบพิมพ์บันทึกคำให้การด้วยวาจาคดีมโนสาเร่ (แบบ ม.2) แล้วอ่านให้จำเลยฟังและให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ข้อ 2 การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่จดคำให้การด้วยวาจาของจำเลยลงในรายงานกระบวนพิจารณาซึ่งเป็นเอกสารที่บันทึกข้อความเกี่ยวด้วยเรื่องที่ได้กระทำในการนั่งพิจารณาหรือในการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นของศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 48 โดยไม่ได้จัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดคำให้การของจำเลยลงในแบบพิมพ์ ม.2 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 เมื่อวินิจฉัยดังกล่าว ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป อนึ่ง คดีนี้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง แต่เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ซึ่งศาลฎีกาจำต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247 โดยไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ กรณีมีเหตุสมควร คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดพิจารณา แล้วดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่ (มนตรี ยอดปัญญา-ดิเรก อิงคนินันท์-วีระพล ตั้งสุวรรณ) ศาลจังหวัดแพร่ - นางนภาวรรณ มโนไพสิฐนุกูล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.25/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ762/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ438/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412650
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแพร่",
        "judge": "นางนภาวรรณ มโนไพสิฐนุกูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082006984"
    }
}
date
2551
deka_no
8167/2551
deka_running_no
8167
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 48",
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 193 วรรคสาม",
            "ม. 196 วรรคสอง (เดิม)",
            "ม. 243 (2)",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางศรีทวน ตั้งสุขขีย์ศิริ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมี วงค์ปินตา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้จำนวน 68,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การด้วยวาจาว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์จริง แต่ได้ชำระหนี้หมดแล้ว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นรับฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก และมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกให้จำเลยมาศาลเพื่อไกล่เกลี่ย ให้การและสืบพยานโจทก์จำเลยในวันที่ 9 ธันวาคม 2545 เมื่อถึงกำหนดนัดศาลชั้นต้นได้ออกพิจารณา โดยสอบคำให้การจำเลยและจดคำให้การของจำเลยไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริง แต่ได้ชดใช้หมดแล้ว จากนั้นได้สั่งให้เลื่อนคดีไปตามที่ทนายโจทก์และจำเลยแถลงขอ ในนัดต่อมาโจทก์นำพยานเข้าสืบและจำเลยอ้างตนเองเบิกความต่อศาลตามประเด็นคำให้การที่ศาลบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว เห็นว่า เมื่อคดีนี้จำเลยแสดงความจำนงที่จะให้การด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง (เดิม) ประกอบมาตรา 193 วรรคสาม ศาลชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ต้องจัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดของคำให้การลงในแบบพิมพ์บันทึกคำให้การด้วยวาจาคดีมโนสาเร่ (แบบ ม.2) แล้วอ่านให้จำเลยฟังและให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ข้อ 2 การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่จดคำให้การด้วยวาจาของจำเลยลงในรายงานกระบวนพิจารณาซึ่งเป็นเอกสารที่บันทึกข้อความเกี่ยวด้วยเรื่องที่ได้กระทำในการนั่งพิจารณาหรือในการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นของศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 48 โดยไม่ได้จัดให้เจ้าพนักงานศาลจดบันทึกรายละเอียดคำให้การของจำเลยลงในแบบพิมพ์ ม.2 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 เมื่อวินิจฉัยดังกล่าว ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป

อนึ่ง คดีนี้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง แต่เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ซึ่งศาลฎีกาจำต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247 โดยไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ กรณีมีเหตุสมควร คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดพิจารณา แล้วดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
พ762/2545
primary_red_case_no
พ438/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000596.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.25/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551