คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6204/2544 ฉบับเต็ม

#41268
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6204/2544 บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด (มหาชน โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปั๊ม ส. อนันต์บริการ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.วิ.พ. มาตรา 94 การซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่า 500 บาท ที่มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว เข้ากรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสอง และวรรคสาม ซึ่งฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แม้ไม่มีเอกสารมาแสดง เมื่อมีปัญหาว่าจำเลยชำระเงินตามสัญญาซื้อขายครบถ้วนแล้วหรือไม่ โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้มิใช่เป็นการสืบพยานเพื่อเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 สั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์จำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 551,100 บาท เมื่อถึงกำหนดชำระ จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ 2 ครั้ง ครั้งละ 91,850 บาทคงค้างชำระหนี้อยู่ทั้งสิ้น 367,400 บาท จำเลยที่ 2 ออกเช็คชำระหนี้ แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 462,370 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 367,400บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ ไม่เคยได้รับน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เคยกำหนดเงื่อนไขในการชำระหนี้ใด ๆ ต่อโจทก์ โจทก์และจำเลยไม่มีหนี้สินใด ๆ ต่อกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน462,370 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 367,400 บาท นับจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์มีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบอธิบายความหมายของคำว่า จ่ายแล้วในใบเบิกน้ำมัน ใบส่งของ ใบกำกับขนส่งว่า หมายถึงจ่ายเช็ค หรือไม่ ปัญหาข้อกฎหมายข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาใหม่เห็นว่าการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามเอกสารหมาย จ.5 มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว เข้ากรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสอง และวรรคสาม ซึ่งฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แม้ไม่มีเอกสารมาแสดง เมื่อมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญาซื้อขายครบถ้วนแล้วหรือไม่โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้มิใช่เป็นการสืบพยานเพื่อเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน (อภิชาต สุขัคคานนท์-พิชัย เตโชพิทยากูล-วิชัย วิสิทธวงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ กฎหมายสารบัญญัติอันได้แก่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญแก่เอกสารเป็นพิเศษ โดยบางมาตราบัญญัติว่าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน เช่น สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 หรือทำเป็นหนังสือ เช่น สัญญาเช่าซื้อตามมาตรา 572 หรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ เช่น สัญญากู้ยืมเงินเกินกว่า 50 บาท ตามมาตรา 653เป็นต้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายวิธีบัญญัติจึงมีบทบัญญัติมาตรา 94 รองรับสอดคล้องกับกฎหมายสารบัญญัติ โดยบังคับว่ากรณีดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร หรือสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้น ดังนั้นถ้ามิใช่กรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงย่อมไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คู่ความจึงมีสิทธิสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างของตนอย่างไรก็ได้ หรือแม้จะมีพยานเอกสารมาสืบแล้ว ก็ยังสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงข้อความในพยานเอกสารนั้นได้ด้วย สัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ในคดีนี้มีราคาเกินกว่า 500 บาท ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม กำหนดว่า ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่เมื่อสัญญาซื้อขายดังกล่าว มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่ได้มีการชำระหนี้บางส่วน คดีของโจทก์จึงมิใช่กรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดงที่จะต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบถึงข้อเท็จจริงใด ๆ ก็ได้ มิใช่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบได้เพราะเหตุที่มิใช่เป็นการสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่อย่างใด ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41268
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063032"
    }
}
date
2544
deka_no
6204/2544
deka_running_no
6204
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 456"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 94"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปั๊ม ส. อนันต์บริการ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 สั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์จำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 551,100 บาท เมื่อถึงกำหนดชำระ จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ 2 ครั้ง ครั้งละ 91,850 บาทคงค้างชำระหนี้อยู่ทั้งสิ้น 367,400 บาท จำเลยที่ 2 ออกเช็คชำระหนี้ แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 462,370 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 367,400บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ ไม่เคยได้รับน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เคยกำหนดเงื่อนไขในการชำระหนี้ใด ๆ ต่อโจทก์ โจทก์และจำเลยไม่มีหนี้สินใด ๆ ต่อกัน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน462,370 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 367,400 บาท นับจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์มีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบอธิบายความหมายของคำว่า จ่ายแล้วในใบเบิกน้ำมัน ใบส่งของ ใบกำกับขนส่งว่า หมายถึงจ่ายเช็ค หรือไม่ ปัญหาข้อกฎหมายข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาใหม่เห็นว่าการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามเอกสารหมาย จ.5 มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว เข้ากรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสอง และวรรคสาม ซึ่งฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แม้ไม่มีเอกสารมาแสดง เมื่อมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญาซื้อขายครบถ้วนแล้วหรือไม่โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้มิใช่เป็นการสืบพยานเพื่อเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
กฎหมายสารบัญญัติอันได้แก่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญแก่เอกสารเป็นพิเศษ โดยบางมาตราบัญญัติว่าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน เช่น สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 หรือทำเป็นหนังสือ เช่น สัญญาเช่าซื้อตามมาตรา 572 หรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ เช่น สัญญากู้ยืมเงินเกินกว่า 50 บาท ตามมาตรา 653เป็นต้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายวิธีบัญญัติจึงมีบทบัญญัติมาตรา 94 รองรับสอดคล้องกับกฎหมายสารบัญญัติ โดยบังคับว่ากรณีดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร หรือสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้น ดังนั้นถ้ามิใช่กรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงย่อมไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คู่ความจึงมีสิทธิสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างของตนอย่างไรก็ได้ หรือแม้จะมีพยานเอกสารมาสืบแล้ว ก็ยังสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงข้อความในพยานเอกสารนั้นได้ด้วย สัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ในคดีนี้มีราคาเกินกว่า 500 บาท ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม กำหนดว่า ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่เมื่อสัญญาซื้อขายดังกล่าว มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่ได้มีการชำระหนี้บางส่วน คดีของโจทก์จึงมิใช่กรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดงที่จะต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบถึงข้อเท็จจริงใด ๆ ก็ได้ มิใช่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบได้เพราะเหตุที่มิใช่เป็นการสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่อย่างใด ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001100.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544