คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3792/2551 ฉบับเต็ม

#412700
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3792/2551 นางนูล คชชะหรือสุนทรวิภาต โจทก์ นายสงวน ทู้ไพเราะ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 204 ป.วิ.พ. มาตรา 145, มาตรา 271 สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ได้กำหนดเวลาชำระหนี้แต่ละงวดไว้แน่นอนตามวันแห่งปฏิทิน ซึ่งหากจำเลยทั้งสองผิดนัดการชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่งถือว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดการชำระหนี้ทุกงวด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที แสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาที่ประสงค์ให้ถือเอาเวลาชำระหนี้ที่กำหนดไว้เป็นสาระสำคัญ และศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว จึงผูกพันโจทก์และจำเลยทั้งสองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคแรก แม้โจทก์จะรับชำระหนี้งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ซึ่งชำระไม่ตรงตามกำหนด โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลยทั้งสองก็เป็นเรื่องที่โจทก์ยังไม่ประสงค์จะบังคับคดีในขณะนั้นเท่านั้น ไม่ทำให้จำเลยทั้งสองพ้นจากความผูกพันที่จะต้องชำระหนี้งวดต่อไปให้ตรงตามกำหนด เมื่อจำเลยทั้งสองยังคงชำระหนี้งวดที่ 5 ไม่ตรงตามกำหนดอีก จึงเป็นผู้ผิดนัด จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้บังคับคดีด้วยการยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แม้โจทก์จะทราบมาก่อนว่าที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้เสนอขายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด มีมติให้ซื้อจากจำเลยที่ 2 แล้ว ก็ไม่เป็นการใช้สิทธิบังคับคดีโดยไม่สุจริต ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 7,500,000 บาท แก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเป็น 14 งวด ทุกวันที่ 22 มีนาคม วันที่ 22 กรกฎาคม และวันที่ 22 พฤศจิกายน งวดกแรกชำระวันที่ 22 มีนาคม 2539 หากผิดนัดการชำระเงินงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดการชำระเงินทุกงวด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2540 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระเงิน และโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า นับแต่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระเงินในแต่ละงวดให้แก่จำเลยทั้งสองตลอดมา และโจทก์ได้รับเงินที่จำเลยทั้งสองชำระในงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ไปครบถ้วนแล้ว แต่ในงวดที่ 5 โจทก์กลับไม่ยอมรับชำระเงินจากจำเลยทั้งสอง โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดนัด และได้บังคับคดีด้วยการยึดที่ดินที่จำเลยที่ 2 จะต้องโอนขายให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ขอให้งดการขายทอดตลาดและเพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ไม่เคยตกลงผ่อนเวลาชำระเงินในแต่ละงวดกับจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองชำระเงินในแต่ละงวดล่าช้ากว่ากำหนดตลอดมา โจทก์ยอมอะลุ่มอล่วยให้จำเลยทั้งสองเฉพาะงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 โดยยังไม่บังคับคดีทันทีที่จำเลยทั้งสองผิดนัด และได้กำชับจำเลยทั้งสองไม่ให้ผิดนัดอีก แต่จำเลยทั้งสองก็ยังชำระเงินงวดที่ 5 ล่าช้ากว่ากำหนดอีก โจทก์จึงไม่รับชำระจากจำเลยทั้งสอง และขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ 2 ได้เสนอขาดที่ดินดังกล่าวต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด มีมติให้ซื้อที่ดินของจำเลยที่ 2 โจทก์บังคับคดีโดยสุจริต ไม่ได้กลั่นแกล้งจำเลยที่ 2 ขอให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ยุติว่า จำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 5 ให้แก่โจทก์ไม่ตรงตามกำหนด โจทก์รับชำระหนี้เฉพาะงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ตามใบรับเงิน เอกสารหมาย ร.4 หรือ จ.1 ส่วนงวดที่ 5 โจทก์ไม่รับชำระ หลังจากนั้นโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 42842 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีของจำเลยที่ 2 ที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้เสนอขายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด มีมติให้ซื้อที่ดินของจำเลยที่ 2 ตามประกาศสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด เอกสารหมาย ร.8 และ ร.9 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อแรกว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 จากจำเลยทั้งสอง โดยไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัดแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้ถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญอีกต่อไป การที่จำเลยทั้งสองชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนด จึงไม่ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้นั้น เห็นว่า ตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ได้กำหนดเวลาชำระหนี้แต่ละงวดไว้แน่นอนตามวันแห่งปฏิทิน ซึ่งหากจำเลยทั้งสองผิดนัดการชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดการชำระหนี้ทุกงวด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที แสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาที่ประสงค์ให้ถือเอาเวลาชำระหนี้ที่กำหนดไว้ในแต่ละงวดเป็นสาระสำคัญ และศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงผูกพันโจทก์และจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก แม้โจทก์จะรับชำระหนี้งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ซึ่งจำเลยทั้งสองได้ชำระไม่ตรงตามกำหนด โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลยทั้งสองก็เป็นเรื่องที่โจทก์ยังไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองในขณะนั้นเท่านั้น ไม่ทำให้จำเลยทั้งสองพ้นจากความผูกพันที่จะต้องชำระหนี้งวดต่อไปให้ตรงตามกำหนด เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองยังคงชำระหนี้งวดที่ 5 ไม่ตรงตามกำหนดอีก จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อต่อไปว่า โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 เพื่อกลั่นแกล้งไม่ให้จำเลยที่ 2 โอนขายที่ดินให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด อันเป็นการใช้สิทธิบังคับคดีโดยไม่สุจริตนั้น ข้อนี้เป็นประเด็นที่พิพาทกันมาแล้วในศาลชั้นต้น และจำเลยที่ 2 ได้อุทธรณ์ไว้ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะต้องวินิจฉัยให้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยก่อน และเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังวินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้บังคับคดีด้วยการยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แม้โจทก์จะทราบมาก่อนว่าที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้เสนอขายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัดและคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัดมีมติให้ซื้อจากจำเลยที่ 2 แล้ว ก็หาเป็นการใช้สิทธิบังคับคดีโดยไม่สุจริตไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้น ชอบแล้ว" พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ (วีระศักดิ์ นิศามณี-พิทักษ์ คงจันทร์-ตรีวุฒิ สาขากร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412700
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009681"
    }
}
date
2551
deka_no
3792/2551
deka_running_no
3792
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ นิศามณี",
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ตรีวุฒิ สาขากร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 204"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145",
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนูล คชชะหรือสุนทรวิภาต"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสงวน ทู้ไพเราะ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 7,500,000 บาท แก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเป็น 14 งวด ทุกวันที่ 22 มีนาคม วันที่ 22 กรกฎาคม และวันที่ 22 พฤศจิกายน งวดกแรกชำระวันที่ 22 มีนาคม 2539 หากผิดนัดการชำระเงินงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดการชำระเงินทุกงวด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2540 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระเงิน และโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า นับแต่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระเงินในแต่ละงวดให้แก่จำเลยทั้งสองตลอดมา และโจทก์ได้รับเงินที่จำเลยทั้งสองชำระในงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ไปครบถ้วนแล้ว แต่ในงวดที่ 5 โจทก์กลับไม่ยอมรับชำระเงินจากจำเลยทั้งสอง โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดนัด และได้บังคับคดีด้วยการยึดที่ดินที่จำเลยที่ 2 จะต้องโอนขายให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ขอให้งดการขายทอดตลาดและเพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่ 2

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ไม่เคยตกลงผ่อนเวลาชำระเงินในแต่ละงวดกับจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองชำระเงินในแต่ละงวดล่าช้ากว่ากำหนดตลอดมา โจทก์ยอมอะลุ่มอล่วยให้จำเลยทั้งสองเฉพาะงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 โดยยังไม่บังคับคดีทันทีที่จำเลยทั้งสองผิดนัด และได้กำชับจำเลยทั้งสองไม่ให้ผิดนัดอีก แต่จำเลยทั้งสองก็ยังชำระเงินงวดที่ 5 ล่าช้ากว่ากำหนดอีก โจทก์จึงไม่รับชำระจากจำเลยทั้งสอง และขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ 2 ได้เสนอขาดที่ดินดังกล่าวต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด มีมติให้ซื้อที่ดินของจำเลยที่ 2 โจทก์บังคับคดีโดยสุจริต ไม่ได้กลั่นแกล้งจำเลยที่ 2 ขอให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ยุติว่า จำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 5 ให้แก่โจทก์ไม่ตรงตามกำหนด โจทก์รับชำระหนี้เฉพาะงวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ตามใบรับเงิน เอกสารหมาย ร.4 หรือ จ.1 ส่วนงวดที่ 5 โจทก์ไม่รับชำระ หลังจากนั้นโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 42842 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีของจำเลยที่ 2 ที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้เสนอขายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด มีมติให้ซื้อที่ดินของจำเลยที่ 2 ตามประกาศสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด เอกสารหมาย ร.8 และ ร.9

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อแรกว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 จากจำเลยทั้งสอง โดยไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัดแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้ถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญอีกต่อไป การที่จำเลยทั้งสองชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนด จึงไม่ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้นั้น เห็นว่า ตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ได้กำหนดเวลาชำระหนี้แต่ละงวดไว้แน่นอนตามวันแห่งปฏิทิน ซึ่งหากจำเลยทั้งสองผิดนัดการชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดการชำระหนี้ทุกงวด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที แสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาที่ประสงค์ให้ถือเอาเวลาชำระหนี้ที่กำหนดไว้ในแต่ละงวดเป็นสาระสำคัญ และศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงผูกพันโจทก์และจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก แม้โจทก์จะรับชำระหนี้งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 4 ซึ่งจำเลยทั้งสองได้ชำระไม่ตรงตามกำหนด โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลยทั้งสองก็เป็นเรื่องที่โจทก์ยังไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองในขณะนั้นเท่านั้น ไม่ทำให้จำเลยทั้งสองพ้นจากความผูกพันที่จะต้องชำระหนี้งวดต่อไปให้ตรงตามกำหนด เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองยังคงชำระหนี้งวดที่ 5 ไม่ตรงตามกำหนดอีก จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อต่อไปว่า โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 เพื่อกลั่นแกล้งไม่ให้จำเลยที่ 2 โอนขายที่ดินให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัด อันเป็นการใช้สิทธิบังคับคดีโดยไม่สุจริตนั้น ข้อนี้เป็นประเด็นที่พิพาทกันมาแล้วในศาลชั้นต้น และจำเลยที่ 2 ได้อุทธรณ์ไว้ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะต้องวินิจฉัยให้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยก่อน และเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังวินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้บังคับคดีด้วยการยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แม้โจทก์จะทราบมาก่อนว่าที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้เสนอขายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัดและคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุพรรณบุรี จำกัดมีมติให้ซื้อจากจำเลยที่ 2 แล้ว ก็หาเป็นการใช้สิทธิบังคับคดีโดยไม่สุจริตไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้น ชอบแล้ว"

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000620.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551