คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2551 ฉบับเต็ม

#412766
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2551 นางยุพา สุภาพันธ์ กับพวก โจทก์ นางเอื้อจิตร์ ศิริโชติ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271, มาตรา 275 ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยได้นับแต่นั้น การที่โจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยทันทีแต่ยินยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกมิใช่เป็นการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลย ไม่มีผลทำให้หมายบังคับคดีสิ้นผลหรือเสียไป ดังนั้น เมื่อจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ให้โอกาส โจทก์ย่อมขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้ ไม่จำต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีใหม่อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,184,376 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง โดยผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาท ทุกวันที่ 10 ของเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์ทั้งสองบังคับคดีได้ทันที จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษา 5 งวด แล้วไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี หลังจากนั้นจำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกบางส่วนแล้วผิดนัดไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินรวม 6 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยโดยไม่ชอบเพราะการที่โจทก์ทั้งสองยินยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกเป็นการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลย เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ทั้งสองต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีอีกครั้งโดยระบุถึงจำนวนหนี้ที่ยังไม่ได้รับชำระเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การบังคับคดีของโจทก์ทั้งสองชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีนี้โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลชั้นต้นพิพพากษาตามยอมโดยสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อสำคัญว่า จำเลยยอมชำระเงินจำนวน 1,184,376 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง โดยผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาท ทุกวันที่ 10 ของเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์ทั้งสองบังคับคดีได้ทันที จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษารวม 5 งวด แล้วผิดนัดไม่ชำระ โจทก์ทั้งสองขอให้บังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดี เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ทั้งสองแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ย่อมมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยได้นับแต่นั้น การที่โจทก์ทั้งสองมิได้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยทันทีแต่ยินยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกหาใช่เป็นการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลยไม่ แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองให้โอกาสจำเลยปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีผลทำให้หมายบังคับคดีดังกล่าวสิ้นผลหรือเสียไปแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ทั้งสองให้โอกาสโจทก์ทั้งสองก็ย่อมมีสิทธิบังคับคดีแก่จำเลยโดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้ กรณีไม่จำต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีใหม่อีกเพราะหมายบังคับคดีฉบับเดิมยังมีผลอยู่ การที่โจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดจึงเป็นการบังคับคดีโดยชอบ ไม่มีเหตุที่จำเลยจะขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-ประทีป เฉลิมภัทรกุล-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412766
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082011255"
    }
}
date
2551
deka_no
1763/2551
deka_running_no
1763
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271",
            "ม. 275"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางยุพา สุภาพันธ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเอื้อจิตร์ ศิริโชติ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,184,376 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง โดยผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาท ทุกวันที่ 10 ของเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์ทั้งสองบังคับคดีได้ทันที จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษา 5 งวด แล้วไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี หลังจากนั้นจำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกบางส่วนแล้วผิดนัดไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินรวม 6 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด

จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยโดยไม่ชอบเพราะการที่โจทก์ทั้งสองยินยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกเป็นการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลย เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ทั้งสองต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีอีกครั้งโดยระบุถึงจำนวนหนี้ที่ยังไม่ได้รับชำระเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การบังคับคดีของโจทก์ทั้งสองชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีนี้โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลชั้นต้นพิพพากษาตามยอมโดยสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อสำคัญว่า จำเลยยอมชำระเงินจำนวน 1,184,376 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง โดยผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาท ทุกวันที่ 10 ของเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์ทั้งสองบังคับคดีได้ทันที จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษารวม 5 งวด แล้วผิดนัดไม่ชำระ โจทก์ทั้งสองขอให้บังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดี เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ทั้งสองแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ย่อมมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยได้นับแต่นั้น การที่โจทก์ทั้งสองมิได้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยทันทีแต่ยินยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปอีกหาใช่เป็นการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จำเลยไม่ แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองให้โอกาสจำเลยปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีผลทำให้หมายบังคับคดีดังกล่าวสิ้นผลหรือเสียไปแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ทั้งสองให้โอกาสโจทก์ทั้งสองก็ย่อมมีสิทธิบังคับคดีแก่จำเลยโดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้ กรณีไม่จำต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีใหม่อีกเพราะหมายบังคับคดีฉบับเดิมยังมีผลอยู่ การที่โจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดจึงเป็นการบังคับคดีโดยชอบ ไม่มีเหตุที่จำเลยจะขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000634.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551