คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2862/2551 ฉบับเต็ม

#412807
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2862/2551 นางประคอง สุขเกษม โจทก์ นางสาวนารินทร์ สุขเฉลิมศรี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์ แต่รับว่าเคยซื้อสบู่จากโจทก์ และลงลายมือชื่อในเอกสารการซื้อขายว่ามีหนี้ค้างชำระ 10,700 บาท มอบให้แก่โจทก์ ประเด็นจึงมีเพียงว่า จำเลยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์หรือไม่ แม้จำเลยให้การรับว่าเคยซื้อสบู่จากโจทก์และทำหลักฐานแห่งหนี้มอบให้แก่โจทก์ ก็เป็นเพียงเหตุแห่งการปฏิเสธหนี้ตามฟ้องของโจทก์เท่านั้น ไม่มีผบกระทบถึงผลแห่งคดีที่จะกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท คดีจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยซื้อสบู่จากโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ หากศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์ก็ชอบที่จะยกฟ้องเสีย ไม่มีอำนาจที่จะพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระค่าสบู่ตามคำให้การอันมิใช่ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้ เนื่องจากเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็น ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ไปจากโจทก์รวม 6 รายการ รวมเป็นเงิน 40,700 บาท โดยจำเลยทำหลักฐานในการซื้อขายไว้ให้ เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 46,296 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 40,700 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ไปจากโจทก์ แต่เคยซื้อสบู่จากโจทก์ในราคา 10,700 บาท ตกลงชำระเงินให้โจทก์ภายในเดือนกันยายน 2548 โดยลงลายมือชื่อในเอกสารที่โจทก์เตรียมมา แต่โจทก์นำเอกสารดังกล่าวมาแก้ไขข้อความและจำนวนเงินโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย จึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 10,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่โจทก์ได้รับสำเนาคำฟ้องแล้วไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อกฎหมายของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ในทำนองว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์ ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกฟ้องโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าสบู่แก่โจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านตามฟ้องจากโจทก์ แต่รับว่าเคยซื้อสบู่จากโจทก์ และลงลายมือชื่อในเอกสารการซื้อขายว่ามีหนี้ค้างชำระเป็นเงิน 10,700 บาท มอบให้แก่โจทก์ ประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การจึงมีเพียงว่า จำเลยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์หรือไม่ แม้จำเลยให้การรับว่าเคยซื่อสบู่จากโจทก์และทำหลักฐานแห่งหนี้มอบให้แก่โจทก์ ก็เป็นเพียงเหตุแห่งการปฏิเสธหนี้ตามฟ้องโจทก์เท่านั้น ไม่มีผลกระทบถึงผลแห่งคดีที่จะกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท คดีจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยซื้อสบู่จากโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ หากศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้ารประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์ ก็ชอบที่จะยกฟ้องเสีย ไม่มีอำนาจที่จะพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามคำให้การอันมิใช่ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้ เนื่องจากเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ค่าสบู่นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (มนูพงศ์ รุจิกัณหะ-ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ห้ามมิให้พิพากษาให้สิ่งใดๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องถือคำฟ้องเป็นหลัก สำหรับคำฟ้องตามมาตรา 1 (3) เป็นกระบวนการพิจารณาใดๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล ส่วนคำให้การตามมาตรา 1 (4) เป็นกระบวนการพิจารณาใดๆ ซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยกข้อต่อสู้เป็นข้อแก้คำฟ้อง ซึ่งรวมถึงคำให้การยอมรับตามมาตรา 177 วรรคสองด้วย คำฟ้องกับคำให้การจึงเป็นสิ่งคู่กันก่อให้เกิดประเด็นแห่งคดี คำว่า คำฟ้อง ตามที่มาตรา 142 กล่าวถึงจึงหมายถึงคำให้การด้วย แต่คดีนี้คำฟ้องมิได้เสนอข้อหาในเรื่องหนี้ค่าซื้อสบู่ คำให้การของจำเลยที่รับว่าเคยซื้อสบู่จากโจทก์ จึงมิใช่ข้อต่อสู้หรือยอมรับตามที่โจทก์เสนอข้อหา การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าสบู่ จึงเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตามมาตรา 142 มิใช่ว่าการยกเอาข้อต่อสู้หรือยอมรับตามคำให้การจะเป็นการนอกฟ้องไปทุกกรณีแต่อย่างใด ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412807
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010351"
    }
}
date
2551
deka_no
2862/2551
deka_running_no
2862
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางประคอง สุขเกษม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวนารินทร์ สุขเฉลิมศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ไปจากโจทก์รวม 6 รายการ รวมเป็นเงิน 40,700 บาท โดยจำเลยทำหลักฐานในการซื้อขายไว้ให้ เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 46,296 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 40,700 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ไปจากโจทก์ แต่เคยซื้อสบู่จากโจทก์ในราคา 10,700 บาท ตกลงชำระเงินให้โจทก์ภายในเดือนกันยายน 2548 โดยลงลายมือชื่อในเอกสารที่โจทก์เตรียมมา แต่โจทก์นำเอกสารดังกล่าวมาแก้ไขข้อความและจำนวนเงินโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย จึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 10,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่โจทก์ได้รับสำเนาคำฟ้องแล้วไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อกฎหมายของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ในทำนองว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์ ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกฟ้องโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าสบู่แก่โจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านยี่ห้อซุปเปอร์แวร์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านตามฟ้องจากโจทก์ แต่รับว่าเคยซื้อสบู่จากโจทก์ และลงลายมือชื่อในเอกสารการซื้อขายว่ามีหนี้ค้างชำระเป็นเงิน 10,700 บาท มอบให้แก่โจทก์ ประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การจึงมีเพียงว่า จำเลยซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์หรือไม่ แม้จำเลยให้การรับว่าเคยซื่อสบู่จากโจทก์และทำหลักฐานแห่งหนี้มอบให้แก่โจทก์ ก็เป็นเพียงเหตุแห่งการปฏิเสธหนี้ตามฟ้องโจทก์เท่านั้น ไม่มีผลกระทบถึงผลแห่งคดีที่จะกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท คดีจึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยซื้อสบู่จากโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ หากศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้ารประเภทเครื่องใช้ประจำบ้านจากโจทก์ ก็ชอบที่จะยกฟ้องเสีย ไม่มีอำนาจที่จะพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามคำให้การอันมิใช่ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้ เนื่องจากเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ค่าสบู่นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ห้ามมิให้พิพากษาให้สิ่งใดๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องถือคำฟ้องเป็นหลัก สำหรับคำฟ้องตามมาตรา 1 (3) เป็นกระบวนการพิจารณาใดๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล ส่วนคำให้การตามมาตรา 1 (4) เป็นกระบวนการพิจารณาใดๆ ซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยกข้อต่อสู้เป็นข้อแก้คำฟ้อง ซึ่งรวมถึงคำให้การยอมรับตามมาตรา 177 วรรคสองด้วย คำฟ้องกับคำให้การจึงเป็นสิ่งคู่กันก่อให้เกิดประเด็นแห่งคดี คำว่า คำฟ้อง ตามที่มาตรา 142 กล่าวถึงจึงหมายถึงคำให้การด้วย แต่คดีนี้คำฟ้องมิได้เสนอข้อหาในเรื่องหนี้ค่าซื้อสบู่ คำให้การของจำเลยที่รับว่าเคยซื้อสบู่จากโจทก์ จึงมิใช่ข้อต่อสู้หรือยอมรับตามที่โจทก์เสนอข้อหา การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าสบู่ จึงเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตามมาตรา 142 มิใช่ว่าการยกเอาข้อต่อสู้หรือยอมรับตามคำให้การจะเป็นการนอกฟ้องไปทุกกรณีแต่อย่างใด ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000626.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551