คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6408/2544 ฉบับเต็ม

#41281
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6408/2544 นาย สมรรถพล โล่ห์ศิริรวัฒน์ โจทก์ บริษัท แอลแมคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าแก่โจทก์ตามข้อตกลงที่จำเลยจะจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าให้โจทก์ในอัตราร้อยละห้าของยอดเงินที่ขายได้และเรียกเก็บจากลูกค้าได้แล้ว อันเป็นการฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้าง จำเลยฟ้องแย้งว่าระหว่างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ได้ลักเอาข้อมูลลับและเอกสารลับเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อลูกค้า ใบเสนอราคา รายละเอียดสินค้าพร้อมราคาต้นทุนและราคาขายของจำเลยไปให้บุคคลอื่นเพื่อแย่งลูกค้าของจำเลยทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยอันเป็นการฟ้องให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิด ซึ่งไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการขายสินค้าของโจทก์แต่อย่างใด ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าเป็นเงิน 110,281 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 35,000,000 บาท แก่จำเลย ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยแต่ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยและเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้ให้การโต้แย้งหรือปฏิเสธข้ออ้างตามคำฟ้องของโจทก์ถือว่าจำเลยยอมรับ ฟังได้ว่าจำเลยค้างจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าตามฟ้องพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าเป็นเงิน 110,281 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะที่ศาลแรงงานกลางสั่งให้รับไว้พิจารณาประการเดียวว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างมีข้อตกลงว่าจำเลยจะจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละห้าของยอดเงินที่ขายได้และเรียกเก็บจากลูกค้าได้แล้ว ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม 2542 โจทก์ขายสินค้าให้จำเลยได้รวมเป็นเงิน 2,223,382 บาท มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการขายสินค้า 110,281 บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ อันเป็นการฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้าง จำเลยฟ้องแย้งว่าระหว่างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ได้ลักเอาข้อมูลลับและเอกสารลับเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อลูกค้า ใบเสนอราคารายละเอียดสินค้าพร้อมราคาต้นทุนและราคาขายของจำเลยไปให้บุคคลอื่นเพื่อแย่งลูกค้าของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหาย 35,000,000 บาท แก่จำเลย อันเป็นการฟ้องให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิด ซึ่งไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการขายสินค้าของโจทก์แต่อย่างใดฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (จรัส พวงมณี-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-หัสดี ไกรทองสุก) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41281
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062700"
    }
}
date
2544
deka_no
6408/2544
deka_running_no
6408
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสาม"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สมรรถพล โล่ห์ศิริรวัฒน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท แอลแมคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าเป็นเงิน 110,281 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 35,000,000 บาท แก่จำเลย

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยแต่ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยและเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้ให้การโต้แย้งหรือปฏิเสธข้ออ้างตามคำฟ้องของโจทก์ถือว่าจำเลยยอมรับ ฟังได้ว่าจำเลยค้างจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าตามฟ้องพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าเป็นเงิน 110,281 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะที่ศาลแรงงานกลางสั่งให้รับไว้พิจารณาประการเดียวว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างมีข้อตกลงว่าจำเลยจะจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละห้าของยอดเงินที่ขายได้และเรียกเก็บจากลูกค้าได้แล้ว ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม 2542 โจทก์ขายสินค้าให้จำเลยได้รวมเป็นเงิน 2,223,382 บาท มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการขายสินค้า 110,281 บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าตอบแทนในการขายสินค้าจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ อันเป็นการฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้าง จำเลยฟ้องแย้งว่าระหว่างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ได้ลักเอาข้อมูลลับและเอกสารลับเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อลูกค้า ใบเสนอราคารายละเอียดสินค้าพร้อมราคาต้นทุนและราคาขายของจำเลยไปให้บุคคลอื่นเพื่อแย่งลูกค้าของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหาย 35,000,000 บาท แก่จำเลย อันเป็นการฟ้องให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิด ซึ่งไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการขายสินค้าของโจทก์แต่อย่างใดฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001097.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544