คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2550 ฉบับเต็ม

#412815
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2550 มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร โจทก์ นายซักหลิน โชติพนิชเศรษฐ์ โดยนางสาวปรียาภรณ์ โชติพนิชเศรษฐ์ นางสาวอมนพรรณ โชติพนิชเศรษฐ์ นางสาวสุวภัทร โชติพนิชเศรษฐ์ และนายศักดิ์ชัย โชติพนิชเศรษฐ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 93 (2) (เดิม) ป.รัษฎากร มาตรา 118 เมื่อโจทก์ส่งภาพถ่ายสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงเป็นพยานต่อศาล จำเลยไม่ได้คัดค้านหรือโต้แย้งว่าโจทก์มิได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจช่วงแต่อย่างใด การที่ศาลชั้นต้นรับฟังสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าว จึงเท่ากับศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 (2) สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ เมื่อปรากฏว่าเป็นการรับฟังสำเนาเอกสารเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับเอกสาร จึงไม่ใช่การรับฟังต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐาน ทั้งสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวก็มิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร จึงไม่อยู่ในบังคับให้ต้องปิดอากรแสตมป์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.รัษฎากร แต่อย่างใด ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 407 ตำบลหนองอ้อ และเลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้างโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไร่ละ 500 บาทต่อเดือน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่วนที่ทับที่ดินของจำเลยกับพวก ให้โจทก์ไปดำเนินการยกเลิกต่อเจ้าพนักงาน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโจทก์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทในกรอบเส้นสีน้ำตาลและสีส้มตามแผนที่วิวาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 407 ตำบลหนองอ้อ และเลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนางหยุงฟ้า นางสาวปรียาภรณ์ นางสาวอมนพรรณ นางสาวสุวภัทร และนายศักดิ์ชัย ทายาทเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกามีคำสั่งเรียกนางสาวปรียาภรณ์ นางสาวอมนพรรณ นางสาวสุวภัทร และนายศักดิ์ชัย เป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ต้องวินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจช่วงที่มุขนายกมนัสผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์มอบอำนาจช่วงให้นายมนัสหรือนายอำพลหรือนายไพรัชฟ้องจำเลยจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายได้หรือไม่ จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจช่วง ผู้รับมอบอำนาจช่วง 3 คน ต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันโจทก์จึงต้องปิดอากรแสตมป์ตามรายตัวบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจช่วงคนละ 30 บาท แต่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจช่วงเพียง 30 บาท จึงไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด รับฟังเป็นพยานหลักฐานว่ามีการมอบอำนาจช่วงให้ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์นำสืบส่งภาพถ่ายสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงเป็นพยานต่อศาล จำเลยไม่ได้คัดค้านหรือนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจช่วงและนำสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงมามาสืบแต่อย่างใด การที่ศาลชั้นต้นรับฟังสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าว จึงเท่ากับศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 (2) สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ เมื่อปรากฏว่าเป็นการรับฟังสำเนาเอกสารเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับเอกสาร จึงหาใช่เป็นการรับฟังต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐานอันจะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรดังที่จำเลยอ้างไม่ และสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวก็มิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ด้วยเช่นกัน สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชาลี ทัพภวิมล-สมศักดิ์ จันทรา-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412815
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017740"
    }
}
date
2550
deka_no
2423/2550
deka_running_no
2423
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 93 (2) (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 118"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายซักหลิน โชติพนิชเศรษฐ์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยนางสาวปรียาภรณ์ โชติพนิชเศรษฐ์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวอมนพรรณ โชติพนิชเศรษฐ์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวสุวภัทร โชติพนิชเศรษฐ์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "และนายศักดิ์ชัย โชติพนิชเศรษฐ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 407 ตำบลหนองอ้อ และเลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้างโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไร่ละ 500 บาทต่อเดือน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท

จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่วนที่ทับที่ดินของจำเลยกับพวก ให้โจทก์ไปดำเนินการยกเลิกต่อเจ้าพนักงาน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทในกรอบเส้นสีน้ำตาลและสีส้มตามแผนที่วิวาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 407 ตำบลหนองอ้อ และเลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท ยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนางหยุงฟ้า นางสาวปรียาภรณ์ นางสาวอมนพรรณ นางสาวสุวภัทร และนายศักดิ์ชัย ทายาทเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกามีคำสั่งเรียกนางสาวปรียาภรณ์ นางสาวอมนพรรณ นางสาวสุวภัทร และนายศักดิ์ชัย เป็นคู่ความแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ต้องวินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจช่วงที่มุขนายกมนัสผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์มอบอำนาจช่วงให้นายมนัสหรือนายอำพลหรือนายไพรัชฟ้องจำเลยจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายได้หรือไม่ จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจช่วง ผู้รับมอบอำนาจช่วง 3 คน ต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันโจทก์จึงต้องปิดอากรแสตมป์ตามรายตัวบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจช่วงคนละ 30 บาท แต่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจช่วงเพียง 30 บาท จึงไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด รับฟังเป็นพยานหลักฐานว่ามีการมอบอำนาจช่วงให้ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์นำสืบส่งภาพถ่ายสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงเป็นพยานต่อศาล จำเลยไม่ได้คัดค้านหรือนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจช่วงและนำสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงมามาสืบแต่อย่างใด การที่ศาลชั้นต้นรับฟังสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าว จึงเท่ากับศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 (2) สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ เมื่อปรากฏว่าเป็นการรับฟังสำเนาเอกสารเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับเอกสาร จึงหาใช่เป็นการรับฟังต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐานอันจะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรดังที่จำเลยอ้างไม่ และสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวก็มิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ด้วยเช่นกัน สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000692.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550