คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2544 ฉบับเต็ม

#41291
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2544 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย นิคมหรือรณกฤต ชุ่มกระแสร์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 21, มาตรา 295 ทวิ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนอง ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้โจทก์วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาด แต่โจทก์ไม่ได้วางเงินภายในกำหนดเวลาดังกล่าวดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 ทวิชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขอให้ศาลถอนการบังคับคดีนั้นเสีย และการที่ศาลชั้นต้นสั่งถอนการบังคับคดีโดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องเพราะข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งจึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 30425 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2541 โดยโจทก์นำส่งต้นฉบับโฉนดที่ดินและหนังสือสัญญาจำนองแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้โจทก์วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดจำนวน 3,000 บาท ภายในวันที่ 9 มีนาคม 2542โจทก์ไม่ได้วางเงินภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนการยึดทรัพย์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 ครั้นวันที่ 13กรกฎาคม 2542 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่ให้ถอนการบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้เพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดนั้น ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่าข้อเท็จจริงปรากฏตามหนังสือของเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดีลงวันที่ 23 มีนาคม 2542 เอกสารอันดับที่ 25 ในสำนวนว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือถึงนายสุวิชช์ ไชยกูล ผู้แทนโจทก์ถึง 2 ครั้ง ให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542และวันที่ 9 มีนาคม 2542 โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังที่อยู่เลขที่ 205/16 ถนนประชาสงเคราะห์ ซอยเพิ่มสิน แขวงดินแดงเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร อันเป็นภูมิลำเนาที่ผู้แทนโจทก์ให้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในวันที่นำยึดทรัพย์ ตราบใดที่ยังมิได้เปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาก็ต้องถือว่าการส่งหนังสือให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีถึงผู้แทนโจทก์ชอบแล้ว ประกอบกับในวันที่ 29 กันยายน 2541 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบันทึกรายงานเจ้าหน้าที่ไว้ซึ่งตอนท้ายระบุข้อความว่าผู้แทนโจทก์แถลงขอผัดส่งภูมิลำเนาจำเลย รายชื่อที่ดินข้างเคียงภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้างและวางเงินค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดเพิ่ม2,000 บาท ภายในกำหนด 15 วันแล้วนายสุวิชช์ ไชยกูล ผู้แทนโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ เช่นนี้แสดงว่าผู้แทนโจทก์ทราบดีว่าต้องวางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดภายในกำหนดแล้ว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งเป็นหนังสือย้ำเตือนให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาด แต่ผู้แทนโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดจนเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนการบังคับคดีจึงชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 295 ทวิ การที่ศาลชั้นต้นสั่งถอนการบังคับคดีโดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องเพราะข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งจึงชอบแล้ว ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของโจทก์จึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง" พิพากษายกฎีกาโจทก์ (พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา-เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-วิชัย วิวิตเสวี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41291
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062467"
    }
}
date
2544
deka_no
6549/2544
deka_running_no
6549
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา",
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "วิชัย วิวิตเสวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 21",
            "ม. 295 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย นิคมหรือรณกฤต ชุ่มกระแสร์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 30425 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2541 โดยโจทก์นำส่งต้นฉบับโฉนดที่ดินและหนังสือสัญญาจำนองแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้โจทก์วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดจำนวน 3,000 บาท ภายในวันที่ 9 มีนาคม 2542โจทก์ไม่ได้วางเงินภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนการยึดทรัพย์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 ครั้นวันที่ 13กรกฎาคม 2542 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่ให้ถอนการบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้เพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดนั้น ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่าข้อเท็จจริงปรากฏตามหนังสือของเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดีลงวันที่ 23 มีนาคม 2542 เอกสารอันดับที่ 25 ในสำนวนว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือถึงนายสุวิชช์ ไชยกูล ผู้แทนโจทก์ถึง 2 ครั้ง ให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542และวันที่ 9 มีนาคม 2542 โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังที่อยู่เลขที่ 205/16 ถนนประชาสงเคราะห์ ซอยเพิ่มสิน แขวงดินแดงเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร อันเป็นภูมิลำเนาที่ผู้แทนโจทก์ให้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในวันที่นำยึดทรัพย์ ตราบใดที่ยังมิได้เปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาก็ต้องถือว่าการส่งหนังสือให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีถึงผู้แทนโจทก์ชอบแล้ว ประกอบกับในวันที่ 29 กันยายน 2541 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบันทึกรายงานเจ้าหน้าที่ไว้ซึ่งตอนท้ายระบุข้อความว่าผู้แทนโจทก์แถลงขอผัดส่งภูมิลำเนาจำเลย รายชื่อที่ดินข้างเคียงภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้างและวางเงินค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดเพิ่ม2,000 บาท ภายในกำหนด 15 วันแล้วนายสุวิชช์ ไชยกูล ผู้แทนโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ เช่นนี้แสดงว่าผู้แทนโจทก์ทราบดีว่าต้องวางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาดภายในกำหนดแล้ว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งเป็นหนังสือย้ำเตือนให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการประกาศขายทอดตลาด แต่ผู้แทนโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดจนเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนการบังคับคดีจึงชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 295 ทวิ การที่ศาลชั้นต้นสั่งถอนการบังคับคดีโดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องเพราะข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งจึงชอบแล้ว ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของโจทก์จึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"

พิพากษายกฎีกาโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001095.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544