คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6709/2544 ฉบับเต็ม

#41301
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6709/2544 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นาย พรศักดิ์ นาเลื่อน กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 33 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นพาหนะในการบรรทุกยางพาราหลบหนีอันเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป เป็นการบรรยายฟ้องเพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเพื่อเพิ่มโทษหากผู้กระทำผิดใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม แต่บทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้บัญญัติให้ถือว่ายานพาหนะนั้นเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดด้วย ดังนั้น การที่จำเลยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางในการบรรทุกยางพาราหลบหนี ก็มิได้หมายความว่าจำเลยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33(1) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักยางพาราแผ่นจำนวน206 แผ่นราคา 5,988 บาท ของนางวิภาภรณ์หรือวิภาพร เอ้งฉ้วนผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยในการลักทรัพย์ดังกล่าวคนร้ายร่วมกันใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปเจ้าพนักงานพบจำเลยทั้งสอง นายสมศักดิ์ แซ่โห้วและนายวรรณโชคนาเลื่อน กับพวกอีกหนึ่งคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันครอบครองยางพาราแผ่นทั้งหมดของผู้เสียหายที่ถูกลักไปดังกล่าว ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 กับนายสมศักดิ์ แซ่โห้วได้ เจ้าพนักงานติดตามยึดยางพาราแผ่นดังกล่าวและรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนได้ นำส่งพนักงานสอบสวนเป็นของกลางจำเลยที่ 2 กับนายวรรณโชค นาเลื่อน เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันเป็นคนร้ายลักยางพาราแผ่นของกลางของผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการบรรทุกยางพาราแผ่นของกลางหลบหนีอันเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือมิฉะนั้นระหว่างหลังเกิดเหตุลักทรัพย์ถึงวันเวลาที่เจ้าพนักงานพบยางพาราแผ่นของกลางอยู่ในครอบครองของจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าว วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งยางพาราแผ่นของกลางโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดเข้าลักษณะลักทรัพย์ เหตุรับของโจรเกิดที่ตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียม จังหวัดตรัง ผู้เสียหายรับยางพาราแผ่นของกลางคืนไปแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางเจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ, 357 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วรรคสาม (ที่ถูกวรรคสอง)ประกอบด้วย มาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 9 เดือนสำหรับข้อหารับของโจรให้ยก ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น เห็นว่า รถจักรยานยนต์เพียงใช้สะดวกในการไปมาเท่านั้น มิใช่เป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดโดยตรง จึงไม่ริบ ให้ยกคำขอ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการบรรทุกยางพาราหลบหนีอันเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป เป็นการบรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ซึ่งมีข้อความว่า ผู้ใดกระทำผิดตามมาตรา 335 โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้กึ่งหนึ่ง หาได้บัญญัติให้ถือว่ายานพาหนะนั้นเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดด้วยไม่ การที่จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการบรรทุกยางพาราหลบหนีก็มิได้ความว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้รถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 (ไพศาล เจริญวุฒิ-วิชัย วิสิทธวงศ์-จรูญวิทย์ ทองสอน) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41301
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062349"
    }
}
date
2544
deka_no
6709/2544
deka_running_no
6709
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดตรัง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย พรศักดิ์ นาเลื่อน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักยางพาราแผ่นจำนวน206 แผ่นราคา 5,988 บาท ของนางวิภาภรณ์หรือวิภาพร เอ้งฉ้วนผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยในการลักทรัพย์ดังกล่าวคนร้ายร่วมกันใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปเจ้าพนักงานพบจำเลยทั้งสอง นายสมศักดิ์ แซ่โห้วและนายวรรณโชคนาเลื่อน กับพวกอีกหนึ่งคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันครอบครองยางพาราแผ่นทั้งหมดของผู้เสียหายที่ถูกลักไปดังกล่าว ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 กับนายสมศักดิ์ แซ่โห้วได้ เจ้าพนักงานติดตามยึดยางพาราแผ่นดังกล่าวและรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนได้ นำส่งพนักงานสอบสวนเป็นของกลางจำเลยที่ 2 กับนายวรรณโชค นาเลื่อน เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันเป็นคนร้ายลักยางพาราแผ่นของกลางของผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการบรรทุกยางพาราแผ่นของกลางหลบหนีอันเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือมิฉะนั้นระหว่างหลังเกิดเหตุลักทรัพย์ถึงวันเวลาที่เจ้าพนักงานพบยางพาราแผ่นของกลางอยู่ในครอบครองของจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าว วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งยางพาราแผ่นของกลางโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดเข้าลักษณะลักทรัพย์ เหตุรับของโจรเกิดที่ตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียม จังหวัดตรัง ผู้เสียหายรับยางพาราแผ่นของกลางคืนไปแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางเจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ, 357 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วรรคสาม (ที่ถูกวรรคสอง)ประกอบด้วย มาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 9 เดือนสำหรับข้อหารับของโจรให้ยก ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น เห็นว่า รถจักรยานยนต์เพียงใช้สะดวกในการไปมาเท่านั้น มิใช่เป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดโดยตรง จึงไม่ริบ ให้ยกคำขอ

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการบรรทุกยางพาราหลบหนีอันเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป เป็นการบรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ซึ่งมีข้อความว่า ผู้ใดกระทำผิดตามมาตรา 335 โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้กึ่งหนึ่ง หาได้บัญญัติให้ถือว่ายานพาหนะนั้นเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดด้วยไม่ การที่จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการบรรทุกยางพาราหลบหนีก็มิได้ความว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้รถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001094.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544