คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7806/2544 ฉบับเต็ม

#41334
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7806/2544 พนักงานอัยการสำนักอัยการสูงสุด โจทก์ นาย อาเมหรืออาเบ แซ่มูหรือแซ่หมู กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 193, มาตรา 216, มาตรา 225 แม้ฎีกาของจำเลยที่ 2 จะได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 2 ได้ไปติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 1 และพวกตลอดทั้งพฤติการณ์ที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2 และหลอกลวงให้ทำบันทึกคำรับสารภาพไว้ โดยละเอียดก็ตาม แต่ฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแถลงข้อเท็จจริงปฏิเสธความผิดของตนโดยมิได้ยกเหตุขึ้นคัดค้านหรือกล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อใดอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และมาตรา 216 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จากสารบบความ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายบทเดียวกัน(ที่ถูก เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทในมาตราเดียวกันซึ่งมีโทษเท่ากัน) ให้ลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ลงโทษประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มิได้กระทำความผิดตามฟ้อง โดยสรุปความว่า จำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางของจำเลยที่ 1 กับพวกเพราะจำเลยที่ 2 ตกลงเป็นสายลับดำเนินการติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 กับพวก ให้แก่จ่าสิบตำรวจวัลลภปะศิระถา และจ่าสิบตำรวจเกษม ฉิมพลี เจ้าพนักงานตำรวจกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 หน่วยปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือราชการในการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ จำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนาร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1 และพวกแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวแม้จะได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 2 ได้ไปติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 1 และพวก ตลอดทั้งพฤติการณ์ที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2 และหลอกลวงให้ทำบันทึกคำรับสารภาพไว้โดยละเอียดก็ตาม แต่ฎีกาของจำเลยที่ 2ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแถลงข้อเท็จจริงปฏิเสธความผิดของตนโดยมิได้ยกเหตุขึ้นคัดค้านหรือกล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อใดอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และมาตรา 216 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษในสถานเบาที่สุดนั้น เห็นว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยที่ 2 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีจำนวน 50,000 เม็ด ปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ถึง 1,473.256 กรัม กรณีจึงต้องระวางโทษจำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษประหารชีวิตและลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2)แล้วลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ลงโทษจำเลยที่ 2 เบาลงอีก ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมชาย พงษธา-กมล เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41334
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060841"
    }
}
date
2544
deka_no
7806/2544
deka_running_no
7806
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 193",
            "ม. 216",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการสำนักอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อาเมหรืออาเบ แซ่มูหรือแซ่หมู กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จากสารบบความ

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายบทเดียวกัน(ที่ถูก เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทในมาตราเดียวกันซึ่งมีโทษเท่ากัน) ให้ลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ลงโทษประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มิได้กระทำความผิดตามฟ้อง โดยสรุปความว่า จำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางของจำเลยที่ 1 กับพวกเพราะจำเลยที่ 2 ตกลงเป็นสายลับดำเนินการติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 กับพวก ให้แก่จ่าสิบตำรวจวัลลภปะศิระถา และจ่าสิบตำรวจเกษม ฉิมพลี เจ้าพนักงานตำรวจกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 หน่วยปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือราชการในการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ จำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนาร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1 และพวกแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวแม้จะได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 2 ได้ไปติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 1 และพวก ตลอดทั้งพฤติการณ์ที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2 และหลอกลวงให้ทำบันทึกคำรับสารภาพไว้โดยละเอียดก็ตาม แต่ฎีกาของจำเลยที่ 2ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแถลงข้อเท็จจริงปฏิเสธความผิดของตนโดยมิได้ยกเหตุขึ้นคัดค้านหรือกล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อใดอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และมาตรา 216 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษในสถานเบาที่สุดนั้น เห็นว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยที่ 2 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีจำนวน 50,000 เม็ด ปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ถึง 1,473.256 กรัม กรณีจึงต้องระวางโทษจำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษประหารชีวิตและลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2)แล้วลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ลงโทษจำเลยที่ 2 เบาลงอีก ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001080.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544