คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7816/2544 ฉบับเต็ม

#41335
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7816/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย อำนาจ ฤทธิชัย จำเลย ป.อ. มาตรา 90 ป.วิ.อ. มาตรา 186 การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการกระทำกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต แต่การลงโทษผู้กระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 การที่ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายบทใดและศาลอุทธรณ์ มิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ เมื่อปรากฏว่าความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยในฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายอนุสรณ์หรือกล้วย เทพหนูจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10962/2542 ของศาลชั้นต้นร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายโดยขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวแก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา400,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยพร้อมเมทแอมเฟตามีน รถยนต์และโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออีริคสันเป็นของกลาง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2540 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน ในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 122/2540 ของศาลจังหวัดราชบุรี จำเลยกระทำความผิดคดีก่อนในขณะที่มีอายุเกินกว่าสิบเจ็ดปี และพ้นโทษคดีดังกล่าวมาแล้วกลับมากระทำความผิดคดีนี้อีก ภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับข้อเคยต้องโทษ พ้นโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสองเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายไปนั้นเป็นจำนวนเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้นเนื่องจากศาลลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) คงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 53 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิตแต่การลงโทษผู้กระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 การที่ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายบทใด และศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ปรากฏว่าความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยในฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า การที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งมีปริมาณมากถึง8,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง คือ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตเป็นโทษต่ำสุดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว และเมื่อคดีมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์ก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่งโดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 แล้วลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 25 ปี อันเป็นการลดโทษในอัตราสูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในสถานเบากว่านี้ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 66 วรรคสอง, 102 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรากฏว่าความผิดทั้งสองบทดังกล่าวมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (สมศักดิ์ เนตรมัย-อัธยา ดิษยบุตร-ปรีดี รุ่งวิสัย) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41335
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060839"
    }
}
date
2544
deka_no
7816/2544
deka_running_no
7816
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 186"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อำนาจ ฤทธิชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายอนุสรณ์หรือกล้วย เทพหนูจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10962/2542 ของศาลชั้นต้นร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายโดยขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวแก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา400,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยพร้อมเมทแอมเฟตามีน รถยนต์และโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออีริคสันเป็นของกลาง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2540 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน ในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 122/2540 ของศาลจังหวัดราชบุรี จำเลยกระทำความผิดคดีก่อนในขณะที่มีอายุเกินกว่าสิบเจ็ดปี และพ้นโทษคดีดังกล่าวมาแล้วกลับมากระทำความผิดคดีนี้อีก ภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับข้อเคยต้องโทษ พ้นโทษจริงตามฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสองเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายไปนั้นเป็นจำนวนเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้นเนื่องจากศาลลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) คงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 53 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิตแต่การลงโทษผู้กระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 การที่ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายบทใด และศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ปรากฏว่าความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยในฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า การที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งมีปริมาณมากถึง8,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง คือ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตเป็นโทษต่ำสุดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว และเมื่อคดีมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์ก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่งโดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 แล้วลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 25 ปี อันเป็นการลดโทษในอัตราสูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในสถานเบากว่านี้ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 66 วรรคสอง, 102 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรากฏว่าความผิดทั้งสองบทดังกล่าวมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001080.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544