คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2551 ฉบับเต็ม

#413419
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2551 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายอุดร โมละลาย จำเลย ป.อ. มาตรา 80, มาตรา 334 จำเลยขึ้นนั่งคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจากจุดที่จอดเดิมประมาณ 1 เมตร แต่จำเลยยังไม่ทันติดเครื่องรถขับเอาไปเพราะผู้เสียหายมาพบเห็นเสียก่อน จำเลยจึงทิ้งรถวิ่งหนีไปถือได้ว่าจำเลยเข้ายึดถือครอบครองและเอาทรัพย์เคลื่อนไปในลักษณะที่พาเอาไปได้เป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2544 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก 1 คน ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันลักทรัพย์รถจักรยานยี่ห้อคาวาซากิ หมายเลขทะเบียน 555 กรุงเทพมหานคร ราคา 40,000 บาท ของนายทองคูณผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 335 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ริบของกลาง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยกับพวกอีก 1 คน ลงมือกระทำความผิดลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยจำเลยขึ้นนั่งคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกมาจากจุดที่จอดเดิมประมาณ 1 เมตร แต่จำเลยยังไม่ทันติดเครื่องรถขับเอาไปเพราะผู้เสียหายมาพบเห็นการกระทำความผิดของจำเลยเสียก่อน จำเลยจึงทิ้งรถวิ่งหนีไป คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ที่จำเลยอ้างมาในฎีกาว่า จำเลยเพียงแต่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ยังไม่ทันติดเครื่องยนต์เพื่อที่จะพารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไป ทั้งรถจักรยานยนต์ดังกล่าวผู้เสียหายก็ล็อกคอรถไว้จำเลยกับพวกไม่ได้เลื่อยหรือตัดเดือยล็อกคอรถจักรยานยนต์แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น เห็นว่า แม้จำเลยยังไม่ทันติดเครื่องยนต์ก็ตามแต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยขึ้นนั่งคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกจากจุดที่เดิมประมาณ 1 เมตร ย่อมถือได้ว่าจำเลยเข้ายึดถือครอบครองและเอาทรัพย์เคลื่อนไปในลักษณะที่พาเอาไปได้แล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้ว หาใช่เป็นเพียงการพยายามกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ดังที่จำเลยฎีกา ส่วนที่จำเลยอ้างว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล็อกคอไว้ จำเลยกับพวกไม่ได้เลื่อยหรือตัดเดือยล็อกคอรถจักรยานยนต์ดังกล่าวนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
413419
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010246"
    }
}
date
2551
deka_no
3011/2551
deka_running_no
3011
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80",
            "ม. 334"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุดร โมละลาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2544 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก 1 คน ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันลักทรัพย์รถจักรยานยี่ห้อคาวาซากิ หมายเลขทะเบียน 555 กรุงเทพมหานคร ราคา 40,000 บาท ของนายทองคูณผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 335 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ริบของกลาง

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยกับพวกอีก 1 คน ลงมือกระทำความผิดลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยจำเลยขึ้นนั่งคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกมาจากจุดที่จอดเดิมประมาณ 1 เมตร แต่จำเลยยังไม่ทันติดเครื่องรถขับเอาไปเพราะผู้เสียหายมาพบเห็นการกระทำความผิดของจำเลยเสียก่อน จำเลยจึงทิ้งรถวิ่งหนีไป คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ที่จำเลยอ้างมาในฎีกาว่า จำเลยเพียงแต่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ยังไม่ทันติดเครื่องยนต์เพื่อที่จะพารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไป ทั้งรถจักรยานยนต์ดังกล่าวผู้เสียหายก็ล็อกคอรถไว้จำเลยกับพวกไม่ได้เลื่อยหรือตัดเดือยล็อกคอรถจักรยานยนต์แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น เห็นว่า แม้จำเลยยังไม่ทันติดเครื่องยนต์ก็ตามแต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยขึ้นนั่งคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกจากจุดที่เดิมประมาณ 1 เมตร ย่อมถือได้ว่าจำเลยเข้ายึดถือครอบครองและเอาทรัพย์เคลื่อนไปในลักษณะที่พาเอาไปได้แล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้ว หาใช่เป็นเพียงการพยายามกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ดังที่จำเลยฎีกา ส่วนที่จำเลยอ้างว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล็อกคอไว้ จำเลยกับพวกไม่ได้เลื่อยหรือตัดเดือยล็อกคอรถจักรยานยนต์ดังกล่าวนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย..."

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000625.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551