คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6382/2550 ฉบับเต็ม

#413655
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6382/2550 นางสาวศิริพร ศักดิ์ดี โจทก์ นางทองยอด ภู่ผะกา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 172, มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, มาตรา 225 วรรคสอง ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ในคดีแพ่งมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในคำให้การ ทั้งจะต้องให้การโดยแจ้งชัดด้วยว่าฟ้องเคลือบคลุมอย่างไร มิฉะนั้นจะไม่เป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึง ปัญหาข้อเท็จจริงเรื่องการมอบอำนาจให้บอกกล่าวขับไล่จำเลยก็เช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจึงไม่มีประเด็นทั้งสองเรื่องดังกล่าวในศาลชั้นต้น การที่จำเลยยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 53322 ตำบลวัดจันทร์ (ในเมือง) อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 81 ตารางวา จากจำเลยโดยไม่รวมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 949 ถนนบรมไตรโลกนารถ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และโจทก์ให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อโดยทำสัญญาอาศัยเป็นรายปี สัญญาสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2545 โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์อีกต่อไป จึงแจ้งให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 949 รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างอื่นและออกไปจากที่ดินแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 949 พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆออกไปจากที่ดินของโจทก์และทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย กับห้ามจำเลยและบริวารเข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์อีก จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 949 พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 53322 ตำบลวันจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และทำให้ที่ดินดังกล่าวอยู่ในสภาพเรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยเอง ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เนื้อความในอุทธรณ์ของจำเลยโดยสรุปจำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์บรรยายฟ้องขัดกันจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมและโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาลชั้นต้นในเรื่องการมอบอำนาจของโจทก์ให้ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในคดีแพ่งมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในคำให้การ ทั้งจะต้องให้การโดยชัดแจ้งด้วยว่าฟ้องเคลือบคลุมอย่างไร เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องการมอบอำนาจของโจทก์ให้แก่ทนายความเพื่อบอกกล่าวขับไล่จำเลย มิฉะนั้นไม่เป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึง เมื่อในคดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ มิได้ให้การต่อสู้คดีว่าคำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมอย่างใด และการบอกกล่าวขับไล่จำเลยไม่ชอบอย่างไร จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวในศาลชั้นต้น การที่จำเลยยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (บุญรอด ตันประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด-เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
413655
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014734"
    }
}
date
2550
deka_no
6382/2550
deka_running_no
6382
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด",
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 172",
            "ม. 225 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 225 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวศิริพร ศักดิ์ดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางทองยอด ภู่ผะกา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 53322 ตำบลวัดจันทร์ (ในเมือง) อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 81 ตารางวา จากจำเลยโดยไม่รวมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 949 ถนนบรมไตรโลกนารถ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และโจทก์ให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อโดยทำสัญญาอาศัยเป็นรายปี สัญญาสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2545 โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์อีกต่อไป จึงแจ้งให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 949 รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างอื่นและออกไปจากที่ดินแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 949 พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆออกไปจากที่ดินของโจทก์และทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย กับห้ามจำเลยและบริวารเข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์อีก

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 949 พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 53322 ตำบลวันจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และทำให้ที่ดินดังกล่าวอยู่ในสภาพเรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยเอง ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เนื้อความในอุทธรณ์ของจำเลยโดยสรุปจำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์บรรยายฟ้องขัดกันจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมและโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาลชั้นต้นในเรื่องการมอบอำนาจของโจทก์ให้ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในคดีแพ่งมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในคำให้การ ทั้งจะต้องให้การโดยชัดแจ้งด้วยว่าฟ้องเคลือบคลุมอย่างไร เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องการมอบอำนาจของโจทก์ให้แก่ทนายความเพื่อบอกกล่าวขับไล่จำเลย มิฉะนั้นไม่เป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึง เมื่อในคดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ มิได้ให้การต่อสู้คดีว่าคำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมอย่างใด และการบอกกล่าวขับไล่จำเลยไม่ชอบอย่างไร จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวในศาลชั้นต้น การที่จำเลยยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000665.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550