คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3799/2551 ฉบับเต็ม

#413659
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3799/2551 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายไชยา โคตรสมบูรณ์กุล ผู้ร้อง นายอุทัย สมประสพสุข จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 806 ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนผู้ร้อง จำเลยย่อมมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้องและผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ การที่จำเลยซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ ถือว่าผู้ร้องยอมให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนองที่ดินพิพาท ผู้ร้องจึงไม่อาจทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน และโจทก์ขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าจำเลยเป็นตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 806 การจำนองที่ดินพิพาทจึงมีผลผูกพันผู้ร้อง ไม่ว่าผู้ร้องจะทราบเรื่องการจดทะเบียนจำนองหรือไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 504,190.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความแทนโจทก์จำนวน 3,000 บาท หากจำเลยผิดนัดชำระหนี้ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และเมื่อขายทรัพย์จำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ยินยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ โดยผู้ร้องให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนผู้ร้อง จำเลยนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันการกู้เงินไว้แก่โจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นยินยอม ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ถอนการยึดที่ดินพิพาทดังกล่าว โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยซึ่งนำมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการกู้เงินไว้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง วันนัดสืบพยานผู้ร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องฎีกาว่า ข้อเท็จจริงยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่ การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ผู้ร้องทราบหรือไม่ และโจทก์ทราบเรื่องการเป็นตัวแทนหรือไม่ ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับโดยให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตามรูปคดีต่อไปนั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนผู้ร้องตามที่กล่าวอ้าง กรณีเช่นนี้ จำเลยย่อมมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้องและผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ การที่จำเลยซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ ถือว่าผู้ร้องยอมให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนองที่ดินพิพาทดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่อาจจะทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน และโจทก์ขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าจำเลยเป็นตัวแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 การจำนองที่ดินพิพาทที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงมีผลผูกพันผู้ร้อง ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ร้องจะทราบเรื่องการจดทะเบียนจำนองหรือไม่ก็ตาม ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ทราบเรื่องจำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ อย่างไรนั้น ผู้ร้องมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวมาในคำร้อง จึงเป็นเรื่องนอกเหนือจากคำร้อง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธินำพยานหลักฐานมาสืบเพื่อสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวนคำร้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
413659
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009675"
    }
}
date
2551
deka_no
3799/2551
deka_running_no
3799
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 806"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายไชยา โคตรสมบูรณ์กุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุทัย สมประสพสุข"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 504,190.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความแทนโจทก์จำนวน 3,000 บาท หากจำเลยผิดนัดชำระหนี้ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และเมื่อขายทรัพย์จำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ยินยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ โดยผู้ร้องให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนผู้ร้อง จำเลยนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันการกู้เงินไว้แก่โจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นยินยอม ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ถอนการยึดที่ดินพิพาทดังกล่าว

โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยซึ่งนำมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการกู้เงินไว้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง

วันนัดสืบพยานผู้ร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องฎีกาว่า ข้อเท็จจริงยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่ การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ผู้ร้องทราบหรือไม่ และโจทก์ทราบเรื่องการเป็นตัวแทนหรือไม่ ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับโดยให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตามรูปคดีต่อไปนั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 26707 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนผู้ร้องตามที่กล่าวอ้าง กรณีเช่นนี้ จำเลยย่อมมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้องและผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ การที่จำเลยซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ ถือว่าผู้ร้องยอมให้จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนองที่ดินพิพาทดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่อาจจะทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน และโจทก์ขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าจำเลยเป็นตัวแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 การจำนองที่ดินพิพาทที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงมีผลผูกพันผู้ร้อง ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ร้องจะทราบเรื่องการจดทะเบียนจำนองหรือไม่ก็ตาม ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ทราบเรื่องจำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ อย่างไรนั้น ผู้ร้องมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวมาในคำร้อง จึงเป็นเรื่องนอกเหนือจากคำร้อง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธินำพยานหลักฐานมาสืบเพื่อสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวนคำร้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000620.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551