คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6505/2550 ฉบับเต็ม

#414848
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6505/2550 นางบุญส่ง เพ็งสว่าง โจทก์ นายบรรลือ หอมหวล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.ที่ดิน มาตรา 59 ทวิ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเป็นจำเลยที่ 2 กับฟ้องจำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นจำเลยที่ 4 และฟ้องจังหวัดเป็นจำเลยที่ 5 ให้ร่วมกันออกโฉนดที่ดินเนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา แต่การออกโฉนดที่ดินนั้นหากที่ดินมีเนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หากเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ จะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (จำเลยที่ 2) และผู้ว่าราชการจังหวัด (จำเลยที่ 4) ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 59 ทวิ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้รับผิดในฐานะส่วนตัว สำหรับจำเลยที่ 5 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีหน้าที่ในการออกโฉนดที่ดินซึ่งเป็นการกระทำในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 2 และที่ 4 จำเลยที่ 5 ไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันออกโฉนดที่ดินเนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา ตามพื้นที่ระบายด้วยหมึกสีแดงและตามรายละเอียดในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง จำเลยทั้งห้าให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่ามีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 4 ด้วยนั้น จึงไม่ชอบ คดีในชั้นนี้จึงมีปัญหาเพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันออกโฉนดที่ดิน จำนวนเนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา ตามพื้นที่ระบายด้วยหมึกสีแดงตามรายละเอียดในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง แต่การออกโฉนดที่ดินนั้นหากที่ดินมีเนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 2 (เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด) แต่หากการยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินนั้น เนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ จะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 2 และที่ 4 (ผู้ว่าราชการจังหวัด) ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 59 ทวิ ที่บัญญัติว่า "ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน... ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินได้... แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด..." โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้รับผิดในฐานะส่วนตัว ส่วนในตำแหน่งหน้าที่ราชการนั้นโจทก์ได้ฟ้องเป็นจำเลยที่ 2 และที่ 4 แล้ว สำหรับจำเลยที่ 5 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีหน้าที่ในการออกโฉนดซึ่งเป็นการกระทำในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 2 และที่ 4 จำเลยที่ 5 ไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..." พิพากษายืน (สิทธิชัย พรหมศร-ชาลี ทัพภวิมล-บุญส่ง น้อยโสภณ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
414848
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014607"
    }
}
date
2550
deka_no
6505/2550
deka_running_no
6505
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สิทธิชัย พรหมศร",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "บุญส่ง น้อยโสภณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 59 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางบุญส่ง เพ็งสว่าง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบรรลือ หอมหวล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันออกโฉนดที่ดินเนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา ตามพื้นที่ระบายด้วยหมึกสีแดงและตามรายละเอียดในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง

จำเลยทั้งห้าให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่ามีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 4 ด้วยนั้น จึงไม่ชอบ คดีในชั้นนี้จึงมีปัญหาเพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันออกโฉนดที่ดิน จำนวนเนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา ตามพื้นที่ระบายด้วยหมึกสีแดงตามรายละเอียดในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง แต่การออกโฉนดที่ดินนั้นหากที่ดินมีเนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 2 (เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด) แต่หากการยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินนั้น เนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ จะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 2 และที่ 4 (ผู้ว่าราชการจังหวัด) ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 59 ทวิ ที่บัญญัติว่า "ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน... ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินได้... แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด..." โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้รับผิดในฐานะส่วนตัว ส่วนในตำแหน่งหน้าที่ราชการนั้นโจทก์ได้ฟ้องเป็นจำเลยที่ 2 และที่ 4 แล้ว สำหรับจำเลยที่ 5 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีหน้าที่ในการออกโฉนดซึ่งเป็นการกระทำในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 2 และที่ 4 จำเลยที่ 5 ไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000664.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550