คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6517/2550 ฉบับเต็ม

#414876
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6517/2550 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางวิเวียน ชุมดวง จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 303 ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 246, มาตรา 247 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งที่มีต่อจำเลยให้แก่บริษัท บ. สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจึงมิใช่สิทธิเรียกร้องของโจทก์อีกต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 303 เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายภายหลังจากที่โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 246, 247 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 28 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยก่อนว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งในข้อนี้จำเลยให้การต่อสู้และนำสืบว่า โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 13228/2536 ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด และบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้เข้าสวมสิทธิในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งดังกล่าวก่อนโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว เนื่องจากจำเลยเคยติดต่อไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ตเพื่อขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิแทนโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดต่อไป ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีหนี้ต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำแถลงของบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2545 ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ตจัดส่งมาตามคำสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ (คดีล้มละลาย) โจทก์ไม่ได้ถามค้านหรือนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาของศาลแพ่งดังกล่าวให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด และบริษัทดังกล่าวได้เข้าสวมสิทธิแทนโจทก์อย่างช้าที่สุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2545 อันเป็นวันที่โจทก์โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ตขอให้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยต่อไป เห็นว่า การที่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด เข้าสวมสิทธิแทนโจทก์ในการดำเนินการบังคับคดีนั้นเป็นกรณีที่โจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งให้แก่บริษัทดังกล่าว จึงมิใช่สิทธิเรียกร้องของโจทก์อีกต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 303 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2546 ภายหลังจากที่โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246 และ 247 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล" พิพากษายืน (ไพโรจน์ วายุภาพ-สมชาย พงษธา-ดิเรก อิงคนินันท์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
414876
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014603"
    }
}
date
2550
deka_no
6517/2550
deka_running_no
6517
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "สมชาย พงษธา",
    "ดิเรก อิงคนินันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 303"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 28"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวิเวียน ชุมดวง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยก่อนว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งในข้อนี้จำเลยให้การต่อสู้และนำสืบว่า โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 13228/2536 ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด และบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้เข้าสวมสิทธิในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งดังกล่าวก่อนโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว เนื่องจากจำเลยเคยติดต่อไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ตเพื่อขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิแทนโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดต่อไป ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีหนี้ต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำแถลงของบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2545 ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ตจัดส่งมาตามคำสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ (คดีล้มละลาย) โจทก์ไม่ได้ถามค้านหรือนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาของศาลแพ่งดังกล่าวให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด และบริษัทดังกล่าวได้เข้าสวมสิทธิแทนโจทก์อย่างช้าที่สุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2545 อันเป็นวันที่โจทก์โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ตขอให้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยต่อไป เห็นว่า การที่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด เข้าสวมสิทธิแทนโจทก์ในการดำเนินการบังคับคดีนั้นเป็นกรณีที่โจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งให้แก่บริษัทดังกล่าว จึงมิใช่สิทธิเรียกร้องของโจทก์อีกต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 303 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2546 ภายหลังจากที่โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246 และ 247 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000664.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550