คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2466/2551 ฉบับเต็ม

#415469
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2466/2551 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายอิทธิกร ลาภรัตนไตร จำเลย ป.อ. มาตรา 326, มาตรา 328 ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 นั้น จะต้องเป็นการใส่ความบุคคลอื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 326 แห่ง ป.อ. ด้วย แต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ระบุชื่อบุคคลที่ถูกใส่ความว่า ม. และโจทก์มีผู้เสียหายเพียงปากเดียวมาเบิกความว่าเป็นนามปากกาของผู้เสียหาย โดยโจทก์ไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเป็นพยานยืนยันได้ว่าขณะผู้เสียหายทำงานเป็นนักข่าวอยู่ที่หนังสือพิมพ์ ร. มีนามปากกาว่า ม. ส่วนคำให้การในชั้นสอบสวนของ พ. และ อ. ก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่จำเลยไม่มีโอกาสซักค้าน จึงฟังไม่ได้ว่ามีบุคคลอื่นทราบว่าผู้เสียหายมีนามปากกาว่า ม. แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความตามที่ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายกับจำเลยเคยทำงานอยู่ที่หนังสือพิมพ์ ร. อันเป็นการยืนยันว่าจำเลยทราบดีว่าผู้เสียหายมีนามปากกาว่า ม. แต่เมื่อโจทก์ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความยืนยันได้ว่ามีบุคคลที่สามทราบว่านามปากกา ม. ตามข้อความในหนังสือพิมพ์ ร. หมายถึงผู้เสียหาย ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นคนเขียนข้อความดังกล่าว การกระทำของจำเลยก็ยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเนื่องจากไม่มีบุคคลที่สามทราบว่า ม. เป็นผู้ใด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 326, 328 ริบของกลางและนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขที่ 4557/2542 และ 523/2543 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวได้ลงข้อความว่า "นายไมค์ที่เคยอยู่หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวได้ออกไปทำใบปลิวโจมตีหนังสือพิมพ์ที่ตัวเองเคยสังกัดอยู่อาศัยทำมาหากินหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับอื่นไม่รู้สันดานก็รับไว้ นึกว่ามีฝีมือช่วยองค์กรที่ตัวเองสังกัดอยู่ให้เจริญก้าวหน้า แต่เปล่าเลย มุ่งแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเองอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเพื่อนร่วมงาน จนเจ้าของหนังสือพิมพ์ที่รับไว้ทนไม่ไหว ได้โทรศัพท์มาบอก บก. หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวว่าได้ปลดนาไมค์ออกจากตำแหน่งบรรณาธิการบริหารแล้วและส่งข่าวคืนทั้งหมด ห้ามใช้หนังสือพิมพ์ของเขาไปหากินอีก บุคคลนี้ไม่มีความจริงในให้ใคร เพื่อผลประโยชน์ลูกเดียวทำได้หมด คุณสมยศยังจะเชื่อบุคคลนี้อีกหรือ" และหนังสือพิมพ์ดังกล่าวระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของและประธานบริหาร คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 นั้นจะต้องเป็นการใส่ความบุคคลอื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 326 แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วย แต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ระบุชื่อบุคคลที่ถูกใส่ความว่า นายไมค์และโจทก์มีผู้เสียหายเพียงปากเดียวมาเบิกความว่าเป็นนามปากกาของผู้เสียหาย โดยโจทก์ไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเป็นพยานยืนยันได้ว่าขณะผู้เสียหายทำงานเป็นนักข่าวอยู่ที่หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวมีนามปากกาว่านายไมค์ส่วนคำให้การในชั้นสอบสวนของนางพรใจและนายอำนวยก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่จำเลยไม่มีโอกาสซักค้าน จึงฟังไม่ได้ว่ามีบุคคลอื่นทราบว่าผู้เสียหายมีนามปากกาว่านายไมค์แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความตามที่ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายกับจำเลยเคยทำงานอยู่ที่หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวอันเป็นการยืนยันว่าจำเลยทราบดีว่าผู้เสียหายมีนามปากกาว่านายไมค์แต่เมื่อโจทก์ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความยืนยันได้ว่ามีบุคคลที่สามทราบว่านามปากกานายไมค์ตามข้อความในหนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าว หมายถึงผู้เสียหาย ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นคนเขียนข้อความดังกล่าว การกระทำของจำเลยก็ยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเนื่องจากไม่มีบุคคลที่สามทราบว่า นายไมค์เป็นผู้ใด คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้เขียนข้อความหรือไม่นั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สถิตย์ ทาวุฒิ-อิศเรศ ชัยรัตน์-พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
415469
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010663"
    }
}
date
2551
deka_no
2466/2551
deka_running_no
2466
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 326",
            "ม. 328"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดระยอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอิทธิกร ลาภรัตนไตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 326, 328 ริบของกลางและนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขที่ 4557/2542 และ 523/2543 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวได้ลงข้อความว่า "นายไมค์ที่เคยอยู่หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวได้ออกไปทำใบปลิวโจมตีหนังสือพิมพ์ที่ตัวเองเคยสังกัดอยู่อาศัยทำมาหากินหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับอื่นไม่รู้สันดานก็รับไว้ นึกว่ามีฝีมือช่วยองค์กรที่ตัวเองสังกัดอยู่ให้เจริญก้าวหน้า แต่เปล่าเลย มุ่งแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเองอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเพื่อนร่วมงาน จนเจ้าของหนังสือพิมพ์ที่รับไว้ทนไม่ไหว ได้โทรศัพท์มาบอก บก. หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวว่าได้ปลดนาไมค์ออกจากตำแหน่งบรรณาธิการบริหารแล้วและส่งข่าวคืนทั้งหมด ห้ามใช้หนังสือพิมพ์ของเขาไปหากินอีก บุคคลนี้ไม่มีความจริงในให้ใคร เพื่อผลประโยชน์ลูกเดียวทำได้หมด คุณสมยศยังจะเชื่อบุคคลนี้อีกหรือ" และหนังสือพิมพ์ดังกล่าวระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของและประธานบริหาร คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 นั้นจะต้องเป็นการใส่ความบุคคลอื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 326 แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วย แต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ระบุชื่อบุคคลที่ถูกใส่ความว่า นายไมค์และโจทก์มีผู้เสียหายเพียงปากเดียวมาเบิกความว่าเป็นนามปากกาของผู้เสียหาย โดยโจทก์ไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเป็นพยานยืนยันได้ว่าขณะผู้เสียหายทำงานเป็นนักข่าวอยู่ที่หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวมีนามปากกาว่านายไมค์ส่วนคำให้การในชั้นสอบสวนของนางพรใจและนายอำนวยก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่จำเลยไม่มีโอกาสซักค้าน จึงฟังไม่ได้ว่ามีบุคคลอื่นทราบว่าผู้เสียหายมีนามปากกาว่านายไมค์แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความตามที่ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายกับจำเลยเคยทำงานอยู่ที่หนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าวอันเป็นการยืนยันว่าจำเลยทราบดีว่าผู้เสียหายมีนามปากกาว่านายไมค์แต่เมื่อโจทก์ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความยืนยันได้ว่ามีบุคคลที่สามทราบว่านามปากกานายไมค์ตามข้อความในหนังสือพิมพ์ระยองเบื้องหลังข่าว หมายถึงผู้เสียหาย ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นคนเขียนข้อความดังกล่าว การกระทำของจำเลยก็ยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเนื่องจากไม่มีบุคคลที่สามทราบว่า นายไมค์เป็นผู้ใด คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้เขียนข้อความหรือไม่นั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000629.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551