คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7426/2550 ฉบับเต็ม

#415491
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7426/2550 นางสาวอารี เรืองเอี่ยม โจทก์ นางบุญชู ทองคำ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 538 บันทึกเอกสารหมาย จ.4 มีข้อความว่า "ข้าพเจ้านาง บ. (จำเลย) ขอรับว่าเป็นหนี้ค่าเช่าที่ขายของคุณ อ. (โจทก์) จริงตามคำบอกกล่าวของทนายที่แจ้งมาแล้วนั้น แต่นาง บ. (จำเลย) ขอลดหนี้จะชำระเพียง 70,000 บาท จึงยังตกลงกันไม่ได้ ทนายจึงต้องสอบถามจากคุณ อ. (โจทก์) เจ้าหนี้เสียก่อนว่าจะมีความเห็นประการใด จึงได้ลงชื่อกันไว้ต่อหน้าพยาน" เป็นเรื่องที่จำเลยยอมรับว่าได้เช่าที่ดินโจทก์และยังค้างค่าเช่าอยู่จริง เมื่อจำเลยลงลายมือชื่อในบันทึกดังกล่าวย่อมถือเป็นหลักฐานการเช่าอันจะนำมาฟ้องร้องขอให้บังคับคดีได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 538 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเช่าและดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง 163,237.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 163,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 163,237.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 163,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเช่าที่ดินในตลาดของโจทก์เพื่อทำการค้า อัตราค่าเช่าวันละ 250 บาท จำเลยค้างชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2539 ถึงเดือนมีนาคม 2542 รวมเป็นเงิน 163,000 บาท ตามรายการค่าเช่าเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าเช่า จำเลยขอลดค่าเช่าที่ค้างชำระดังกล่าวลงเหลือ 70,000 บาท โดยลงลายมือชื่อไว้ตามบันทึกเอกสารหมาย จ.4 แต่โจทก์ไม่ยินยอม ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าบันทึกเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งมีข้อความว่า "ข้าพเจ้านางบุญชู (จำเลย) ขอรับว่าเป็นหนี้ค่าเช่าที่ขายของคุณอารี (โจทก์) จริงตามคำบอกกล่าวของทนายที่แจ้งมาแล้วนั้น แต่นางบุญชู (จำเลย) ขอลดหนี้จะชำระเพียง 70,000 บาท จึงยังตกลงกันไม่ได้ ทนายจึงต้องสอบถามจากคุณอารี (โจทก์) เจ้าหนี้เสียก่อนว่าจะมีความเห็นประการใด จึงได้ลงชื่อกันไว้ต่อหน้าพยาน" นั้นจะถือเป็นหลักฐานการเช่าสำหรับฟ้องร้องบังคับคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ เห็นว่า ข้อความในบันทึกเอกสารหมาย จ.4 เป็นเรื่องที่จำเลยยอมรับว่าได้เช่าที่ดินโจทก์และยังค้างชำระค่าเช่าอยู่จริง เมื่อจำเลยลงลายมือชื่อในบันทึกดังกล่าวย่อมถือได้ว่าบันทึกเอกสารหมาย จ.4 เป็นหลักฐานการเช่าอันจะนำมาฟ้องร้องขอให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (เรวัตร อิศราภรณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
415491
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014059"
    }
}
date
2550
deka_no
7426/2550
deka_running_no
7426
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 538"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวอารี เรืองเอี่ยม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางบุญชู ทองคำ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเช่าและดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง 163,237.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 163,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 163,237.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 163,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเช่าที่ดินในตลาดของโจทก์เพื่อทำการค้า อัตราค่าเช่าวันละ 250 บาท จำเลยค้างชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2539 ถึงเดือนมีนาคม 2542 รวมเป็นเงิน 163,000 บาท ตามรายการค่าเช่าเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าเช่า จำเลยขอลดค่าเช่าที่ค้างชำระดังกล่าวลงเหลือ 70,000 บาท โดยลงลายมือชื่อไว้ตามบันทึกเอกสารหมาย จ.4 แต่โจทก์ไม่ยินยอม ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าบันทึกเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งมีข้อความว่า "ข้าพเจ้านางบุญชู (จำเลย) ขอรับว่าเป็นหนี้ค่าเช่าที่ขายของคุณอารี (โจทก์) จริงตามคำบอกกล่าวของทนายที่แจ้งมาแล้วนั้น แต่นางบุญชู (จำเลย) ขอลดหนี้จะชำระเพียง 70,000 บาท จึงยังตกลงกันไม่ได้ ทนายจึงต้องสอบถามจากคุณอารี (โจทก์) เจ้าหนี้เสียก่อนว่าจะมีความเห็นประการใด จึงได้ลงชื่อกันไว้ต่อหน้าพยาน" นั้นจะถือเป็นหลักฐานการเช่าสำหรับฟ้องร้องบังคับคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ เห็นว่า ข้อความในบันทึกเอกสารหมาย จ.4 เป็นเรื่องที่จำเลยยอมรับว่าได้เช่าที่ดินโจทก์และยังค้างชำระค่าเช่าอยู่จริง เมื่อจำเลยลงลายมือชื่อในบันทึกดังกล่าวย่อมถือได้ว่าบันทึกเอกสารหมาย จ.4 เป็นหลักฐานการเช่าอันจะนำมาฟ้องร้องขอให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000659.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550