คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2551 ฉบับเต็ม

#415518
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2551 เดอะ โคคา โคล่า คัมปนี โจทก์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 6, มาตรา 7, มาตรา 8, มาตรา 13 การรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ (ฉบับที่ 2)ฯ โดยสรุปคือเครื่องหมายการค้านั้นต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 และไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าตามมาตรา 13 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ ไม่ได้ให้คำนิยามคำว่า "ลักษณะบ่งเฉพาะ" ไว้โดยแจ้งชัดแต่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 7 วรรคแรกว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น" และในมาตรา 7 วรรคสอง ได้บัญญัติว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นสาระสำคัญต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ...(6) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น" เมื่อพิเคราะห์เครื่องหมายการค้า "รูปขวด" ของโจทก์ที่ขอจดทะเบียนที่มีลักษณะบ่งเฉพาะพิเศษโดยมีส่วนเว้า ส่วนนูน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีลวดลายเป็นจุดที่เว้าลึกรอบขวดในระยะที่ห่างเท่ากันแล้ว เห็นว่า รูปขวดของโจทก์มีลักษณะไม่เหมือนรูปขวดทั่วไป แต่เป็นภาพที่ประดิษฐ์ขึ้นตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 7 วรรคสอง (6) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะในตัวเองที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (รูปขวด) ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญาในสินค้าจำพวก 32 สำหรับสินค้าจำพวกเครื่องดื่ม ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 434307 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้พิจารณาคำขอแล้วมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2544 โดยอ้างว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา 6 กล่าวคือ ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 เพราะเครื่องหมายการค้ารูปขวด เมื่อนำไปใช้กับสินค้าตามที่ขอแล้วเป็นรูปภาชนะบรรจุสินค้า ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าตามมาตรา 4 เป็นสิ่งสามัญทั่วไปและไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์ คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเครื่องหมายรูปขวดของโจทก์เป็นขวดที่มีส่วนเว้าส่วนนูน และมีลวดลายจุดๆ ที่เว้าลึกรอบขวดในระยะที่ห่างเท่ากันมีลักษณะบ่งเฉพาะไม่เหมือนของใคร จึงมีลักษณะเป็น "เครื่องหมาย" ตามคำนิยามใหม่ในบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ซึ่งให้คำนิยามคำว่าเครื่องหมายหมายความรวมถึง "...รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ..." และเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เนื่องจากมีลวดลายจุดๆ ที่เว้าลึกรอบขวดในลักษณะที่ห่างเท่าๆ กัน และโจทก์ยังใช้ขวดเป็นเครื่องหมายในการบ่งบอกถึงสินค้าของโจทก์ เป็นสิ่งที่ใช้หมายเกี่ยวกับตัวสินค้า ไม่ได้เป็นตัวสินค้าจึงสามารถเป็นเครื่องหมายการค้าได้ โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้ารูปขวดกับสินค้าเครื่องดื่มรสชาติเลมอน โดยนำออกจำหน่ายมาหลายสิบปี จนสาธารณชนทั่วไปสามารถจำแนกได้ทันทีเมื่อเห็นรูปขวดที่เป็นเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า และให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยให้การว่า การที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์ และคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยยืนตามคำปฏิเสธของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงแล้ว เนื่องจากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นรูปขวด เมื่อนำมาใช้กับสินค้าตามที่ขอเป็นรูปภาชนะบรรจุสินค้า ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าเป็นสิ่งสามัญทั่วไป ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ชอบด้วยมาตรา 9 เนื่องจากไม่ระบุรายการสินค้าและบริการที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองแต่ละอย่างไว้อย่างชัดแจ้ง เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้มีคำวินิจฉัยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำวินิจฉัยของคณะกรรมเครื่องหมายการค้าการค้าจึงเป็นที่สุดตามมาตรา 18 วรรคแรก โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ศาลพิพากษาและบังคับให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ เพราะการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังได้ว่า โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดเป็นภาพขาวดำมีจุดขาวรอบขวดตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 434307 ใช้กับสินค้าจำพวก 32 รายการสินค้า น้ำแร่ เครื่องดื่มชนิดอัดลม เครื่องดื่มชนิดไม่อัดลม และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยให้เหตุผลว่ารูปขวดที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนมีลักษณะบ่งเฉพาะตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายกาค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 หรือไม่ เห็นว่า การรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 โดยสรุปคือ เครื่องหมายการค้านั้นต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 และไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าตามมาตรา 13 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ไม่ได้ให้คำนิยามคำว่า "ลักษณะบ่งเฉพาะ" ไว้โดยแจ้งชัด แต่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 7 วรรคแรกว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น" และในมาตรา 7 วรรคสอง ได้บัญญัติว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นสาระสำคัญต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ (6) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น" เมื่อพิเคราะห์เครื่องหมายการค้า "รูปขวด" ของโจทก์ที่ขอจดทะเบียนที่มีลักษณะพิเศษโดยมีส่วนเว้า ส่วนนูน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีลวดลายเป็นจุดที่เว้าลึกรอบขวดในระยะที่ห่างเท่ากันแล้ว เห็นว่า รูปขวดของโจทก์มีลักษณะไม่เหมือนรูปขวดทั่วไป แต่เป็นภาพที่ประดิษฐ์ขึ้นตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคสอง (6) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะในตัวเองที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 ส่วนที่จำเลยอ้างว่า รูปขวดเป็นรูปภาชนะบรรจุสินค้าเมื่อนำไปใช้กับสินค้าตามที่ขอจดทะเบียนเป็นสิ่งสามัญทั่วไป ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะนั้น เห็นว่า โจทก์ขอจดทะเบียน "รูปขวด" ซึ่งเป็นภาพประดิษฐ์ดังที่ได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วว่า มีลักษณะพิเศษ มีส่วนเว้า ส่วนนูนและมีลวดลายจุดที่เว้าลึกรอบขวด ซึ่งข้อนี้พยานจำเลยปากนางเพียรพันธ์นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นผู้ตรวจคำขอจดทะเบียนของโจทก์คดีนี้เบิกความ ตอบทนายโจทก์ถามค้านยอมรับว่า ภาพถ่ายที่เป็นขวด 3 ขวด รูปขวดที่อยู่ตรงกลาง (ขวดของโจทก์) เป็นขวดที่มีลักษณะไม่เหมือนขวดอื่นเพราะมีจุดเว้าอยู่รอบขวด ซึ่งย่อมแสดงให้เห็นว่าพยานจำเลยเองเพียงมองจากภาพถ่ายรูปขวดของโจทก์ ก็สามารถบอกลักษณะความแตกต่างได้ว่า รูปขวดของโจทก์มีลักษณะแตกต่างจากรูปขวดทั่วไป ประกอบกับสินค้าที่โจทก์จำหน่ายคือเครื่องดื่มซึ่งอาจบรรจุอยู่ภายในภาชนะที่เป็นขวด เป็นกระป๋องหรือเป็นกล่อง โจทก์มิได้จำหน่ายสินค้าที่เป็นภาชนะบรรจุที่เป็นรูปขวด ดังนั้น ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่ารูปขวดเป็นเพียงภาชนะบรรจุสินค้าจึงเป็นสิ่งสามัญไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะจึงฟังไม่ขึ้น เมื่อฟังว่า เครื่องหมายการค้ารูปขวดตามคำขอจดทะเบียนของโจทก์เป็นภาพประดิษฐ์และเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์ได้ลักษณะบ่งเฉพาะจากการใช้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคท้าย หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 434307 ของโจทก์ต่อไป (อร่าม เสนามนตรี-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-รัตน กองแก้ว) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ วัตถุประสงค์ของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้น มุ่งตอบสนองในจุดที่ว่า เพื่อแสดงว่าสินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้น แตกต่างกับสินค้าหรือบริการของผู้อื่น กล่าวคือ ช่วยแยกแยะความเป็นเจ้าของให้ผู้บริโภคหรือผู้เกี่ยวข้องได้ทราบ ตลอดจนแฝงไปถึงความมีชื่อเสียง ความมีคุณภาพของสินค้าหรือบริการ ดังนั้น สิ่งที่จะแสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงอยู่ที่ความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นพิเศษของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้นๆ บทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียน จึงบัญญัติลักษณะประการหนึ่งของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวว่า ต้องเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะจึงเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานเบื้องต้น (prima facie) ที่จะต้องมีจึงมีการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ ลักษณะบ่งเฉพาะ (distinctive character) อาจกล่าวได้ว่า หมายถึงความเด่นความมีลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะของเครื่องหมายการค้า ซึ่งย่อมแตกต่างหรือตรงกันข้ามกับลักษณะสามัญธรรมดา (generic) ตลอดจนไม่เป็นการพรรณนาหรือเล็งลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า (descriptive or suggestive) ลักษณะบ่งเฉพาะเป็นอย่างไรนั้นกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้นิยามความหมายไว้เป็นพิเศษมีแต่เพียงตัวอย่างในกรณีต่างๆ ซึ่งรวมทั้งภาพประดิษฐ์ด้วย ในกรณีตามฎีกานี้เป็นการขอจดทะเบียนรูปขวด ซึ่งปกติก็เป็นเรื่องสามัญธรรมดา เพราะเมื่อเอ่ยถึงขวดก็เข้าใจได้ทั่วไปว่ารูปร่างเป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไร ดังนั้น เมื่อจะเอารูปขวดมาเป็นเครื่องหมายการค้า รูปขวดนั้นก็ต้องแสดงลักษณะพิเศษ ซึ่งกรณีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ภาพประดิษฐ์รูปขวดตามคดีนี้มีลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะ มีรูปลักษณ์เป็นพิเศษจนมีลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมาย กล่าวคือ พิจารณาดูเกี่ยวกับ รูปร่าง ส่วนนูน ส่วนโค้ง ส่วนเว้า จุดพิเศษอื่นๆ และส่วนประกอบต่างๆ ประกอบกัน ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าใดไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ แต่มีการใช้จนเป็นที่แพร่หลายโดยยังไม่มีการจดทะเบียน ก็อาจจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าที่กลายเป็นมีลักษณะเฉพาะก็ได้ หรือกล่าวได้ว่า เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะจากการใช้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคท้าย ซึ่งก็ต้องมีการพิสูจน์ถึงการใช้จนแพร่หลาย มีหลักฐานแสดงถึงการใช้ (evidence of use) และพิสูจน์ให้เห็นได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะมีผลทำให้เป็นเครื่องหมายการค้าที่สามารถรับจดทะเบียนได้ สิ่งที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้านั้น กฎหมายบัญญัติให้รวมถึงรูปร่างรูปทรงของวัตถุด้วย ดังนั้น รูปทรงวัตถุก็อาจจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้หากมีลักษณะบ่งเฉพาะและไม่ต้องห้ามตามเงื่อนไขอื่นที่กฎหมายบัญญัติ แต่กรณีตามฎีกานี้ ไม่ใช่กรณีขอจดทะเบียนในฐานะรูปทรงของวัตถุ แต่จดในฐานะของภาพประดิษฐ์ ซึ่งต้องพิจารณาลักษณะความบ่งเฉพาะหรือไม่จากภาพประดิษฐ์ที่ยื่นขอจดทะเบียนดังกล่าว สุพิศ ปราณีตพลกรัง
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
415518
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012242"
    }
}
date
2551
deka_no
630/2551
deka_running_no
630
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "รัตน กองแก้ว"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 6",
            "ม. 7",
            "ม. 8",
            "ม. 13"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เดอะ โคคา โคล่า คัมปนี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทรัพย์สินทางปัญญา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (รูปขวด) ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญาในสินค้าจำพวก 32 สำหรับสินค้าจำพวกเครื่องดื่ม ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 434307 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้พิจารณาคำขอแล้วมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2544 โดยอ้างว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา 6 กล่าวคือ ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 เพราะเครื่องหมายการค้ารูปขวด เมื่อนำไปใช้กับสินค้าตามที่ขอแล้วเป็นรูปภาชนะบรรจุสินค้า ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าตามมาตรา 4 เป็นสิ่งสามัญทั่วไปและไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์ คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเครื่องหมายรูปขวดของโจทก์เป็นขวดที่มีส่วนเว้าส่วนนูน และมีลวดลายจุดๆ ที่เว้าลึกรอบขวดในระยะที่ห่างเท่ากันมีลักษณะบ่งเฉพาะไม่เหมือนของใคร จึงมีลักษณะเป็น "เครื่องหมาย" ตามคำนิยามใหม่ในบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ซึ่งให้คำนิยามคำว่าเครื่องหมายหมายความรวมถึง "...รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ..." และเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เนื่องจากมีลวดลายจุดๆ ที่เว้าลึกรอบขวดในลักษณะที่ห่างเท่าๆ กัน และโจทก์ยังใช้ขวดเป็นเครื่องหมายในการบ่งบอกถึงสินค้าของโจทก์ เป็นสิ่งที่ใช้หมายเกี่ยวกับตัวสินค้า ไม่ได้เป็นตัวสินค้าจึงสามารถเป็นเครื่องหมายการค้าได้ โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้ารูปขวดกับสินค้าเครื่องดื่มรสชาติเลมอน โดยนำออกจำหน่ายมาหลายสิบปี จนสาธารณชนทั่วไปสามารถจำแนกได้ทันทีเมื่อเห็นรูปขวดที่เป็นเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า และให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์

จำเลยให้การว่า การที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์ และคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยยืนตามคำปฏิเสธของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงแล้ว เนื่องจากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นรูปขวด เมื่อนำมาใช้กับสินค้าตามที่ขอเป็นรูปภาชนะบรรจุสินค้า ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าเป็นสิ่งสามัญทั่วไป ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ชอบด้วยมาตรา 9 เนื่องจากไม่ระบุรายการสินค้าและบริการที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองแต่ละอย่างไว้อย่างชัดแจ้ง เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้มีคำวินิจฉัยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำวินิจฉัยของคณะกรรมเครื่องหมายการค้าการค้าจึงเป็นที่สุดตามมาตรา 18 วรรคแรก โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ศาลพิพากษาและบังคับให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ เพราะการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังได้ว่า โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดเป็นภาพขาวดำมีจุดขาวรอบขวดตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 434307 ใช้กับสินค้าจำพวก 32 รายการสินค้า น้ำแร่ เครื่องดื่มชนิดอัดลม เครื่องดื่มชนิดไม่อัดลม และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยให้เหตุผลว่ารูปขวดที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนมีลักษณะบ่งเฉพาะตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายกาค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 หรือไม่ เห็นว่า การรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 โดยสรุปคือ เครื่องหมายการค้านั้นต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 และไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าตามมาตรา 13 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ไม่ได้ให้คำนิยามคำว่า "ลักษณะบ่งเฉพาะ" ไว้โดยแจ้งชัด แต่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 7 วรรคแรกว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น" และในมาตรา 7 วรรคสอง ได้บัญญัติว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นสาระสำคัญต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ

(6) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น"

เมื่อพิเคราะห์เครื่องหมายการค้า "รูปขวด" ของโจทก์ที่ขอจดทะเบียนที่มีลักษณะพิเศษโดยมีส่วนเว้า ส่วนนูน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีลวดลายเป็นจุดที่เว้าลึกรอบขวดในระยะที่ห่างเท่ากันแล้ว เห็นว่า รูปขวดของโจทก์มีลักษณะไม่เหมือนรูปขวดทั่วไป แต่เป็นภาพที่ประดิษฐ์ขึ้นตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคสอง (6) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะในตัวเองที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7

ส่วนที่จำเลยอ้างว่า รูปขวดเป็นรูปภาชนะบรรจุสินค้าเมื่อนำไปใช้กับสินค้าตามที่ขอจดทะเบียนเป็นสิ่งสามัญทั่วไป ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะนั้น เห็นว่า โจทก์ขอจดทะเบียน "รูปขวด" ซึ่งเป็นภาพประดิษฐ์ดังที่ได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วว่า มีลักษณะพิเศษ มีส่วนเว้า ส่วนนูนและมีลวดลายจุดที่เว้าลึกรอบขวด ซึ่งข้อนี้พยานจำเลยปากนางเพียรพันธ์นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นผู้ตรวจคำขอจดทะเบียนของโจทก์คดีนี้เบิกความ ตอบทนายโจทก์ถามค้านยอมรับว่า ภาพถ่ายที่เป็นขวด 3 ขวด รูปขวดที่อยู่ตรงกลาง (ขวดของโจทก์) เป็นขวดที่มีลักษณะไม่เหมือนขวดอื่นเพราะมีจุดเว้าอยู่รอบขวด ซึ่งย่อมแสดงให้เห็นว่าพยานจำเลยเองเพียงมองจากภาพถ่ายรูปขวดของโจทก์ ก็สามารถบอกลักษณะความแตกต่างได้ว่า รูปขวดของโจทก์มีลักษณะแตกต่างจากรูปขวดทั่วไป ประกอบกับสินค้าที่โจทก์จำหน่ายคือเครื่องดื่มซึ่งอาจบรรจุอยู่ภายในภาชนะที่เป็นขวด เป็นกระป๋องหรือเป็นกล่อง โจทก์มิได้จำหน่ายสินค้าที่เป็นภาชนะบรรจุที่เป็นรูปขวด ดังนั้น ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่ารูปขวดเป็นเพียงภาชนะบรรจุสินค้าจึงเป็นสิ่งสามัญไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะจึงฟังไม่ขึ้น

เมื่อฟังว่า เครื่องหมายการค้ารูปขวดตามคำขอจดทะเบียนของโจทก์เป็นภาพประดิษฐ์และเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เครื่องหมายการค้ารูปขวดของโจทก์ได้ลักษณะบ่งเฉพาะจากการใช้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคท้าย หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 434307 ของโจทก์ต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
วัตถุประสงค์ของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้น มุ่งตอบสนองในจุดที่ว่า เพื่อแสดงว่าสินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้น แตกต่างกับสินค้าหรือบริการของผู้อื่น กล่าวคือ ช่วยแยกแยะความเป็นเจ้าของให้ผู้บริโภคหรือผู้เกี่ยวข้องได้ทราบ ตลอดจนแฝงไปถึงความมีชื่อเสียง ความมีคุณภาพของสินค้าหรือบริการ ดังนั้น สิ่งที่จะแสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงอยู่ที่ความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นพิเศษของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้นๆ บทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียน จึงบัญญัติลักษณะประการหนึ่งของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวว่า ต้องเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะจึงเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานเบื้องต้น (prima facie) ที่จะต้องมีจึงมีการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ ลักษณะบ่งเฉพาะ (distinctive character) อาจกล่าวได้ว่า หมายถึงความเด่นความมีลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะของเครื่องหมายการค้า ซึ่งย่อมแตกต่างหรือตรงกันข้ามกับลักษณะสามัญธรรมดา (generic) ตลอดจนไม่เป็นการพรรณนาหรือเล็งลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า (descriptive or suggestive) ลักษณะบ่งเฉพาะเป็นอย่างไรนั้นกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้นิยามความหมายไว้เป็นพิเศษมีแต่เพียงตัวอย่างในกรณีต่างๆ ซึ่งรวมทั้งภาพประดิษฐ์ด้วย ในกรณีตามฎีกานี้เป็นการขอจดทะเบียนรูปขวด ซึ่งปกติก็เป็นเรื่องสามัญธรรมดา เพราะเมื่อเอ่ยถึงขวดก็เข้าใจได้ทั่วไปว่ารูปร่างเป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไร ดังนั้น เมื่อจะเอารูปขวดมาเป็นเครื่องหมายการค้า รูปขวดนั้นก็ต้องแสดงลักษณะพิเศษ ซึ่งกรณีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ภาพประดิษฐ์รูปขวดตามคดีนี้มีลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะ มีรูปลักษณ์เป็นพิเศษจนมีลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมาย กล่าวคือ พิจารณาดูเกี่ยวกับ รูปร่าง ส่วนนูน ส่วนโค้ง ส่วนเว้า จุดพิเศษอื่นๆ และส่วนประกอบต่างๆ ประกอบกัน ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าใดไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ แต่มีการใช้จนเป็นที่แพร่หลายโดยยังไม่มีการจดทะเบียน ก็อาจจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าที่กลายเป็นมีลักษณะเฉพาะก็ได้ หรือกล่าวได้ว่า เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะจากการใช้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคท้าย ซึ่งก็ต้องมีการพิสูจน์ถึงการใช้จนแพร่หลาย มีหลักฐานแสดงถึงการใช้ (evidence of use) และพิสูจน์ให้เห็นได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะมีผลทำให้เป็นเครื่องหมายการค้าที่สามารถรับจดทะเบียนได้ สิ่งที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้านั้น กฎหมายบัญญัติให้รวมถึงรูปร่างรูปทรงของวัตถุด้วย ดังนั้น รูปทรงวัตถุก็อาจจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้หากมีลักษณะบ่งเฉพาะและไม่ต้องห้ามตามเงื่อนไขอื่นที่กฎหมายบัญญัติ แต่กรณีตามฎีกานี้ ไม่ใช่กรณีขอจดทะเบียนในฐานะรูปทรงของวัตถุ แต่จดในฐานะของภาพประดิษฐ์ ซึ่งต้องพิจารณาลักษณะความบ่งเฉพาะหรือไม่จากภาพประดิษฐ์ที่ยื่นขอจดทะเบียนดังกล่าว สุพิศ ปราณีตพลกรัง
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000643.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551