คำวินิจฉัยที่ 2/2544 ฉบับเต็ม

#415553
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยที่ 2/2544 นายอำนาจหรือพิเชษฐ์ ศรีเพชราวุธ โจทก์ โดยนายศรีสุวรรณ ฟ้าสะท้อน ผู้รับมอบอำนาจ นายประมวล สถิตเสถียร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน จำเลย จำเลยที่ 1กับพวกรวม 3 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) ไม่มีย่อสั้น ___________________________ (สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒/๒๕๔๔ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒ และ ๙ วรรคหนึ่ง(๑) ศาลจังหวัดน่าน ศาลปกครองกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดน่านได้ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง(๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้อง และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี นายอำนาจหรือพิเชษฐ์ ศรีเพชราวุธ โดยนายศรีสุวรรณ ฟ้าสะท้อน ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายประมวล สถิตเสถียร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน จำเลยที่ ๑ นายนิพนธ์ ขันธปราบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จำเลยที่ ๒ จังหวัดน่าน โดยร้อยตำรวจตรีธนะพงษ์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จำเลยที่ ๓ ต่อศาลจังหวัดน่าน อ้างว่า โจทย์เป็นเจ้าของที่ดินตามใบจอง (น.ส.๒) เลขที่ ๕๑๗ หมู่ที่ ๔ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยซื้อและรับมอบการครอบครองมาจากนางจินตนา เมษารักษ์ภิญโญ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๗ ซึ่งซื้อและรับมอบการครอบครองมาจากนายศรีวรรณ ฟ้าสะท้อน ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินในใบจองอีกต่อหนึ่ง เมื่อวันที่ ๓๑มกราคม ๒๕๓๓ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๑ ได้แจ้งโจทย์และนายศรีวรรณส่งมอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใบจอง (น.ส. ๒) เลขที่ ๕๑๗ คืนและแจ้งว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๐๗ การออกใบจองดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทย์โต้แย้งและทำหนังสือชี้แจงจำเลยที่ ๑ แล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ได้ออกคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ที่ ๑๓/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๗ เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในใบจอง(น.ส. ๒) เลขที่ ๕๑๗ ของโจทย์ และแจ้งไปยังนายศรีวรรณทราบ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทย์ทราบว่าที่ดินที่โจทย์ถือครองอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้โจทย์รื้อถอนอุปกรณ์และสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ราชการ การกระทำของจำเลยทั้งสามทำให้โจทย์เสียหาย ขอให้ศาลจังหวัดน่านพิพากษายกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ที่ ๑๓/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๒ และสั่งว่าที่ดินตามใบจอง (น.ส. ๒) เลขที่ ๕๑๗ ของโจทย์ไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทย์ จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีและอ้างว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลปกครองหรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คำวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องพิจารณา คือ เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลใช้บังคับ แต่ยังไม่มีการประกาศเปิดทำการศาลปกครอง บุคคลสามารถฟ้องคดีปกครองต่อศาลอื่นได้หรือไม่ คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา๒๗๑ บัญญัติว่า "ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงเว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่อำนาจของศาลอื่น " ส่วนมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า " ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย. ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ "ทั้งสองมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่กำหนดอำนาจของศาลยุติธรรมและศาลปกครองที่แตกต่างกัน กล่าวคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้ศาลยุติธรรมเป็นศาลที่มีอำนาจทั่วไปในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนดไม่ให้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ส่วนศาลปกครองเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเฉพาะประเภทตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดเท่านั้น ศาลยุติธรรมที่มีอำนาจทั่วไปจึงมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่ยังไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลหนึ่งศาลใดโดยเฉพาะ คดีนี้โจทย์ฟ้องขอให้ยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่านที่ได้สั่งเพิกถอนใบจอง (น.ส.๒) หมู่ที่ ๔ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีลักษณะเป็นคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งลงประกาศราชกิจจานุเบกษาในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๒ และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ อันเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โจทย์ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดน่านในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๓ หลังจากที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ศาลปกครองเปิดทำการเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ขณะนั้นจึงยังไม่มีศาลปกครองที่มีเขตอำนาจเหนือคดีปกครอง ศาลยุติธรรมย่อมมีอำนาจในการรับคดีปกครองดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาได้ จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีปกครองที่เกิดขึ้นภายหลังพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลใช้บังคับ แต่ศาลปกครองยังไม่เปิดทำการ อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม ศาลจังหวัดน่านจึงมีเขตอำนาจเหนือคดีนี้และต้องรับคดีไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป นายธวัชชัย พิทักษ์พล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์ ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร นายพรชัย รัศมีแพทย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำเนาถูกต้อง วลัยมาศ แก้วศรชัย (นางสาววลัยมาศ แก้วศรชัย) นิติกร ๔ ๒ () แหล่งที่มา ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 2 และ 9 วรรคหนึ่ง (1)
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
415553
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082624311"
    }
}
date
2544
deka_no
2/2544
deka_running_no
2
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 9 วรรคหนึ่ง (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอำนาจหรือพิเชษฐ์ ศรีเพชราวุธ"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยนายศรีสุวรรณ ฟ้าสะท้อน ผู้รับมอบอำนาจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประมวล สถิตเสถียร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "จำเลยที่ 1กับพวกรวม 3 คน"
    }
]
long_text
(สำเนา)

คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

ที่ ๒/๒๕๔๔

วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๕

เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒ และ ๙ วรรคหนึ่ง(๑)

ศาลจังหวัดน่าน

ศาลปกครองกลาง

การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ

ศาลจังหวัดน่านได้ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง(๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้อง และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น

ข้อเท็จจริงในคดี

นายอำนาจหรือพิเชษฐ์ ศรีเพชราวุธ โดยนายศรีสุวรรณ ฟ้าสะท้อน ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายประมวล สถิตเสถียร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน จำเลยที่ ๑ นายนิพนธ์ ขันธปราบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จำเลยที่ ๒ จังหวัดน่าน โดยร้อยตำรวจตรีธนะพงษ์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จำเลยที่ ๓ ต่อศาลจังหวัดน่าน อ้างว่า โจทย์เป็นเจ้าของที่ดินตามใบจอง (น.ส.๒) เลขที่ ๕๑๗ หมู่ที่ ๔ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยซื้อและรับมอบการครอบครองมาจากนางจินตนา เมษารักษ์ภิญโญ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๗ ซึ่งซื้อและรับมอบการครอบครองมาจากนายศรีวรรณ ฟ้าสะท้อน ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินในใบจองอีกต่อหนึ่ง เมื่อวันที่ ๓๑มกราคม ๒๕๓๓ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๑ ได้แจ้งโจทย์และนายศรีวรรณส่งมอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใบจอง (น.ส. ๒) เลขที่ ๕๑๗ คืนและแจ้งว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๐๗ การออกใบจองดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทย์โต้แย้งและทำหนังสือชี้แจงจำเลยที่ ๑ แล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ได้ออกคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ที่ ๑๓/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๗ เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในใบจอง(น.ส. ๒) เลขที่ ๕๑๗ ของโจทย์ และแจ้งไปยังนายศรีวรรณทราบ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทย์ทราบว่าที่ดินที่โจทย์ถือครองอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้โจทย์รื้อถอนอุปกรณ์และสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ราชการ การกระทำของจำเลยทั้งสามทำให้โจทย์เสียหาย ขอให้ศาลจังหวัดน่านพิพากษายกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ที่ ๑๓/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๒ และสั่งว่าที่ดินตามใบจอง (น.ส. ๒) เลขที่ ๕๑๗ ของโจทย์ไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทย์

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีและอ้างว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลปกครองหรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำวินิจฉัย

ปัญหาที่ต้องพิจารณา คือ เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลใช้บังคับ แต่ยังไม่มีการประกาศเปิดทำการศาลปกครอง บุคคลสามารถฟ้องคดีปกครองต่อศาลอื่นได้หรือไม่

คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา๒๗๑ บัญญัติว่า "ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงเว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่อำนาจของศาลอื่น " ส่วนมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า " ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย. ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ "ทั้งสองมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่กำหนดอำนาจของศาลยุติธรรมและศาลปกครองที่แตกต่างกัน กล่าวคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้ศาลยุติธรรมเป็นศาลที่มีอำนาจทั่วไปในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนดไม่ให้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ส่วนศาลปกครองเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเฉพาะประเภทตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดเท่านั้น ศาลยุติธรรมที่มีอำนาจทั่วไปจึงมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่ยังไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลหนึ่งศาลใดโดยเฉพาะ

คดีนี้โจทย์ฟ้องขอให้ยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่านที่ได้สั่งเพิกถอนใบจอง (น.ส.๒) หมู่ที่ ๔ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีลักษณะเป็นคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งลงประกาศราชกิจจานุเบกษาในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๒ และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ อันเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โจทย์ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดน่านในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๓ หลังจากที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ศาลปกครองเปิดทำการเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ขณะนั้นจึงยังไม่มีศาลปกครองที่มีเขตอำนาจเหนือคดีปกครอง ศาลยุติธรรมย่อมมีอำนาจในการรับคดีปกครองดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาได้

จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีปกครองที่เกิดขึ้นภายหลังพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลใช้บังคับ แต่ศาลปกครองยังไม่เปิดทำการ อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม ศาลจังหวัดน่านจึงมีเขตอำนาจเหนือคดีนี้และต้องรับคดีไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

นายธวัชชัย พิทักษ์พล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์

ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม

นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง

พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร

หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร

นายพรชัย รัศมีแพทย์

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

สำเนาถูกต้อง

วลัยมาศ แก้วศรชัย

(นางสาววลัยมาศ แก้วศรชัย)

นิติกร ๔

๒
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 2 และ 9 วรรคหนึ่ง (1)
source
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006645.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำวินิจฉัย
year
2544