คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2551 ฉบับเต็ม

#417016
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2551 นายชัยศักดิ์ ไม้เลียบ กับพวก โจทก์ นางมาลัย ทองอยู่ จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 420, มาตรา 1339, มาตรา 1355 ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยมีลักษณะเป็นสวน ไม่มีคลองสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดิน โจทก์ทั้งสี่และจำเลยนำน้ำจากคลองบางสีทอง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยประมาณ 50 เมตร มาใช้รดน้ำต้นไม้ในสวน โดยใช้ต้นตาลที่ทะลวงไส้ออกเป็นท่อส่งน้ำฝังไว้ใต้พื้นดินติดต่อกับที่ดินของบุคคลอื่นที่อยู่ริมคลองบางสีทองเพื่อชักน้ำเข้ามาใช้ต่อกันเป็นทอด ๆ จึงเป็นท่อส่งน้ำที่ทำขึ้นเองเพื่อเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกันของชาวสวน แม้จะนานเพียงใดก็ไม่ทำให้ท่อส่งน้ำที่วางไว้ใต้ดินของใครเป็นท่อส่งน้ำสาธารณประโยชน์ไปได้ และน้ำที่ไหลเข้ามาในที่ดินของจำเลยไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ผ่านท่อส่งน้ำดังกล่าวไม่ใช่เป็นน้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมายังที่ดินต่ำตาม ป.พ.พ. มาตรา 1339 ที่จะให้สิทธิเจ้าของที่ดินซึ่งอยู่สูงกว่าจะกันน้ำเอาไว้ได้เพียงที่จำเป็นแก่ที่ดินของตนและไม่ใช่เป็นทางน้ำผ่านที่ดินตามมาตรา 1355 ที่เจ้าของที่ดินที่มีทางน้ำผ่านไม่มีสิทธิจะชักเอาน้ำไว้เกินกว่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควรให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ตามทางน้ำนั้น และข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากมีการทำถนนสาธารณประโยชน์ทำให้ทับท่อส่งน้ำไปในที่ดินของจำเลยเสียหาย ทำให้ไม่มีน้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยแล้วจำเลยต้องไปขอซื้อน้ำจากที่ดินแปลงของ บ. เพื่อประโยชน์ในที่ดินของจำเลย โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง และปิดท่อส่งน้ำในที่ดินของตนเองไม่ให้ส่งน้ำไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ตามเงื่อนไขที่ บ. ให้จำเลยใช้น้ำต่อจาก บ. คนเดียว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ไม่อาจขอให้บังคับจำเลยรื้อสิ่งปิดกั้นทางน้ำออกไปได้ ___________________________ โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2542 จำเลยปิดกั้นทางน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 4803 ตำบลบางกรวยฝั่งเหนือ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 5 ตารางวา ของโจทก์ทั้งสี่ ทำให้โจทก์ทั้งสี่ไม่มีน้ำรดต้นไม้ เป็นเหตุให้ต้นขนุน มะม่วง และมะนาวตาย ประมาณ 100 ต้น คิดเป็นค่าเสียหาย 20,000 บาท เป็นการกระทำละเมิด ขอให้บังคับจำเลยรื้อสิ่งปิดกั้นทางน้ำเพื่อเปิดให้น้ำไหลผ่านที่ดินดังกล่าว หากจำเลยไม่กระทำการให้โจทก์ทั้งสี่มีอำนาจกระทำการได้เอง โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช่จ่ายทั้งสิ้น ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 20,000 บาท จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่อยู่ติดกับที่ดินจำเลยไม่มีทางน้ำสาธารณะไหลผ่าน จำเลยและเจ้าของที่ดินรายอื่นได้ทำท่อส่งน้ำเพื่อชักน้ำเข้ามายังที่ดินของตนเอง ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบลทำถนนทำให้ท่อส่งน้ำแตกจำเลยจึงทำท่อน้ำใหม่ สวนของโจทก์ทั้งสี่ถูกน้ำท่วมหลายปีแล้ว และโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้ทำสวน จำเลยปิดกั้นท่อส่งน้ำเดือนกันยายน 2542 โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่า จำเลยทำละเมิดปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลผ่านที่ดินของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยรับกันว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยมีลักษณะเป็นส่วน ไม่มีคลองสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดิน โจทก์ทั้งสี่และจำเลยนำน้ำจากคลองบางสีทอง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยประมาณ 50 เมตร มาใช้รดน้ำต้นไม่ในสวน โดยให้ต้นตาลที่ทะลวงไส้ออกเป็นท่อส่งน้ำฝังไว้ใต้พื้นดินติดต่อกับที่ดินของบุคคลอื่นที่อยู่ริมคลองบางสีทอง เพื่อชักน้ำเข้ามาใช้ต่อกันเป็นทอด ๆ จึงเป็นท่อส่งน้ำที่ทำขึ้นเองเพื่อเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกันของชาวสวน แม้จะนานเพียงใดก็ไม่ทำให้ท่อส่งน้ำที่วางไว้ใต้ดินของใครเป็นท่อส่งน้ำสาธารณประโยชน์ไปได้ และน้ำที่ไหลเข้ามาในที่ดินของจำเลยไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ผ่านท่อส่งน้ำดังกล่าวไม่ใช่เป็นน้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมายังที่ดินต่ำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1339 ที่จะให้สิทธิเจ้าของที่ดินซึ่งอยู่สูงกว่าจะกันน้ำเอาไว้ได้เพียงที่จำเป็นแก่ที่ดินของตน และไม่ใช่เป็นทางน้ำผ่านที่ดินตามมาตรา 1355 ที่เจ้าของที่ดินที่มีทางน้ำผ่านไม่มีสิทธิจะชักเอาน้ำไว้เกินกว่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควรให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ตามทางน้ำนั้น และข้อเท็จจริงได้ความตามทางนำสืบของจำเลยว่า หลังจากมีการทำถนนสาธารณประโยชน์ทำให้ทับท่อส่งน้ำไปในที่ดินของจำเลยเสียหาย ทำให้ไม่มีน้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยแล้วจำเลยต้องไปขอซื้อน้ำจากที่ดินแปลงของนางบำรุงเพื่อประโยชน์ในที่ดินของจำเลย โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายตามลำพัง และปิดท่อส่งน้ำในที่ดินของตนเองไม่ให้ส่งน้ำไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ตามเงื่อนไขที่นางบำรุงให้จำเลยใช้น้ำต่อจากนางบำรุงคนเดียว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ไม่อาจขอให้บังคับจำเลยรื้อสิ่งปิดกั้นทางน้ำออกไปได้ กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่อีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (พันวะสา บัวทอง-พินิจ บุญชัด-สมศักดิ์ ตันติภิรมย์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
417016
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010785"
    }
}
date
2551
deka_no
2328/2551
deka_running_no
2328
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "พันวะสา บัวทอง",
    "พินิจ บุญชัด",
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420",
            "ม. 1339",
            "ม. 1355"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายชัยศักดิ์ ไม้เลียบ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นางมาลัย ทองอยู่"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2542 จำเลยปิดกั้นทางน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 4803 ตำบลบางกรวยฝั่งเหนือ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 5 ตารางวา ของโจทก์ทั้งสี่ ทำให้โจทก์ทั้งสี่ไม่มีน้ำรดต้นไม้ เป็นเหตุให้ต้นขนุน มะม่วง และมะนาวตาย ประมาณ 100 ต้น คิดเป็นค่าเสียหาย 20,000 บาท เป็นการกระทำละเมิด ขอให้บังคับจำเลยรื้อสิ่งปิดกั้นทางน้ำเพื่อเปิดให้น้ำไหลผ่านที่ดินดังกล่าว หากจำเลยไม่กระทำการให้โจทก์ทั้งสี่มีอำนาจกระทำการได้เอง โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช่จ่ายทั้งสิ้น ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 20,000 บาท

จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่อยู่ติดกับที่ดินจำเลยไม่มีทางน้ำสาธารณะไหลผ่าน จำเลยและเจ้าของที่ดินรายอื่นได้ทำท่อส่งน้ำเพื่อชักน้ำเข้ามายังที่ดินของตนเอง ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบลทำถนนทำให้ท่อส่งน้ำแตกจำเลยจึงทำท่อน้ำใหม่ สวนของโจทก์ทั้งสี่ถูกน้ำท่วมหลายปีแล้ว และโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้ทำสวน จำเลยปิดกั้นท่อส่งน้ำเดือนกันยายน 2542 โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่า จำเลยทำละเมิดปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลผ่านที่ดินของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยรับกันว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยมีลักษณะเป็นส่วน ไม่มีคลองสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดิน โจทก์ทั้งสี่และจำเลยนำน้ำจากคลองบางสีทอง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ดินของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยประมาณ 50 เมตร มาใช้รดน้ำต้นไม่ในสวน โดยให้ต้นตาลที่ทะลวงไส้ออกเป็นท่อส่งน้ำฝังไว้ใต้พื้นดินติดต่อกับที่ดินของบุคคลอื่นที่อยู่ริมคลองบางสีทอง เพื่อชักน้ำเข้ามาใช้ต่อกันเป็นทอด ๆ จึงเป็นท่อส่งน้ำที่ทำขึ้นเองเพื่อเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกันของชาวสวน แม้จะนานเพียงใดก็ไม่ทำให้ท่อส่งน้ำที่วางไว้ใต้ดินของใครเป็นท่อส่งน้ำสาธารณประโยชน์ไปได้ และน้ำที่ไหลเข้ามาในที่ดินของจำเลยไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ผ่านท่อส่งน้ำดังกล่าวไม่ใช่เป็นน้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมายังที่ดินต่ำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1339 ที่จะให้สิทธิเจ้าของที่ดินซึ่งอยู่สูงกว่าจะกันน้ำเอาไว้ได้เพียงที่จำเป็นแก่ที่ดินของตน และไม่ใช่เป็นทางน้ำผ่านที่ดินตามมาตรา 1355 ที่เจ้าของที่ดินที่มีทางน้ำผ่านไม่มีสิทธิจะชักเอาน้ำไว้เกินกว่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควรให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ตามทางน้ำนั้น และข้อเท็จจริงได้ความตามทางนำสืบของจำเลยว่า หลังจากมีการทำถนนสาธารณประโยชน์ทำให้ทับท่อส่งน้ำไปในที่ดินของจำเลยเสียหาย ทำให้ไม่มีน้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยแล้วจำเลยต้องไปขอซื้อน้ำจากที่ดินแปลงของนางบำรุงเพื่อประโยชน์ในที่ดินของจำเลย โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายตามลำพัง และปิดท่อส่งน้ำในที่ดินของตนเองไม่ให้ส่งน้ำไปยังที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ตามเงื่อนไขที่นางบำรุงให้จำเลยใช้น้ำต่อจากนางบำรุงคนเดียว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ไม่อาจขอให้บังคับจำเลยรื้อสิ่งปิดกั้นทางน้ำออกไปได้ กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่อีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000630.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551