คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2551 ฉบับเต็ม

#417321
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2551 นายอับดุลเหลาะ บุญเทพ ผู้ร้อง นายสลาม บุญเทพ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1713 ป.วิ.พ. มาตรา 142 คดีนี้ผู้ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า สมควรตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ผู้ร้องเป็นบุตรของ ส. ซึ่งเป็นบุตรของ ร. ผู้ตาย เมื่อ ส. ถึงแก่ความตายไปแล้ว ผู้ร้องจึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายและมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และผู้ร้องไม่ใช่บุคคลต้องห้ามตามกฎหมายแต่อย่างใดสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่าทรัพย์ตามคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นของผู้คัดค้าน บิดามารดาผู้คัดค้านยกให้ผู้คัดค้านในขณะมีชีวิตอยู่ แต่ปรากฏว่าที่ดินทั้ง 6 แปลง ดังกล่าวยังมีชื่อผู้ตายเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จึงเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดกซึ่งเป็นเรื่องนอกประเด็นชอบที่ผู้คัดค้านจะไปดำเนินเป็นคดีส่วนหนึ่งต่างหากจากคดีนี้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องและขอแก้ไขคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเร็มหรืออะเหร็มผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนายอะเร็มหรือสะเร็ม นายอะเร็มหรือสะเร็มเป็นบุตรของนายเร็ม หรืออะเหร็มผู้ตาย ส่วนนายสลามผู้คัดค้านเป็นบุตรของนายเร็มหรืออะเหร็ม ผู้ตาย โดยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนายอะเร็มหรือสะเร็มบิดาผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นหลานของผู้คัดค้านปรากฏตามบัญชีเครือญาติ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า สมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่... เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า สมควรตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ผู้ร้องเป็นบุตรของนายสะเร็มหรืออะเร็ม ซึ่งเป็นบุตรของนายเร็มหรืออะเหร็มผู้ตาย เมื่อนายสะเร็มหรืออะเร็มถึงแก่ความตายไปแล้ว ผู้ร้องจึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายและมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และผู้ร้องไม่ใช่บุคคลต้องห้ามตามกฎหมายแต่อย่างใด สมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่าทรัพย์ตามคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นของผู้คัดค้านบิดามารดาผู้คัดค้านยกให้ผู้คัดค้านในขณะมีชีวิตอยู่ แต่ปรากฏว่าที่ดินทั้ง 6 แปลงดังกล่าว ยังมีชื่อผู้ตายเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จึงเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดกซึ่งเป็นเรื่องนอกประเด็น ชอบที่ผู้คัดค้านจะไปดำเนินเป็นคดีส่วนหนึ่งต่างหากจากคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้ยกคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้าน (ชวลิต สุจริตกุล-สมศักดิ์ จันทรา-เอกชัย ชินณพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
417321
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082011023"
    }
}
date
2551
deka_no
1996/2551
deka_running_no
1996
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต สุจริตกุล",
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "เอกชัย ชินณพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1713"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายอับดุลเหลาะ บุญเทพ"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสลาม บุญเทพ"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องและขอแก้ไขคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเร็มหรืออะเหร็มผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนายอะเร็มหรือสะเร็ม นายอะเร็มหรือสะเร็มเป็นบุตรของนายเร็ม หรืออะเหร็มผู้ตาย ส่วนนายสลามผู้คัดค้านเป็นบุตรของนายเร็มหรืออะเหร็ม ผู้ตาย โดยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนายอะเร็มหรือสะเร็มบิดาผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นหลานของผู้คัดค้านปรากฏตามบัญชีเครือญาติ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า สมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่... เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า สมควรตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ผู้ร้องเป็นบุตรของนายสะเร็มหรืออะเร็ม ซึ่งเป็นบุตรของนายเร็มหรืออะเหร็มผู้ตาย เมื่อนายสะเร็มหรืออะเร็มถึงแก่ความตายไปแล้ว ผู้ร้องจึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายและมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และผู้ร้องไม่ใช่บุคคลต้องห้ามตามกฎหมายแต่อย่างใด สมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่าทรัพย์ตามคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นของผู้คัดค้านบิดามารดาผู้คัดค้านยกให้ผู้คัดค้านในขณะมีชีวิตอยู่ แต่ปรากฏว่าที่ดินทั้ง 6 แปลงดังกล่าว ยังมีชื่อผู้ตายเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จึงเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดกซึ่งเป็นเรื่องนอกประเด็น ชอบที่ผู้คัดค้านจะไปดำเนินเป็นคดีส่วนหนึ่งต่างหากจากคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้ยกคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้าน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000632.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551