คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2635/2551 ฉบับเต็ม

#417333
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2635/2551 กรมศุลกากร โจทก์ นางสาวศุภลักษณ์ เศรษฐยุกานนท์ หรือ นางพิธุอินท์ ตันติเวทเรืองเดช จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ จำเลยนำเข้าสินค้ากากกุ้งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าว่าสินค้าขาเข้าจัดอยู่ในประเภทพิกัด 2301.20 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 และเสียภาษีอากรตามอัตราดังกล่าว แต่ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบว่า สินค้าดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทพิกัด 0508.00 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 35 จึงขอให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มเติม จำเลยได้รับหนังสือแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 แต่มิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินภายใน 30 วัน ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ศุลกากรฯ ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 ฉ ซึ่งบัญญัติว่า "...ผู้นำของเข้ามีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน..." การประเมินจึงยุติ จำเลยไม่มีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ชอบ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีอากรเพิ่มเติมตามฟ้อง แม้ศาลภาษีอากรกลางจะมิได้ยกข้อที่จำเลยไม่มีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ชอบขึ้นวินิจฉัย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรก็ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มแก่โจทก์เป็นเงินรวม 282,281.16 บาท และชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนของค่าอากรขาเข้าและอากรพิเศษที่ค้างชำระนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้รับแจ้งการประเมินของโจทก์ สินค้ากากกุ้งที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นสินค้าที่จัดอยู่ในประเภทอาหารสัตว์หรือกากและเศษที่เหลือจากอุตสาหกรรมผลิตอาหารหรืออาหารที่จัดทำไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีลักษณะป่นอยู่ในพิกัด 2301.20 หมวด 4 ตอนที่ 23 ของพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 อัตราร้อยละ 10 มิได้อยู่ในพิกัด 0508.00 หมวด 1 ตอนที่ 5 อัตราอากรร้อยละ 35 ดังที่เจ้าพนักงานของโจทก์ประเมินเรียกเก็บ จำเลยชำระอากรถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยต้องชำระภาษีอากรเพิ่มเติมตามฟ้องหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า สินค้ากากกุ้งที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรจัดอยู่ในประเภทพิกัด 0508.00 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 35 ตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้ประเมินไว้ มิได้จัดอยู่ในประเภทพิกัด 2301.20 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 ตามที่จำเลยได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า เห็นว่า จำเลยนำเข้าสินค้ากากกุ้งเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2541 และวันที่ 29 มีนาคม 2542 โดยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าว่าสินค้าที่นำเข้าจัดอยู่ในประเภทพิกัด 2301.20 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 และเสียภาษีอากรตามอัตราดังกล่าว แต่ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบว่าสินค้าดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทพิกัด 0508.00 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 35 จึงขอให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มเติม จำเลยได้รับหนังสือแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 แต่มิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินภายใน 30 วัน ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉ ซึ่งบัญญัติว่า "...ผู้นำของเข้ามีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน..." การประเมินจึงยุติ จำเลยไม่มีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ชอบ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีอากรเพิ่มเติมตามฟ้อง แม้ศาลภาษีอากรกลางจะมิได้ยกข้อที่จำเลยไม่มีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ชอบขึ้นวินิจฉัย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรก็ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระภาษีอากรจำนวน 282,281.16 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของอากรขาเข้าจำนวน 153,375 บาท และอากรพิเศษจำนวน 15,337 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแล้วเสร็จ (ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
417333
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010460"
    }
}
date
2551
deka_no
2635/2551
deka_running_no
2635
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469",
        "sections": [
            "ม. 112 ฉ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมศุลกากร"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวศุภลักษณ์ เศรษฐยุกานนท์ หรือ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางพิธุอินท์ ตันติเวทเรืองเดช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มแก่โจทก์เป็นเงินรวม 282,281.16 บาท และชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนของค่าอากรขาเข้าและอากรพิเศษที่ค้างชำระนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้รับแจ้งการประเมินของโจทก์ สินค้ากากกุ้งที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นสินค้าที่จัดอยู่ในประเภทอาหารสัตว์หรือกากและเศษที่เหลือจากอุตสาหกรรมผลิตอาหารหรืออาหารที่จัดทำไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีลักษณะป่นอยู่ในพิกัด 2301.20 หมวด 4 ตอนที่ 23 ของพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 อัตราร้อยละ 10 มิได้อยู่ในพิกัด 0508.00 หมวด 1 ตอนที่ 5 อัตราอากรร้อยละ 35 ดังที่เจ้าพนักงานของโจทก์ประเมินเรียกเก็บ จำเลยชำระอากรถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยต้องชำระภาษีอากรเพิ่มเติมตามฟ้องหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า สินค้ากากกุ้งที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรจัดอยู่ในประเภทพิกัด 0508.00 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 35 ตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้ประเมินไว้ มิได้จัดอยู่ในประเภทพิกัด 2301.20 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 ตามที่จำเลยได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า เห็นว่า จำเลยนำเข้าสินค้ากากกุ้งเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2541 และวันที่ 29 มีนาคม 2542 โดยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าว่าสินค้าที่นำเข้าจัดอยู่ในประเภทพิกัด 2301.20 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 และเสียภาษีอากรตามอัตราดังกล่าว แต่ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบว่าสินค้าดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทพิกัด 0508.00 อัตราอากรขาเข้าร้อยละ 35 จึงขอให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มเติม จำเลยได้รับหนังสือแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 แต่มิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินภายใน 30 วัน ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉ ซึ่งบัญญัติว่า "...ผู้นำของเข้ามีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน..." การประเมินจึงยุติ จำเลยไม่มีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ชอบ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีอากรเพิ่มเติมตามฟ้อง แม้ศาลภาษีอากรกลางจะมิได้ยกข้อที่จำเลยไม่มีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ชอบขึ้นวินิจฉัย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรก็ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระภาษีอากรจำนวน 282,281.16 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของอากรขาเข้าจำนวน 153,375 บาท และอากรพิเศษจำนวน 15,337 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแล้วเสร็จ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000627.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551