คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10312/2550 ฉบับเต็ม

#417346
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10312/2550 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นายนเรศ พูลจันทร์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 252 การที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าคำร้อง 40 บาท จึงไม่ถูกต้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยเข้าไปในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซึ่งเป็นอาคารเก็บทรัพย์ของบริษัทเพาเวอร์บาย จำกัด ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร แล้วซ่อนตัวอยู่ในอาคารดังกล่าว จากนั้นจำเลยลักโทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ราคา 94,900 บาท กระเป๋าสะพาย 1 ใบ ราคา 1,470 บาท รวมเป็นเงิน 96,370 บาท ของผู้เสียหายไป โดยงัดแงะกุญแจตู้ที่เก็บรักษาทรัพย์ดังกล่าว อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และกระเป๋าสะพายดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 335, 364, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) วรรคสอง จำคุก 3 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้งถึงวันเวลากระทำความผิดฐานลักทรัพย์และทรัพย์ที่จำเลยลักไป ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหา ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยลักโทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ราคา 94,900 บาท และกระเป๋าสะพาย 1 ใบ ราคา 1,470 บาท เป็นเงิน 96,370 บาท ของผู้เสียหาย โดยงัดแงะกุญแจตู้ที่เก็บรักษาทรัพย์ดังกล่าวอันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้นแล้วเอาทรัพย์ดังกล่าวไปโดยทุจริต ฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และทรัพย์ที่จำเลยลักไปพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ส่วนที่จำเลยให้การชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่า จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 และบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายได้คืนระบุว่า ยึดทรัพย์ของกลางได้จากบริษัทเพาเวอร์บาย จำกัด ผู้กล่าวหา นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการนำสืบของโจทก์ในทางพิจารณา ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... อนึ่ง การที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าคำร้อง 40 บาท จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขโดยสั่งให้ถูกต้อง" พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าคำร้องแก่จำเลย (บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย-ธานิศ เกศวพิทักษ์-เฉลิมชัย ตันตยานนท์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
417346
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013038"
    }
}
date
2550
deka_no
10312/2550
deka_running_no
10312
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "เฉลิมชัย ตันตยานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 252"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนเรศ พูลจันทร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยเข้าไปในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซึ่งเป็นอาคารเก็บทรัพย์ของบริษัทเพาเวอร์บาย จำกัด ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร แล้วซ่อนตัวอยู่ในอาคารดังกล่าว จากนั้นจำเลยลักโทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ราคา 94,900 บาท กระเป๋าสะพาย 1 ใบ ราคา 1,470 บาท รวมเป็นเงิน 96,370 บาท ของผู้เสียหายไป โดยงัดแงะกุญแจตู้ที่เก็บรักษาทรัพย์ดังกล่าว อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และกระเป๋าสะพายดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 335, 364, 365

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) วรรคสอง จำคุก 3 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้งถึงวันเวลากระทำความผิดฐานลักทรัพย์และทรัพย์ที่จำเลยลักไป ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหา ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยลักโทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ราคา 94,900 บาท และกระเป๋าสะพาย 1 ใบ ราคา 1,470 บาท เป็นเงิน 96,370 บาท ของผู้เสียหาย โดยงัดแงะกุญแจตู้ที่เก็บรักษาทรัพย์ดังกล่าวอันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้นแล้วเอาทรัพย์ดังกล่าวไปโดยทุจริต ฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และทรัพย์ที่จำเลยลักไปพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ส่วนที่จำเลยให้การชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่า จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 และบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายได้คืนระบุว่า ยึดทรัพย์ของกลางได้จากบริษัทเพาเวอร์บาย จำกัด ผู้กล่าวหา นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการนำสืบของโจทก์ในทางพิจารณา ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...

อนึ่ง การที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าคำร้อง 40 บาท จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขโดยสั่งให้ถูกต้อง"

พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าคำร้องแก่จำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000650.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550