คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4534/2551 ฉบับเต็ม

#417349
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4534/2551 บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน โจทก์ กิจการร่วมค้าพรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเพทเอ็นจิเนียส์ อิงค์ บริษัทล็อควูดแอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ เจ้าหนี้ บริษัทพรีเมียร์ โกลเบิล คอร์เปอเรชั่น จำกัด หรือบริษัทลิควิเดชั่น 1 จำกัด จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 เจ้าหนี้ผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาแสดงหรือนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริง และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมเงินแต่พยานของเจ้าหนี้ไม่ใช่ผู้รู้เห็นในการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ (จำเลย) ส่วนตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งมีข้อความว่าลูกหนี้สัญญาจะจ่ายเงินจำนวนที่ระบุในตั๋วแต่ละฉบับให้แก่เจ้าหนี้พร้อมดอกเบี้ยไม่อาจถือเอาตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน ทั้งจำนวนเงินที่เจ้าหนี้อ้างว่าให้ลูกหนี้กู้ยืมเฉพาะต้นเงินมีจำนวนมากถึง 1,385,061,779.44 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าได้มีการเรียกให้ลูกหนี้จัดหาหลักประกันการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดให้แก่เจ้าหนี้ ส่วนเอกสารงบการเงินและบัญชีเจ้าหนี้ไม่มีประกันของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้แนบท้ายคำฟ้องอุทธรณ์เป็นการอ้างเอกสารเข้ามาภายหลังที่เจ้าหนี้แถลงหมดพยานในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ไม่ชอบที่เจ้าหนี้จะนำเอกสารดังกล่าวมาอ้างในภายหลังได้ พยานหลักฐานของเจ้าหนี้จึงไม่มีน้ำหนักและเหตุผลที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริง และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมเงินจำนวน 1,622,726,584.51 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว เจ้าหนี้รายที่ 2 เจ้าหนี้รายที่ 13 และเจ้าหนี้รายที่ 15 โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นว่า ไม่น่าเชื่อว่ามีมูลหนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนีของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่น หรือเป็นโจทก์ในคดีล้มละลายนั้นเอง และในชั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แม้จะไม่มีผู้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนั้นก็ตามเจ้าหนี้ผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ก็มีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาแสดงหรือนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริง และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมเงินโดยมีพยานบุคคลคือ นางสาวธาวิณีให้การในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ลูกหนี้ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจจึงขอกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้เป็นต้นเงิน 1,385,061,779.44 บาท ดอกเบี้ย 237,664,805.07 บาท รวมเป็นเงิน 1,622,726,584.51 บาท... เห็นว่า นางสาวธาวิณีตอบผู้รับมอบอำนาจเจ้าหน้รายที่ 2 ว่า พยานทำงานกับเจ้าหนี้เมื่อปี 2542 ไม่รู้เห็นการทำสัญญา พยานปากนี้จึงไม่ใช่ผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวกับการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ส่วนตั๋วสัญญาใช้เงินก็มีข้อความในทำนองเดียวกันว่าลูกหนี้สัญญาจะจ่ายเงินจำนวนที่ระบุไว้ในตั๋วแต่ละฉบับให้แก่เจ้าหนี้พร้อมดอกเบี้ย ไม่อาจถือเอาตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน จำนวนเงินที่เจ้าหนี้อ้างว่าได้ให้ลูกหนี้กู้ยืมไปเฉพาะต้นเงินก็มีจำนวนมากถึง 1,385,061,779.44 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าได้มีการเรียกให้ลูกหนี้จัดหาหลักประกันการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดให้แก่เจ้าหนี้ ที่เจ้าหนี้ฎีกาอีกว่าลูกหนี้ได้ส่งงบการเงินของลูกหนี้สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2546 ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 14 หน้า 13 ระบุว่าลูกหนี้ค้างชำระหนี้เจ้าหนี้ 1,385,061,779.44 บาท และตามบัญชีเจ้าหนี้ไม่มีประกัน (ล.13 ก) ซึ่งลูกหนี้ได้ยื่นประกอบคำชี้แจ้งเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปรากฏข้อความในหน้า 1 อันดับที่ 6 ว่าลูกหนี้ค้างชำระหนี้ประเภทเงินกู้ยืมจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนั้น ได้ความจากรายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ว่าเจ้าหนี้แถลงหมดพยานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2544 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัดเจ้าหนี้มาสอบสวนเพิ่มเติมแต่เจ้าหนี้ไม่มาตามนัด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จดรายงานทำความเห็นเสนอศาลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2546 โดยไม่ปรากฏเอกสารทั้งสองรายการในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ในขณะที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นเสนอศาลชั้นต้น การที่เจ้าหนี้แนบเอกสารทั้งสองรายการดังกล่าวมาท้ายคำฟ้องอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2547 เป็นการอ้างเอกสารเข้ามาภายหลังที่เจ้าหนี้แถลงหมดพยาน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นเสนอต่อศาลชั้นต้นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ไม่ชอบที่เจ้าหนี้จะนำเอกสารดังกล่าวมาอ้างในภายหลัง พยานหลักฐานของเจ้าหนี้ที่ปรากฏในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ไม่มีน้ำหนักและเหตุผลที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริงและลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มานั้นชอบแล้วฎีกาของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ไพโรจน์ วายุภาพ-กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์-พิชัย อภิชาตอำมฤต) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
417349
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009244"
    }
}
date
2551
deka_no
4534/2551
deka_running_no
4534
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์",
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 94"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "กิจการร่วมค้าพรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "และบริษัทเพทเอ็นจิเนียส์ อิงค์"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "บริษัทล็อควูดแอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทพรีเมียร์ โกลเบิล คอร์เปอเรชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือบริษัทลิควิเดชั่น 1 จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมเงินจำนวน 1,622,726,584.51 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว เจ้าหนี้รายที่ 2 เจ้าหนี้รายที่ 13 และเจ้าหนี้รายที่ 15 โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นว่า ไม่น่าเชื่อว่ามีมูลหนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนีของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน

เจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่น หรือเป็นโจทก์ในคดีล้มละลายนั้นเอง และในชั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แม้จะไม่มีผู้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนั้นก็ตามเจ้าหนี้ผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ก็มีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาแสดงหรือนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริง และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมเงินโดยมีพยานบุคคลคือ นางสาวธาวิณีให้การในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ลูกหนี้ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจจึงขอกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้เป็นต้นเงิน 1,385,061,779.44 บาท ดอกเบี้ย 237,664,805.07 บาท รวมเป็นเงิน 1,622,726,584.51 บาท... เห็นว่า นางสาวธาวิณีตอบผู้รับมอบอำนาจเจ้าหน้รายที่ 2 ว่า พยานทำงานกับเจ้าหนี้เมื่อปี 2542 ไม่รู้เห็นการทำสัญญา พยานปากนี้จึงไม่ใช่ผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวกับการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ส่วนตั๋วสัญญาใช้เงินก็มีข้อความในทำนองเดียวกันว่าลูกหนี้สัญญาจะจ่ายเงินจำนวนที่ระบุไว้ในตั๋วแต่ละฉบับให้แก่เจ้าหนี้พร้อมดอกเบี้ย ไม่อาจถือเอาตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน จำนวนเงินที่เจ้าหนี้อ้างว่าได้ให้ลูกหนี้กู้ยืมไปเฉพาะต้นเงินก็มีจำนวนมากถึง 1,385,061,779.44 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าได้มีการเรียกให้ลูกหนี้จัดหาหลักประกันการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดให้แก่เจ้าหนี้ ที่เจ้าหนี้ฎีกาอีกว่าลูกหนี้ได้ส่งงบการเงินของลูกหนี้สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2546 ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 14 หน้า 13 ระบุว่าลูกหนี้ค้างชำระหนี้เจ้าหนี้ 1,385,061,779.44 บาท และตามบัญชีเจ้าหนี้ไม่มีประกัน (ล.13 ก) ซึ่งลูกหนี้ได้ยื่นประกอบคำชี้แจ้งเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปรากฏข้อความในหน้า 1 อันดับที่ 6 ว่าลูกหนี้ค้างชำระหนี้ประเภทเงินกู้ยืมจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนั้น ได้ความจากรายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ว่าเจ้าหนี้แถลงหมดพยานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2544 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัดเจ้าหนี้มาสอบสวนเพิ่มเติมแต่เจ้าหนี้ไม่มาตามนัด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จดรายงานทำความเห็นเสนอศาลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2546 โดยไม่ปรากฏเอกสารทั้งสองรายการในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ในขณะที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นเสนอศาลชั้นต้น การที่เจ้าหนี้แนบเอกสารทั้งสองรายการดังกล่าวมาท้ายคำฟ้องอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2547 เป็นการอ้างเอกสารเข้ามาภายหลังที่เจ้าหนี้แถลงหมดพยาน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นเสนอต่อศาลชั้นต้นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ไม่ชอบที่เจ้าหนี้จะนำเอกสารดังกล่าวมาอ้างในภายหลัง พยานหลักฐานของเจ้าหนี้ที่ปรากฏในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ไม่มีน้ำหนักและเหตุผลที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริงและลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มานั้นชอบแล้วฎีกาของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000616.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551