คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3545/2551 ฉบับเต็ม

#417611
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3545/2551 นายรัฐการ ไตรรัตนากร โจทก์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 29 (3), มาตรา 30 ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี แต่ปรากฏว่าองค์คณะของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ทำคำพิพากษาครั้งหลังมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 29 (3), 30 เนื่องจากคดีนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้นำพยานเข้าสืบจนเสร็จการพิจารณาแล้ว แต่องค์คณะผู้พิพากษาที่ลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาครั้งหลังเป็นคนละองค์คณะกันกับครั้งแรก ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ จึงเป็นการทำคำพิพากษาที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ส่วนที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาในวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังว่า ศาลชั้นต้นเลื่อนคดีไปนัดฟังคำพิพากษาใหม่ โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลของศาลชั้นต้นในขณะนั้น กับผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอีกคนหนึ่งลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับดังกล่าวก็ถือไม่ได้ว่า ผู้พิพากษาทั้งสองคนนั้นเป็นองค์คณะพิจารณาคดีนี้มาแต่ต้น อันจะมีอำนาจลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาในครั้งหลังได้ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นฉบับนี้จึงไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีคำสั่งระงับการทำไม้ป่าชายเลนก่อนอายุสัมปทานของโจทก์สิ้นสุด เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินชดเชยความเสียหายจำนวน 965,000 บาท และเงินประกันจำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถึงจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยให้ตกเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในสำนวนยังปรากฏว่าองค์คณะของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ทำคำพิพากษาครั้งหลังฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2549 มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 29 (3), 30 เนื่องจากคดีนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้นำพยานเข้าสืบจนเสร็จการพิจารณาแล้ว แต่องค์คณะผู้พิพากษาที่ลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาครั้งหลังเป็นคนละองค์คณะกันกับครั้งแรก ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ จึงเป็นการทำคำพิพากษาที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ส่วนที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 14 กันยายน 2549 อันเป็นวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังว่า ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนคดีไปนัดฟังคำพิพากษาใหม่ โดยมีนายกฤษฏิ์พงศ์ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลของศาลชั้นต้นในขณะนั้น กับนายภัทรภณผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอีกคนหนึ่งลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับดังกล่าว ก็ถือไม่ได้ว่าผู้พิพากษาทั้งสองคนนั้นเป็นองค์คณะพิจารณาคดีนี้มาแต่ต้น อันจะมีอำนาจลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาในครั้งหลังได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2549 ตามที่โจทก์อุทธรณ์ขึ้นมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อนี้อีกด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ตามประเด็นข้อพิพาทที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-ชาลี ทัพภวิมล-วิเชียร มงคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
417611
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009897"
    }
}
date
2551
deka_no
3545/2551
deka_running_no
3545
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "วิเชียร มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 29 (3)",
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายรัฐการ ไตรรัตนากร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีคำสั่งระงับการทำไม้ป่าชายเลนก่อนอายุสัมปทานของโจทก์สิ้นสุด เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินชดเชยความเสียหายจำนวน 965,000 บาท และเงินประกันจำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถึงจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยให้ตกเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในสำนวนยังปรากฏว่าองค์คณะของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ทำคำพิพากษาครั้งหลังฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2549 มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 29 (3), 30 เนื่องจากคดีนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้นำพยานเข้าสืบจนเสร็จการพิจารณาแล้ว แต่องค์คณะผู้พิพากษาที่ลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาครั้งหลังเป็นคนละองค์คณะกันกับครั้งแรก ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ จึงเป็นการทำคำพิพากษาที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ส่วนที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 14 กันยายน 2549 อันเป็นวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังว่า ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนคดีไปนัดฟังคำพิพากษาใหม่ โดยมีนายกฤษฏิ์พงศ์ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลของศาลชั้นต้นในขณะนั้น กับนายภัทรภณผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอีกคนหนึ่งลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับดังกล่าว ก็ถือไม่ได้ว่าผู้พิพากษาทั้งสองคนนั้นเป็นองค์คณะพิจารณาคดีนี้มาแต่ต้น อันจะมีอำนาจลงลายมือชื่อทำคำพิพากษาในครั้งหลังได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2549 ตามที่โจทก์อุทธรณ์ขึ้นมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายในข้อนี้อีกด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ตามประเด็นข้อพิพาทที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000622.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551