คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10068/2551 ฉบับเต็ม

#418048
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10068/2551 นายสุธรรม อัศวาณิชย์ โจทก์ นายสุรควง อัศวาณิชย์ กับพวก จำเลย นายบดินทร์ อัศวาณิชย์ จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 1057 (3) การที่โจทก์และจำเลยทั้งหกมีข้อพิพาทต่อกันหลายคดี รวมถึงการดำเนินกิจการโรงรับจำนำ ฮ. โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาให้โจทก์นำเงินรายได้ประจำวันของโรงรับจำนำ ฮ. มาวางศาล และขอให้ตั้งจำเลยที่ 3 เป็นผู้ตรวจบัญชี แสดงให้เห็นว่าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ปรองดองกันและไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งการเป็นหุ้นส่วนกันนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนเองจึงไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขายหุ้นส่วนของฝ่ายนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งได้ กรณีเหลือวิสัยที่ห้างหุ้นส่วนจะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ จึงมีเหตุที่ศาลจะพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1057 (3) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้เลิกและให้จำเลยทั้งหกไปลงชื่อแสดงเจตนาเลิกห้างหุ้นส่วนคณะบุคคลโรงรับจำนำฮั้วฮอง หรือห้างหุ้นส่วนที่ไม่ใช่นิติบุคคลระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งหก ณ สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ หากจำเลยทั้งหกไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์ขายหุ้นในส่วนของโจทก์ในราคาตามมูลค่าในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 คิดเป็นเงินจำนวน 222,243.03 บาท ส่งมอบสมุดบัญชีและเอกสารทุกชนิดใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ สถานที่ตั้งโรงรับจำนำ ทรัพย์สินและทรัพย์จำนำทุกรายการของโรงรับจำนำฮั้วฮองให้แก่จำเลยทั้งหกหรือจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการคนใหม่ของโรงรับจำนำ โจทก์ให้การและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกนายบดินทร์เข้ามาเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ จำเลยทั้งหกและจำเลยร่วมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮองเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057 (3) ยกคำขอให้จำเลยทั้งหกลงชื่อแสดงเจตนาเลิกห้างหุ้นส่วน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งหกว่า มีเหตุที่จะเลิกห้างหุ้นส่วนดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งหกมีข้อพิพาทต่อกันหลายคดีรวมถึงการดำเนินกิจการโรงรับจำนำฮั้วฮอง โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาให้โจทก์นำเงินรายได้ประจำวันของโรงรับจำนำฮั้วฮองมาวางศาล และขอให้ตั้งจำเลยที่ 3 เป็นผู้ตรวจบัญชี จึงแสดงให้เห็นว่าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ปรองดองกันและไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งการเป็นหุ้นส่วนกันนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนเองจึงไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขายหุ้นส่วนของฝ่ายนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งได้ กรณีเหลือวิสัยที่ห้างหุ้นส่วนจะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ จึงมีเหตุที่ศาลจะพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนตามที่โจทก์ฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057 (3) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮองเลิกกัน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งหกฟังไม่ขึ้น อนึ่ง เมื่อห้างหุ้นส่วนเป็นอันเลิกกันในกรณีดังกล่าว ให้ตั้งผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮอง โดยตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สมัครใจจะเป็นผู้ชำระบัญชี พิพากษายืน ให้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮองโดยตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-ชวลิต ตุลยสิงห์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) ศาลชั้นต้น - นายคมกฤช เทียมทัด ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2407/2547 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2078/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
418048
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายคมกฤช เทียมทัด"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายอาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082006070"
    }
}
date
2551
deka_no
10068/2551
deka_running_no
10068
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1057 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุธรรม อัศวาณิชย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรควง อัศวาณิชย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นายบดินทร์ อัศวาณิชย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้เลิกและให้จำเลยทั้งหกไปลงชื่อแสดงเจตนาเลิกห้างหุ้นส่วนคณะบุคคลโรงรับจำนำฮั้วฮอง หรือห้างหุ้นส่วนที่ไม่ใช่นิติบุคคลระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งหก ณ สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ หากจำเลยทั้งหกไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์ขายหุ้นในส่วนของโจทก์ในราคาตามมูลค่าในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 คิดเป็นเงินจำนวน 222,243.03 บาท ส่งมอบสมุดบัญชีและเอกสารทุกชนิดใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ สถานที่ตั้งโรงรับจำนำ ทรัพย์สินและทรัพย์จำนำทุกรายการของโรงรับจำนำฮั้วฮองให้แก่จำเลยทั้งหกหรือจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการคนใหม่ของโรงรับจำนำ

โจทก์ให้การและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกนายบดินทร์เข้ามาเป็นจำเลยร่วม

จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ จำเลยทั้งหกและจำเลยร่วมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮองเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057 (3) ยกคำขอให้จำเลยทั้งหกลงชื่อแสดงเจตนาเลิกห้างหุ้นส่วน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งหกฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งหกว่า มีเหตุที่จะเลิกห้างหุ้นส่วนดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งหกมีข้อพิพาทต่อกันหลายคดีรวมถึงการดำเนินกิจการโรงรับจำนำฮั้วฮอง โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาให้โจทก์นำเงินรายได้ประจำวันของโรงรับจำนำฮั้วฮองมาวางศาล และขอให้ตั้งจำเลยที่ 3 เป็นผู้ตรวจบัญชี จึงแสดงให้เห็นว่าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ปรองดองกันและไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งการเป็นหุ้นส่วนกันนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนเองจึงไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขายหุ้นส่วนของฝ่ายนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งได้ กรณีเหลือวิสัยที่ห้างหุ้นส่วนจะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ จึงมีเหตุที่ศาลจะพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนตามที่โจทก์ฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057 (3) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮองเลิกกัน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งหกฟังไม่ขึ้น อนึ่ง เมื่อห้างหุ้นส่วนเป็นอันเลิกกันในกรณีดังกล่าว ให้ตั้งผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮอง โดยตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สมัครใจจะเป็นผู้ชำระบัญชี

พิพากษายืน ให้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนสามัญโรงรับจำนำฮั้วฮองโดยตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
พ2078/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000588.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2407/2547
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551