คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10082/2551 ฉบับเต็ม

#418059
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10082/2551 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นายวิธี ธุระกิจ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 659 วรรคสอง การที่จะพิจารณาว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากรถยนต์ไว้โดยมีบำเหน็จค่าฝากได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับคนทั่ว ๆ ไปในภาวะเช่นนั้นว่าควรจะพึงใช้ความระมัดระวังเช่นไร จำเลยใช้ห้องแถวซึ่งอยู่ติดกับถนนเป็นที่ตั้งอู่ บริเวณด้านหน้าของอู่ตั้งประชิดติดกับขอบถนน แสดงว่าอู่ของจำเลยเป็นอู่ขนาดเล็กย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการกั้นรั้วหรือจัดหายามมาคอยระแวดระวังในเวลากลางคืน การที่จำเลยจอดรถยนต์กระบะคันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าอู่ของจำเลยโดยได้ล็อกประตูและล็อกพวงมาลัยรถยนต์คันพิพาท ส่วนตัวจำเลยก็นอนอยู่ภายในอู่ดังกล่าว เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้นก็ได้ลุกขึ้นดู เมื่อพบว่ารถยนต์คันพิพาทหายไป ก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจที่ผ่านมาทราบและออกติดตามคนร้ายกับเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นแล้ว ___________________________ โจทก์ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ป - 5734 ชุมพร คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 125,720 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 120,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการที่จะถูกโจรกรรม ทั้งมิได้จัดให้มีรั้วกั้นหรือมียามคอยตรวจตราดังเช่นอู่ซ่อมรถโดยทั่วไป ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์ของตนเอง จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ เห็นว่า การที่จะพิจารณาว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากรถยนต์คันพิพาทไว้โดยมีบำเหน็จค่าฝากได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับคนทั่ว ๆ ไปในภาวะเช่นนั้นว่าควรจะพึงใช้ความระมัดระวังเช่นไร ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าอู่ของจำเลยโดยได้ล็อกประตูและล็อกพวงมาลัยรถยนต์คันพิพาท ส่วนตัวจำเลยก็นอนอยู่ภายในอู่ดังกล่าว เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้นก็ได้ลุกขึ้นดู และเมื่อพบว่ารถยนต์คันพิพาทหายไป ก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจที่ผ่านมาทราบและออกติดตามคนร้ายกับเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่า การที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้ริมถนนแทนที่จะไปจอดไว้ในบริเวณชายคาหน้าอู่ของจำเลย รวมทั้งจำเลยไม่ได้จัดให้มีรั้วกั้นหรือมียามคอยตรวจตรารถยนต์คันพิพาท เป็นการแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์จากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าอู่ของจำเลยเป็นอู่ขนาดเล็ก ซึ่งอู่ที่มีขนาดเล็กและอยู่ติดกับถนนเช่นนี้ ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการกั้นรั้วหรือจัดหายามมาคอยระแวดระวังในเวลากลางคืน การที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าของอู่จะถือว่าจำเลยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-ดิเรก อิงคนินันท์-พิชัย อภิชาตอำมฤต) ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายนพรัตน์ บุญจร ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิชาญ ศิริเศรษฐ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1032/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ499/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1112/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
418059
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี",
        "judge": "นายนพรัตน์ บุญจร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวิชาญ ศิริเศรษฐ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082006066"
    }
}
date
2551
deka_no
10082/2551
deka_running_no
10082
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 659 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิธี ธุระกิจ"
    }
]
long_text
โจทก์ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ป - 5734 ชุมพร คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 125,720 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 120,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการที่จะถูกโจรกรรม ทั้งมิได้จัดให้มีรั้วกั้นหรือมียามคอยตรวจตราดังเช่นอู่ซ่อมรถโดยทั่วไป ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์ของตนเอง จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ เห็นว่า การที่จะพิจารณาว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากรถยนต์คันพิพาทไว้โดยมีบำเหน็จค่าฝากได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับคนทั่ว ๆ ไปในภาวะเช่นนั้นว่าควรจะพึงใช้ความระมัดระวังเช่นไร ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าอู่ของจำเลยโดยได้ล็อกประตูและล็อกพวงมาลัยรถยนต์คันพิพาท ส่วนตัวจำเลยก็นอนอยู่ภายในอู่ดังกล่าว เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้นก็ได้ลุกขึ้นดู และเมื่อพบว่ารถยนต์คันพิพาทหายไป ก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจที่ผ่านมาทราบและออกติดตามคนร้ายกับเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่า การที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้ริมถนนแทนที่จะไปจอดไว้ในบริเวณชายคาหน้าอู่ของจำเลย รวมทั้งจำเลยไม่ได้จัดให้มีรั้วกั้นหรือมียามคอยตรวจตรารถยนต์คันพิพาท เป็นการแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์จากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าอู่ของจำเลยเป็นอู่ขนาดเล็ก ซึ่งอู่ที่มีขนาดเล็กและอยู่ติดกับถนนเช่นนี้ ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการกั้นรั้วหรือจัดหายามมาคอยระแวดระวังในเวลากลางคืน การที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าของอู่จะถือว่าจำเลยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ499/2546
primary_red_case_no
พ1112/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000588.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1032/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551