คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8977/2551 ฉบับเต็ม

#418391
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8977/2551 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ผู้ร้อง นายไสว ณ พัทลุง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 11,114,794.06 บาท จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 2,046,124.08 บาท และจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 4,627,116.51 บาท โดยให้รับผิดพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ในต้นเงิน 7,708,016.80 บาท 1,182,243.89 บาท และ 2,673,533 บาท ตามลำดับ นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ มิฉะนั้นให้บังคับคดีและบังคับจำนองตามฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นผู้ร้องยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์โดยอ้างว่าภายหลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์ได้โอนสินทรัพย์รวมทั้งสิทธิเรียกร้องทั้งหมดที่มีต่อจำเลยทั้งสามในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2543 การโอนสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องดังกล่าวเป็นไปตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 3 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามอุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) จำเลยที่ 3 จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 3 นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-สมศักดิ์ เนตรมัย-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) ศาลจังหวัดสงขลา - นายอรุณ ขาวแสง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2014/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2819/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
418391
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสงขลา",
        "judge": "นายอรุณ ขาวแสง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082006300"
    }
}
date
2551
deka_no
8977/2551
deka_running_no
8977
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 226 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไสว ณ พัทลุง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 11,114,794.06 บาท จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 2,046,124.08 บาท และจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 4,627,116.51 บาท โดยให้รับผิดพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ในต้นเงิน 7,708,016.80 บาท 1,182,243.89 บาท และ 2,673,533 บาท ตามลำดับ นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ มิฉะนั้นให้บังคับคดีและบังคับจำนองตามฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นผู้ร้องยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์โดยอ้างว่าภายหลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์ได้โอนสินทรัพย์รวมทั้งสิทธิเรียกร้องทั้งหมดที่มีต่อจำเลยทั้งสามในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2543 การโอนสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องดังกล่าวเป็นไปตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์

จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 3 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามอุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) จำเลยที่ 3 จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 3 นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2819/2543
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000590.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2014/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551