คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3300/2551 ฉบับเต็ม

#418509
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3300/2551 ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสมใจ ไกรนรา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 4 จำเลยทำสัญญาขอสินเชื่อจากโจทก์สาขารังสิตซึ่งมิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์โอนเงินกู้เข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นนั้น ธนาคารดังกล่าวเป็นเพียงธนาคารซึ่งจำเลยมีบัญชีเงินฝากอยู่เท่านั้น ไม่ใช่สถานที่ที่จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ อีกทั้งไม่ใช่สถานที่ที่จำเลยจะต้องไปรับเงินกู้จากโจทก์โดยตรง จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิด ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยได้ทำคำขอใช้บริการสินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลเคชไว้แก่โจทก์สาขาหัวหมาก ต่อมาโจทก์ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่จำเลยเป็นเงินจำนวน 75,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวหลังหักค่าธรรมเนียมดำเนินการสินเชื่อแล้วเข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ หลังจากจำเลยได้รับเงินจากโจทก์ไปแล้ว จำเลยชำระเงินกู้ดังกล่าวคืนโจทก์เพียง 2 งวด โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 100,298.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 72,206.16 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า จำเลยไม่มีภูมิลำเนาในเขตอำนาจศาลนี้ตามใบสมัครขอสินเชื่อทำที่สำนักรังสิต ไม่ใช่ที่สาขาหัวหมาก มูลคดีจึงไม่ใช่เกิดที่เขตอำนาจศาลนี้เช่นกัน จึงไม่รับฟ้องจำหน่ายคดี คืนค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมทั้งหมด โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า มูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คำว่า มูลคดี หมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง ปรากฏว่าจำเลยไม่มีภูมิลำเนาในเขตอำนาจศาลชั้นต้น และเมื่อพิจารณาใบสมัครขอสินเชื่อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ก็ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาขอสินเชื่อวงเงิน 75,000 บาท จากโจทก์สาขารังสิตซึ่งมิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ดังนี้ มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้โอนเงินกู้ที่จำเลยขอสินเชื่อเข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น จึงต้องถือว่ามูลคดีเกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้นด้วยนั้น เห็นว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ เป็นเพียงธนาคารซึ่งจำเลยมีบัญชีเงินฝากอยู่เท่านั้น ไม่ใช่สถานที่ที่จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ อีกทั้งไม่ใช่สถานที่ที่จำเลยจะต้องไปรับเงินกู้จากโจทก์โดยตรง กรณีไม่อาจถือว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิด คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เมื่อมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นดังที่ได้วินิจฉัย การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
418509
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010129"
    }
}
date
2551
deka_no
3300/2551
deka_running_no
3300
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสมใจ ไกรนรา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยได้ทำคำขอใช้บริการสินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลเคชไว้แก่โจทก์สาขาหัวหมาก ต่อมาโจทก์ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่จำเลยเป็นเงินจำนวน 75,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวหลังหักค่าธรรมเนียมดำเนินการสินเชื่อแล้วเข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ หลังจากจำเลยได้รับเงินจากโจทก์ไปแล้ว จำเลยชำระเงินกู้ดังกล่าวคืนโจทก์เพียง 2 งวด โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 100,298.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 72,206.16 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า จำเลยไม่มีภูมิลำเนาในเขตอำนาจศาลนี้ตามใบสมัครขอสินเชื่อทำที่สำนักรังสิต ไม่ใช่ที่สาขาหัวหมาก มูลคดีจึงไม่ใช่เกิดที่เขตอำนาจศาลนี้เช่นกัน จึงไม่รับฟ้องจำหน่ายคดี คืนค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมทั้งหมด

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า มูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คำว่า มูลคดี หมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง ปรากฏว่าจำเลยไม่มีภูมิลำเนาในเขตอำนาจศาลชั้นต้น และเมื่อพิจารณาใบสมัครขอสินเชื่อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ก็ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาขอสินเชื่อวงเงิน 75,000 บาท จากโจทก์สาขารังสิตซึ่งมิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ดังนี้ มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้โอนเงินกู้ที่จำเลยขอสินเชื่อเข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น จึงต้องถือว่ามูลคดีเกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้นด้วยนั้น เห็นว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซีคอนสแควร์ เป็นเพียงธนาคารซึ่งจำเลยมีบัญชีเงินฝากอยู่เท่านั้น ไม่ใช่สถานที่ที่จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ อีกทั้งไม่ใช่สถานที่ที่จำเลยจะต้องไปรับเงินกู้จากโจทก์โดยตรง กรณีไม่อาจถือว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิด คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เมื่อมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นดังที่ได้วินิจฉัย การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000624.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551