คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2551 ฉบับเต็ม

#418545
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2551 บริษัทคินซัน (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นางสาวสมพร ชูสาย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 กิจการร่วมค้า ค. จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัท พ. ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัท พ. เท่านั้น สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัท พ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้า ค. และชำระบัญชี แม้บริษัท พ. ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และผู้ชำระบัญชีบริษัท พ. ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้า ค. ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้า ค. ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคาร ฮ. ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้า ค. อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2532 มีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือนางสาวสมพร จำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท วันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 โจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ร่วมกันจัดตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ "กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์" เพื่อรับเหมาก่อสร้างอาคารตามโครงการต่างๆ และร่วมกันเปิดบัญชีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี กับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร โดยกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีทั้งสามดังกล่าวว่านายพงษ์ประพาฬผู้แทนของโจทก์ลงชื่อร่วมกับนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือจำเลยซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด รวมเป็นสองคน หลังจากกิจการร่วมค้าคิดซัน เบนเนทท์ ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จ โจทก์จัดทำบัญชีของกิจการร่วมค้าปรากฏว่ากิจการร่วมค้ามีเงินฝากในบัญชีธนาคารดังกล่าวและต้องชำระเงินทดรองจ่ายคืนโจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เงินประกันผลงานของผู้รับเหมาช่วง ค่าสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายในการปิดกิจการร่วมค้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่อมาโจทก์ทราบภายหลังว่าบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยมีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทและได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2538 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญากิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และแจ้งให้นายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ซึ่งอยู่ต่างประเทศ กับจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจในการเบิกถอนเงินและปิดบัญชีดังกล่าว แต่บุคคลทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และให้ชำระบัญชี กับให้จำเลยลงชื่อร่วมกับโจทก์ในเอกสารขอเบิกเงินและปิดบัญชีจากบัญขีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี ของกิจการร่วมค้าคินซันเบนเนทท์ ที่มีกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่ยอมลงชื่อในเอกสารดังกล่าวให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาคำพ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ความว่า กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัทพี พีเอส เบนเนทท์ จำกัด ตามสัญญากิจการร่วมค้าเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เท่านั้น มิใช่คู่สัญญากับโจทก์สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนนท์ และชำระบัญชี แม้บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ผู้ชำระบัญชีบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยดังที่โจทก์อ้างก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้งคอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร นั้น ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระศักดิ์ นิศามณี-พิทักษ์ คงจันทร์-ตรีวุฒิ สาขากร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
418545
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009554"
    }
}
date
2551
deka_no
4058/2551
deka_running_no
4058
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ นิศามณี",
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ตรีวุฒิ สาขากร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทคินซัน (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสมพร ชูสาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2532 มีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือนางสาวสมพร จำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท วันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 โจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ร่วมกันจัดตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ "กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์" เพื่อรับเหมาก่อสร้างอาคารตามโครงการต่างๆ และร่วมกันเปิดบัญชีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี กับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร โดยกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีทั้งสามดังกล่าวว่านายพงษ์ประพาฬผู้แทนของโจทก์ลงชื่อร่วมกับนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือจำเลยซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด รวมเป็นสองคน หลังจากกิจการร่วมค้าคิดซัน เบนเนทท์ ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จ โจทก์จัดทำบัญชีของกิจการร่วมค้าปรากฏว่ากิจการร่วมค้ามีเงินฝากในบัญชีธนาคารดังกล่าวและต้องชำระเงินทดรองจ่ายคืนโจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เงินประกันผลงานของผู้รับเหมาช่วง ค่าสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายในการปิดกิจการร่วมค้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่อมาโจทก์ทราบภายหลังว่าบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยมีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทและได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2538 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญากิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และแจ้งให้นายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ซึ่งอยู่ต่างประเทศ กับจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจในการเบิกถอนเงินและปิดบัญชีดังกล่าว แต่บุคคลทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และให้ชำระบัญชี กับให้จำเลยลงชื่อร่วมกับโจทก์ในเอกสารขอเบิกเงินและปิดบัญชีจากบัญขีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี ของกิจการร่วมค้าคินซันเบนเนทท์ ที่มีกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่ยอมลงชื่อในเอกสารดังกล่าวให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำพ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ความว่า กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัทพี พีเอส เบนเนทท์ จำกัด ตามสัญญากิจการร่วมค้าเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เท่านั้น มิใช่คู่สัญญากับโจทก์สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนนท์ และชำระบัญชี แม้บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ผู้ชำระบัญชีบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยดังที่โจทก์อ้างก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้งคอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร นั้น ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000619.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551