คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2551 ฉบับเต็ม

#418845
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2551 นายซู หมิง เย่ โจทก์ พลเอกวันชัย เอมโอชะ กับพวก ผู้ค้ำประกัน นายประวิทย์ เกียรติพลพจน์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 260, มาตรา 263 คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ให้ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญาประกันความเสียหายแก่จำเลย และนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักประกัน เป็นคำสั่งกำหนดให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อศาลพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้จำเลยชนะคดีและมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 263 จึงเป็นอันยกเลิกไปตามมาตรา 260 (1) ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิรับหลักประกันคืนไป และศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินที่เป็นหลักประกัน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272, 273, 274, 275 และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดวัตถุพยานของกลางในเหตุฉุกเฉิน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้อายัดเครื่องเล่นวีซีดีของกลางทั้งหมด และให้โจทก์วางหลักประกันมูลค่า 8,613,000 บาท ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2546 ผู้ค้ำประกันทั้งสองทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลในความเสียหายอันอาจเกิดจากการที่ของกลางถูกอายัดไว้ในระหว่างพิจารณาคดี โดยผู้ค้ำประกันที่ 1 นำโฉนดที่ดินเลขที่ 4476 มาวางเป็นหลักประกัน ส่วนผู้ค้ำประกันที่ 2 นำโฉนดที่ดินเลขที่ 54860, 54861 มาวางเป็นหลักประกัน ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2547 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 ผู้ค้ำประกันทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอคืนโฉนดที่ดินที่นำมาเป็นหลักประกัน เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งในวันดังกล่าวว่า สำเนาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 หากจะคัดค้านประการใดให้คัดค้านเข้ามาภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน และหากคัดค้านให้แสดงหลักฐานการอายัดหลักประกันหนี้ หากไม่คัดค้านหรือไม่มีหลักฐานแสดงการอายัดหลักประกันดังกล่าว ก็ให้ตรวจคืนหลักประกันตามระเบียบ ให้นำส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหมายศาลปิดหมาย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างว่า จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์และผู้ค้ำประกันทั้งสองต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ 872/2548 ฐานละเมิดและขอคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดที่ดินต่อไปจนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งในวันที่ 6 มิถุนายน 2549 ว่า สัญญาค้ำประกันฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2546 ที่ผู้ร้องทำสัญญาไว้ มีลักษณะเป็นการประกันความเสียหายในของกลางที่ถูกอายัดไว้ ดังนั้น เมื่อมีการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายและคดียังไม่ถึงที่สุด จึงไม่อาจคืนหลักประกันได้ ให้ยกคำร้อง ผู้ค้ำประกันที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้ารหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ว่า เดิมศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งคำร้องของผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ลงวันที่ 27 เมษายน 2549 ครั้งแรกให้คืนหลักประกัน ต่อมากลับมีคำสั่งใหม่ให้ยกคำร้อง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบและจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตน ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 จึงขอให้คืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญาประกันความเสียหายแก่จำเลย และนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักประกันเป็นคำสั่งที่กำหนดให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้จำเลยชนะคดีและมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งจำเลยมิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามที่บังคับไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ทึ่ 2 จึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (1) ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 จึงมีสิทธิรับหลักประกันคืนไป และศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินที่เป็นหลักประกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 โดยไม่คืนหลักประกัน อ้างว่ายังมีคดีแพ่งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและคดียังไม่ถึงที่สุด คดีดังกล่าวก็มิได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ซึ่งถึงที่สุดแล้วศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับว่า ให้คืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 และให้มีหนังสือแจ้งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินดังกล่าว (ฐานันท์ วรรณโกวิท-พลรัตน์ ประทุมทาน-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
418845
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008440"
    }
}
date
2551
deka_no
5895/2551
deka_running_no
5895
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ฐานันท์ วรรณโกวิท",
    "พลรัตน์ ประทุมทาน",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 260",
            "ม. 263"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายซู หมิง เย่"
    },
    {
        "role": "ผู้ค้ำประกัน",
        "name": "พลเอกวันชัย เอมโอชะ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประวิทย์ เกียรติพลพจน์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272, 273, 274, 275 และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดวัตถุพยานของกลางในเหตุฉุกเฉิน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้อายัดเครื่องเล่นวีซีดีของกลางทั้งหมด และให้โจทก์วางหลักประกันมูลค่า 8,613,000 บาท ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2546 ผู้ค้ำประกันทั้งสองทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลในความเสียหายอันอาจเกิดจากการที่ของกลางถูกอายัดไว้ในระหว่างพิจารณาคดี โดยผู้ค้ำประกันที่ 1 นำโฉนดที่ดินเลขที่ 4476 มาวางเป็นหลักประกัน ส่วนผู้ค้ำประกันที่ 2 นำโฉนดที่ดินเลขที่ 54860, 54861 มาวางเป็นหลักประกัน ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2547 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 ผู้ค้ำประกันทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอคืนโฉนดที่ดินที่นำมาเป็นหลักประกัน เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งในวันดังกล่าวว่า สำเนาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 หากจะคัดค้านประการใดให้คัดค้านเข้ามาภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน และหากคัดค้านให้แสดงหลักฐานการอายัดหลักประกันหนี้ หากไม่คัดค้านหรือไม่มีหลักฐานแสดงการอายัดหลักประกันดังกล่าว ก็ให้ตรวจคืนหลักประกันตามระเบียบ ให้นำส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหมายศาลปิดหมาย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างว่า จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์และผู้ค้ำประกันทั้งสองต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ 872/2548 ฐานละเมิดและขอคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดที่ดินต่อไปจนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งในวันที่ 6 มิถุนายน 2549 ว่า สัญญาค้ำประกันฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2546 ที่ผู้ร้องทำสัญญาไว้ มีลักษณะเป็นการประกันความเสียหายในของกลางที่ถูกอายัดไว้ ดังนั้น เมื่อมีการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายและคดียังไม่ถึงที่สุด จึงไม่อาจคืนหลักประกันได้ ให้ยกคำร้อง

ผู้ค้ำประกันที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้ารหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ว่า เดิมศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งคำร้องของผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ลงวันที่ 27 เมษายน 2549 ครั้งแรกให้คืนหลักประกัน ต่อมากลับมีคำสั่งใหม่ให้ยกคำร้อง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบและจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตน ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 จึงขอให้คืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญาประกันความเสียหายแก่จำเลย และนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักประกันเป็นคำสั่งที่กำหนดให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้จำเลยชนะคดีและมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งจำเลยมิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามที่บังคับไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ทึ่ 2 จึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (1) ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 จึงมีสิทธิรับหลักประกันคืนไป และศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินที่เป็นหลักประกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 โดยไม่คืนหลักประกัน อ้างว่ายังมีคดีแพ่งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและคดียังไม่ถึงที่สุด คดีดังกล่าวก็มิได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ซึ่งถึงที่สุดแล้วศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย"

พิพากษากลับว่า ให้คืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 และให้มีหนังสือแจ้งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินดังกล่าว
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000609.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551