คำวินิจฉัยที่ 33/2546 ฉบับเต็ม

#419218
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยที่ 33/2546 นางสุรีย์พร เหล่าวงศ์พัฒน์ ผู้ฟ้องคดี เทศบาลนครนนทบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา ป.พ.พ. มาตรา ไม่มีย่อสั้น ___________________________ (สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๓๓/๒๕๔๖ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลจังหวัดนนทบุรี การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งเขตอำนาจศาล และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี นางสุรีย์พร เหล่าวงศ์พัฒน์ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องเทศบาลนครนนทบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๔๒๖๓/๒๕๔๔ ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน โฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๒, ๓๙๐๔๓, ๓๙๐๔๔, ๓๙๐๔๕ ตำบลบางเขน (ลาดโตนด) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี รวมทั้งหมด ๔ แปลง เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔ ผู้ฟ้องคดีได้ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีทำการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินทั้ง ๔ แปลงดังกล่าว ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๓ และผู้แทนของผู้ถูกฟ้องคดียังทำการคัดค้านการรังวัดสอบเขตและให้หักแบ่งที่ดินเป็นทางสาธารณประโยชน์ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีจึงทำบันทึกถ้อยคำและแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการทางศาลภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๔ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวและได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี ขอให้ศาลพิพากษาให้รื้อถอนถนนคอนกรีตออกจากบริเวณที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ทำการปรับสภาพที่ดินให้กลับสู่สภาพเดิม หากผู้ถูกฟ้องคดีไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้ฟ้องคดีมีอำนาจดำเนินการ โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย และห้ามผู้ถูกฟ้องคดีและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาท ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำให้การต่อสู้คดีและยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิดสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี หากแต่สร้างบนถนนที่เป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ร่วมกันมาเป็นเวลาเกินกว่า ๒๐ ปีแล้ว โดยมีหลักฐานการโอนเป็นที่สาธารณประโยชน์ถูกต้อง จึงถือว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) การก่อสร้างถนนของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี จึงไม่จำต้องรับผิดตามฟ้อง และเมื่อประเด็นสำคัญแห่งคดีนี้เป็นเรื่องการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าใครมีสิทธิในที่ดินดีกว่ากัน คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ศาลจังหวัดนนทบุรี) ผู้ฟ้องคดียื่นคำคัดค้านคำให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนโดยไม่ตรวจสอบเอกสารสิทธิให้ถูกต้องเสียก่อน และเพิ่งจะทำการสอบถามราษฎรที่ใช้เส้นทางพิพาทหลังจากถูกฟ้อง จึงเป็นการจงใจกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และผู้ฟ้องคดีมีความเห็นว่า คดีนี้ควรอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองเพราะเป็นกรณีองค์กรส่วนราชการทำละเมิดต่อประชาชน นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดีได้เคยยื่นฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว แต่ศาลจังหวัดนนทบุรีไม่รับฟ้องและให้ผู้ฟ้องคดีมายื่นฟ้องที่ศาลปกครองกลาง ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาทของผู้ฟ้องคดีว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาเป็นเวลา ๒๐ ปี เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีตามที่อ้างหรือไม่ จึงจะพิจารณาเกี่ยวกับความเสียหายของผู้ฟ้องคดีและข้อต่อสู้ของผู้ถูกฟ้องคดีต่อไปได้ ซึ่งการพิจารณาสิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างคู่กรณีเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ ประกอบกับประมวลกฎหมายที่ดิน โดยจะต้องพิจารณาถึงสิทธิครอบครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของคู่กรณี และพยานหลักฐานการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางเขน (ลาดโตนด) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี การพิจารณาดังกล่าวเป็นการพิจารณาถึงสิทธิในทรัพย์สิน ซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มิได้กำหนดให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ ดังนั้น ศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาและพิพากษาจึงได้แก่ศาลยุติธรรม ตามนัยคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒๘/๒๕๔๕ ศาลปกครองกลางจึงส่งความเห็นไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อดำเนินการส่งให้ศาลในความรับผิดชอบทำความเห็นในเรื่องดังกล่าว ศาลจังหวัดนนทบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีเรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ และเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันเป็นการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น ตามมาตรา ๙(๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (ศาลปกครองกลาง) คำวินิจฉัย ปัญหาที่จะต้องพิจารณา คือ การพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินของเอกชนอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ต้องพิจารณาเบื้องต้นมีว่า ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นฝ่ายปกครองหรือไม่ ผู้ถูกฟ้องคดีคือเทศบาลนครนนทบุรี เป็นราชการส่วนท้องถิ่น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงมีฐานะเป็นฝ่ายปกครอง สำหรับประเด็นที่ผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีโต้แย้งกันว่า การปลูกสร้างถนนคอนกรีตของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ และการคัดค้านการรังวัดสอบเขตของผู้ถูกฟ้องคดี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีได้โต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน การปลูกสร้างถนนคอนกรีตมิได้กระทำในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ประเด็นหลักแห่งคดีจึงเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี กรณีจึงเป็นเรื่องพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งจะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๔ ว่าด้วยทรัพย์สิน มาตรา ๑๒๙๘ และมาตรา ๑๓๐๔ และประมวลกฎหมายที่ดิน อันเป็นอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม ดังนั้น คดีนี้ จึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีเกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างนางสุรีย์พร เหล่าวงศ์พัฒน์ ผู้ฟ้องคดี เทศบาลนครนนทบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม ซึ่งในคดีนี้ได้แก่ ศาลจังหวัดนนทบุรี (นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ) (หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์) ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม พลโท (นายอักขราทร จุฬารัตน) (อัฏฐพร เจริญพานิช) ประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร พลโท (อาชวัน อินทรเกสร) (นายพรชัย รัศมีแพทย์) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ () แหล่งที่มา ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419218
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082623895"
    }
}
date
2546
deka_no
33/2546
deka_running_no
33
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ฟ้องคดี",
        "name": "นางสุรีย์พร เหล่าวงศ์พัฒน์"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกฟ้องคดี",
        "name": "เทศบาลนครนนทบุรี"
    }
]
long_text
(สำเนา)

คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

ที่ ๓๓/๒๕๔๖

วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๖

เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน

ศาลปกครองกลาง

ระหว่าง

ศาลจังหวัดนนทบุรี

การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ

ศาลปกครองกลางส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งเขตอำนาจศาล และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น

ข้อเท็จจริงในคดี

นางสุรีย์พร เหล่าวงศ์พัฒน์ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องเทศบาลนครนนทบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๔๒๖๓/๒๕๔๔ ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน โฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๒, ๓๙๐๔๓, ๓๙๐๔๔, ๓๙๐๔๕ ตำบลบางเขน (ลาดโตนด) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี รวมทั้งหมด ๔ แปลง เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔ ผู้ฟ้องคดีได้ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีทำการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินทั้ง ๔ แปลงดังกล่าว ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๓ และผู้แทนของผู้ถูกฟ้องคดียังทำการคัดค้านการรังวัดสอบเขตและให้หักแบ่งที่ดินเป็นทางสาธารณประโยชน์ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีจึงทำบันทึกถ้อยคำและแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการทางศาลภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๔ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวและได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี ขอให้ศาลพิพากษาให้รื้อถอนถนนคอนกรีตออกจากบริเวณที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ทำการปรับสภาพที่ดินให้กลับสู่สภาพเดิม หากผู้ถูกฟ้องคดีไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้ฟ้องคดีมีอำนาจดำเนินการ โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย และห้ามผู้ถูกฟ้องคดีและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาท

ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำให้การต่อสู้คดีและยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิดสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี หากแต่สร้างบนถนนที่เป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ร่วมกันมาเป็นเวลาเกินกว่า ๒๐ ปีแล้ว โดยมีหลักฐานการโอนเป็นที่สาธารณประโยชน์ถูกต้อง จึงถือว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) การก่อสร้างถนนของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี จึงไม่จำต้องรับผิดตามฟ้อง และเมื่อประเด็นสำคัญแห่งคดีนี้เป็นเรื่องการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าใครมีสิทธิในที่ดินดีกว่ากัน คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ศาลจังหวัดนนทบุรี)

ผู้ฟ้องคดียื่นคำคัดค้านคำให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนโดยไม่ตรวจสอบเอกสารสิทธิให้ถูกต้องเสียก่อน และเพิ่งจะทำการสอบถามราษฎรที่ใช้เส้นทางพิพาทหลังจากถูกฟ้อง จึงเป็นการจงใจกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และผู้ฟ้องคดีมีความเห็นว่า คดีนี้ควรอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองเพราะเป็นกรณีองค์กรส่วนราชการทำละเมิดต่อประชาชน นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดีได้เคยยื่นฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว แต่ศาลจังหวัดนนทบุรีไม่รับฟ้องและให้ผู้ฟ้องคดีมายื่นฟ้องที่ศาลปกครองกลาง

ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาทของผู้ฟ้องคดีว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาเป็นเวลา ๒๐ ปี เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีตามที่อ้างหรือไม่ จึงจะพิจารณาเกี่ยวกับความเสียหายของผู้ฟ้องคดีและข้อต่อสู้ของผู้ถูกฟ้องคดีต่อไปได้ ซึ่งการพิจารณาสิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างคู่กรณีเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ ประกอบกับประมวลกฎหมายที่ดิน โดยจะต้องพิจารณาถึงสิทธิครอบครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของคู่กรณี และพยานหลักฐานการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางเขน (ลาดโตนด) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี การพิจารณาดังกล่าวเป็นการพิจารณาถึงสิทธิในทรัพย์สิน ซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มิได้กำหนดให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ ดังนั้น ศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาและพิพากษาจึงได้แก่ศาลยุติธรรม ตามนัยคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒๘/๒๕๔๕ ศาลปกครองกลางจึงส่งความเห็นไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อดำเนินการส่งให้ศาลในความรับผิดชอบทำความเห็นในเรื่องดังกล่าว

ศาลจังหวัดนนทบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีเรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ และเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันเป็นการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น ตามมาตรา ๙(๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (ศาลปกครองกลาง)

คำวินิจฉัย

ปัญหาที่จะต้องพิจารณา คือ การพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินของเอกชนอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ต้องพิจารณาเบื้องต้นมีว่า ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นฝ่ายปกครองหรือไม่ ผู้ถูกฟ้องคดีคือเทศบาลนครนนทบุรี เป็นราชการส่วนท้องถิ่น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงมีฐานะเป็นฝ่ายปกครอง

สำหรับประเด็นที่ผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีโต้แย้งกันว่า การปลูกสร้างถนนคอนกรีตของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ และการคัดค้านการรังวัดสอบเขตของผู้ถูกฟ้องคดี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีได้โต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน การปลูกสร้างถนนคอนกรีตมิได้กระทำในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ประเด็นหลักแห่งคดีจึงเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี กรณีจึงเป็นเรื่องพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งจะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๔ ว่าด้วยทรัพย์สิน มาตรา ๑๒๙๘ และมาตรา ๑๓๐๔ และประมวลกฎหมายที่ดิน อันเป็นอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม ดังนั้น คดีนี้ จึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีเกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างนางสุรีย์พร เหล่าวงศ์พัฒน์ ผู้ฟ้องคดี เทศบาลนครนนทบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม ซึ่งในคดีนี้ได้แก่ ศาลจังหวัดนนทบุรี

(นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ) (หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์)

ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม

พลโท

(นายอักขราทร จุฬารัตน) (อัฏฐพร เจริญพานิช)

ประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร

พลโท

(อาชวัน อินทรเกสร) (นายพรชัย รัศมีแพทย์)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
source
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006642.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำวินิจฉัย
year
2546