ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 3/2545
นายธงชัย โทขุนทด
โจทก์
นายเทียน เงินมาก ที่ 1กับพวกรวม 5 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา
ไม่มีย่อสั้น
___________________________
(สำเนา)
คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
ที่ ๓/๒๕๔๕
วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕
เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง
ศาลปกครองกลาง
ระหว่าง
ศาลจังหวัดสวรรคโลก
การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ
ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองได้ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) และวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีศาลที่รับฟ้องเห็นเอง ในระหว่างการพิจารณาว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของอีกศาลหนึ่ง แต่ศาลดังกล่าวเห็นว่าคดีนั้นไม่อยู่ในอำนาจเช่นกัน ให้ศาลนั้นส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด
ข้อเท็จจริงในคดี
เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๔ นายธงชัย โทขุนทด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเทียน เงินมาก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑ ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายจักรกฤษณ์ ถาวรวิสิตย์ เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๖ นายอนันต์ รัตนอุทัยกูล ช่างรังวัด ๔ นายวีระ อุบลนุช ช่างรังวัด ๕ และ นายฤทธิรงค์ ช่วยเพ็ญ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสวรรคโลก รวม ๕ คน เป็นจำเลยต่อศาลปกครองกลาง โดยนายธงชัยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน น.ส. ๓ ก. หมายเลข ๑๔ ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๑๐ ตารางวา ซึ่งได้รับมอบมาจากมารดาเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๓๑ และได้ทำประโยชน์ ตลอดจนเสียภาษีบำรุงท้องที่ในที่ดินนี้ตลอดมา แต่เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๓ นายสอน คมขุนทดและนายบุญธรรม สุวรรณรัตน์ ได้โต้แย้งคัดค้านสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ของนายธงชัย และแจ้งให้นายเทียน เงินมาก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ทำการไกล่เกลี่ยและตรวจสอบพื้นที่จริง แต่เมื่อตรวจสอบแล้วปรากฏว่าที่ดินของนายธงชัยขาดไปไม่ตรงกับ น.ส.๓ ก. จึงได้มีการแจ้งสำนักงานที่ดินจังหวัดสวรรคโลกให้ทำการตรวจสอบและในขณะเดียวกันได้แจ้งนายสมชาย ศรียิ้ม กำนันตำบลคลองยางให้ทำการไกล่เกลี่ยแต่ไม่เป็นผล เมื่อสำนักงานที่ดินจังหวัดสวรรคโลกทำการตรวจสอบแล้วก็ยังปรากฏว่า ที่ดินมีเนื้อที่ขาดไปไม่ตรงกับ น.ส. ๓ ก. ซึ่งนายธงชัยได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ ๑๖ ไร่ ๑๐ ตารางวา มาโดยตลอด นายธงชัยจึงได้ยื่นฟ้องบุคคลต่อไปนี้ต่อศาลปกครองกลางว่า
๑. นายเทียน เงินมาก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑ ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัยวางตนไม่เป็นกลางปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง
๒. นายจักรกฤษณ์ ถาวรวิสิตย์ เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๖ ต่อเติมเอกสารไม่มีความจริง
๓. นายอนันต์ รัตนอุทัยกูล ช่างรังวัด ๔ ปลอมแปลงเอกสาร
๔. นายวีระ อุบลนุช ช่างรังวัด ๕ ชี้เขตไม่สมบูรณ์
๕. นายฤทธิรงค์ ช่วยเพ็ญ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสวรรคโลก รับรองเอกสาร ไม่ถูกต้อง
อีกทั้งบุคคลทั้งห้าดำเนินงานนานเกินสมควร จึงทำให้นายธงชัยเสียเวลาในการประกอบอาชีพและต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยใช่เหตุ และเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จรับรอง จึงขอให้ศาลพิพากษาให้บุคคลทั้งห้าชำระค่าเสียหายจากการกระทำดังกล่าวให้แก่นายธงชัยเป็นจำนวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสวรรคโลกจัดทำ น.ส. ๓ ก. ให้ถูกต้องมีเนื้อที่ ตรงกับการเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามแนวเดิมที่นายธงชัยได้ใช้ประโยชน์มาโดยตลอด ส่วนความผิดอื่น ๆ เช่น การปลอมแปลงเอกสาร ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะดำเนินการใด ๆ เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดในระหว่างพิจารณา ศาลปกครองกลางเห็นว่า เมื่อมีการคัดค้านการรังวัดสอบเขตเกิดเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การชี้ขาดสิทธิในทรัพย์สินจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลปกครองกลางจึงส่งความเห็นไปให้ศาลจังหวัดสวรรคโลกจัดทำความเห็นตามมาตรา ๑๐ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒
ศาลจังหวัดสวรรคโลกเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีมีเจตนารมณ์ฟ้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นหลักแห่งข้อหา อันเป็นกรณีการเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ประกอบกับมาตรา ๗๒ (๓) ส่วนการฟ้องข้อหาอื่น ๆ เป็นกรณีการกล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) และเป็นกรณีเอกชนฟ้องเจ้าพนักงานของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา ๖๙ ทวิ ซึ่งมิใช่การฟ้องโต้แย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เพื่อใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน ศาลยุติธรรม ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้
คำวินิจฉัย
ปัญหาที่ต้องพิจารณา ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องบุคคลทั้งห้าโดยมีข้อหาเกี่ยวพันกันหลายประการซึ่งรวมถึงกฎหมายอาญา แต่ผู้ฟ้องคดีมีความประสงค์ให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าชำระค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการดำเนินงานที่นานเกินสมควร และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสวรรคโลกจัดทำ น.ส. ๓ ก. ให้ถูกต้องมีเนื้อที่ตรงกับการเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามแนวเดิมที่ผู้ฟ้องคดีได้ใช้ประโยชน์มาโดยตลอดเท่านั้น ดังนั้น ในคดีนี้จึงมีประเด็นที่ต้องพิจารณาดังต่อไปนี้
(๑) การเรียกค่าเสียหาย อันเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม
(๒) การขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำเอกสารให้ถูกต้องตรงกับการเสียภาษีบำรุงท้องที่ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่า ในการพิจารณาพิพากษาคดีโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีปกครอง คดีที่มีหลายข้อหาอาจมีลักษณะดังนี้
ก. ข้อหาแต่ละข้อหามีความสำคัญเท่าเทียมกัน ในกรณีนี้ศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงในแต่ละข้อหาโดยไม่เกี่ยวข้องกัน
ข. ข้อหาหนึ่งเป็นหลักส่วนข้อหาอื่นเป็นปัญหาเกี่ยวเนื่องหรือปัญหาลำดับรอง ในกรณีนี้ศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงในข้อหาหลักก่อนจึงจะพิจารณาข้อหาเกี่ยวเนื่องหรือข้อหาลำดับรอง ต่อไปได้
คณะกรรมการพิจารณาประเด็นในคดีนี้แล้วเห็นว่า ทั้งสองประเด็นในคดีนี้ต่างก็เป็นข้อหาหลักที่แยกออกจากกันได้ กล่าวคือ การเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ ล่าช้าเกินสมควรจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินและความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนที่ดินที่ขาดไปจากการตรวจสอบหรือการรังวัดที่ดิน การเรียกค่าเสียหายในคดีนี้จึงไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวเนื่องลำดับรองของปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ซึ่งผู้ฟ้องคดี ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง เมื่อประเด็นพิจารณาทั้งสองต่างมีความสำคัญแยกต่างหากจากกัน ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวเนื่องลำดับรองระหว่างกันและไม่มีผลต่อคำวินิจฉัยที่ต้องเป็นไปในทางเดียวกัน จึงต้องแยกพิจารณาจากกันในศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
ในประเด็นแรก เมื่อผู้ฟ้องคดีมุ่งประสงค์ในการเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ซึ่งการพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรือไม่ จะต้องเป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในกรณีนี้ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายที่ดินประกอบกับพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร คือ ศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง(๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
สำหรับประเด็นที่สอง ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๑๐ ตารางวา ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำเอกสารให้ถูกต้องตรงกับการครอบครองและการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ในกรณีนี้จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความว่าผู้ฟ้องคดีมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินอย่างไร จำนวนเท่าใด ซึ่งเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีที่นายธงชัย โทขุนทด ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งในกรณีนี้ ได้แก่ ศาลปกครองกลาง ส่วนการขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำเอกสารให้ถูกต้องตรงกับการครอบครอง ทำประโยชน์และการเสียภาษีบำรุงท้องที่ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ซึ่งกรณีนี้ได้แก่ ศาลจังหวัดสวรรคโลก
นายสันติ ทักราล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์
ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม
นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล
ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง
พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร
หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร
นายพรชัย รัศมีแพทย์
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
()
แหล่งที่มา
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง