คำวินิจฉัยที่ 11/2545 ฉบับเต็ม

#419349
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยที่ 11/2545 บริษัทจัดหางานซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ฟ้องคดี ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา ไม่มีย่อสั้น ___________________________ (สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๑/๒๕๔๕ วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลแรงงานกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการฯ ศาลปกครองกลางได้ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐(๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจของศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี คนหางานจำนวน ๑๓ คนได้ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมการจัดหางานว่า บริษัทจัดหางาน ซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ไม่สามารถจัดหางานให้ตามที่สัญญาอันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางจึงได้มีคำสั่งให้บริษัทคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายแก่คนหางานดังกล่าว แต่บริษัทไม่คืนเนื่องจากเห็นว่าคำสั่ง ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งปลัดกระทรวงฯ วินิจฉัยยกอุทธรณ์ นายทะเบียนจัดหางานกลางจึงมีคำสั่งให้หักหลักประกันเป็นจำนวนเงิน ๕๖๗,๐๐๐ บาท และมีคำสั่งให้วางหลักประกันเพิ่ม ระหว่างนั้นบริษัทได้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตจัดหางาน แต่อธิบดีกรมการจัดหางานไม่พิจารณาต่ออายุใบอนุญาตให้ และต่อมาได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของบริษัท เป็นเวลา ๑๒๐ วัน ซึ่งบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการสั่งพักใช้ใบอนุญาตในขณะที่ใบอนุญาตสิ้นอายุไปแล้ว บริษัทได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งได้มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังเห็นว่า กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการกำหนดให้มีผลย้อนหลังก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทจึงฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อโต้แย้งคำสั่งของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางและปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งหรือคำพิพากษาดังต่อไปนี้ ๑. เพิกถอนคำสั่งที่ รส ๐๓๑๑/๒๐๘๑ ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ เรื่อง หักหลักประกันบริษัทจัดหางาน ซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลาง ๒. เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ ๑๕/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ เรื่อง วินิจฉัย ยกคำอุทธรณ์ของบริษัทจัดหางาน ซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ของปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ๓. สั่งให้อธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางคืนเงินประกันจำนวน ๕๖๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่บริษัท ๔. เพิกถอนคำสั่งที่ รส ๐๓๑๑/๒๘๐๖๗ ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เรื่อง ให้วางหลักประกันเพิ่ม ของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลาง ๕. เพิกถอนคำสั่งที่ ๒๗/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๔ เรื่อง พักใช้ใบอนุญาตจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลาง ๖. ให้อธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศให้แก่บริษัท ๗. ให้ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและอธิบดีกรมการจัดหางานร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท แก่บริษัท ๘. เพิกถอนกฎกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมยื่นคำให้การโต้แย้งว่า พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรการควบคุมการหางานที่รัฐตราขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองคนหางาน จึงเป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน คดีนี้เกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานตามมาตรา ๘(๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง แต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน ศาลปกครองกลางและศาลแรงงานกลางมีความเห็นตรงกันว่า คำขอในข้อ ๕ ถึง ๘ มีลักษณะเป็นคดีปกครองอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คงมีความเห็นแตกต่างกันตามคำขอในข้อ ๑ ถึง ๔ โดยศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้มีลักษณะเป็นคดีปกครอง จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองกลาง แต่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า คำขอในส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการหักหลักประกันตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔๖ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรการควบคุมการหางานและคุ้มครองคนหางาน จึงเป็นกรณีที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือ หน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๒) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง คำวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องพิจารณา คือ การโต้แย้งคำสั่งของนายทะเบียนจัดหางานกลางและปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานหรือศาลปกครอง คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "เรื่องดังต่อไปนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ... (๓) คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลล้มละลาย หรือศาลชำนัญพิเศษอื่น" ซึ่งหมายความว่าคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ที่จะพิจารณาพิพากษา ดังนั้น กรณีนี้จึงต้องพิจารณาอำนาจของศาลแรงงานว่ามีเพียงใด ซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ บัญญัติว่า "ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ ... (๓) กรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ (๔) คดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ..." คดีนี้เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงต้องพิจารณาว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ อันจะทำให้คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘(๓) และ (๔) หรือไม่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการจ้าง การใช้แรงงาน และการจัดสถานที่และอุปกรณ์ในการทำงาน เพื่อให้ผู้ทำงานมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความปลอดภัยในอนามัย ร่างกายและชีวิต โดยได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามสมควร เพื่อประสิทธิภาพในการผลิตและการให้บริการ ดังปรากฏในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ส่วนกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ เป็นกฎหมายที่กำหนดแนวทางปฏิบัติต่อกันระหว่างบุคคลสองฝ่าย คือ นายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจอันดีต่อกัน สามารถทำข้อตกลงในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ในการทำงานร่วมกันได้ รวมทั้งกำหนดวิธีการระงับข้อขัดแย้งหรือระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันให้ได้ข้อยุติที่รวดเร็วด้วยความพอใจของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด เพื่อให้เกิดความสงบสุขในอุตสาหกรรมและความเจริญทางด้านเศรษฐกิจแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และประเทศชาติในที่สุด พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงได้กำหนดวิธีพิจารณา เมื่อมีข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้มีลักษณะเป็นไตรภาคี องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง และผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี โดยเน้นการเจรจาต่อรองเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายที่รัฐ มุ่งประสงค์ในการควบคุมดูแลผู้จัดหางานมิให้เอาเปรียบหรือหลอกลวงผู้หางาน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดหางานและผู้หางานไม่ใช่ความสัมพันธ์ในลักษณะของนายจ้างและลูกจ้าง กฎหมายฉบับนี้จึงแตกต่างจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และไม่อาจถือได้ว่าพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ อันจะทำให้คดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘(๓) และ (๔) คดีนี้ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและอธิบดีกรมการจัดหางาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย และขอให้เพิกถอนกฎระทรวง อันมีลักษณะเป็นคดีปกครองตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีที่โต้แย้งคำสั่งของนายทะเบียนจัดหางานกลางและปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ระหว่างบริษัทจัดหางานซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ฟ้องคดี ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและอธิบดีกรมการจัดหางาน (นายทะเบียนจัดหางานกลาง) ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งในคดีนี้ได้แก่ ศาลปกครองกลาง นายสันติ ทักราล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์ ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร นายพรชัย รัศมีแพทย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ () แหล่งที่มา ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419349
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082624189"
    }
}
date
2545
deka_no
11/2545
deka_running_no
11
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ฟ้องคดี",
        "name": "บริษัทจัดหางานซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกฟ้องคดี",
        "name": "ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กับพวกรวม 2 คน"
    }
]
long_text
(สำเนา)

คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

ที่ ๑๑/๒๕๔๕

วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๕

เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

ศาลปกครองกลาง

ระหว่าง

ศาลแรงงานกลาง

การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการฯ

ศาลปกครองกลางได้ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐(๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจของศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น

ข้อเท็จจริงในคดี

คนหางานจำนวน ๑๓ คนได้ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมการจัดหางานว่า บริษัทจัดหางาน ซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ไม่สามารถจัดหางานให้ตามที่สัญญาอันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางจึงได้มีคำสั่งให้บริษัทคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายแก่คนหางานดังกล่าว แต่บริษัทไม่คืนเนื่องจากเห็นว่าคำสั่ง ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งปลัดกระทรวงฯ วินิจฉัยยกอุทธรณ์ นายทะเบียนจัดหางานกลางจึงมีคำสั่งให้หักหลักประกันเป็นจำนวนเงิน ๕๖๗,๐๐๐ บาท และมีคำสั่งให้วางหลักประกันเพิ่ม ระหว่างนั้นบริษัทได้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตจัดหางาน แต่อธิบดีกรมการจัดหางานไม่พิจารณาต่ออายุใบอนุญาตให้ และต่อมาได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของบริษัท เป็นเวลา ๑๒๐ วัน ซึ่งบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการสั่งพักใช้ใบอนุญาตในขณะที่ใบอนุญาตสิ้นอายุไปแล้ว บริษัทได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งได้มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังเห็นว่า กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการกำหนดให้มีผลย้อนหลังก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทจึงฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อโต้แย้งคำสั่งของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางและปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งหรือคำพิพากษาดังต่อไปนี้

๑. เพิกถอนคำสั่งที่ รส ๐๓๑๑/๒๐๘๑ ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ เรื่อง หักหลักประกันบริษัทจัดหางาน ซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลาง

๒. เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ ๑๕/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ เรื่อง วินิจฉัย

ยกคำอุทธรณ์ของบริษัทจัดหางาน ซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ของปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

๓. สั่งให้อธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางคืนเงินประกันจำนวน ๕๖๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่บริษัท

๔. เพิกถอนคำสั่งที่ รส ๐๓๑๑/๒๘๐๖๗ ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เรื่อง ให้วางหลักประกันเพิ่ม ของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลาง

๕. เพิกถอนคำสั่งที่ ๒๗/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๔ เรื่อง พักใช้ใบอนุญาตจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ของอธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลาง

๖. ให้อธิบดีกรมการจัดหางานในฐานะนายทะเบียนจัดหางานกลางพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศให้แก่บริษัท

๗. ให้ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและอธิบดีกรมการจัดหางานร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท แก่บริษัท

๘. เพิกถอนกฎกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมยื่นคำให้การโต้แย้งว่า พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรการควบคุมการหางานที่รัฐตราขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองคนหางาน จึงเป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน คดีนี้เกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานตามมาตรา ๘(๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง แต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน

ศาลปกครองกลางและศาลแรงงานกลางมีความเห็นตรงกันว่า คำขอในข้อ ๕ ถึง ๘ มีลักษณะเป็นคดีปกครองอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คงมีความเห็นแตกต่างกันตามคำขอในข้อ ๑ ถึง ๔ โดยศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้มีลักษณะเป็นคดีปกครอง จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองกลาง แต่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า คำขอในส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการหักหลักประกันตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔๖ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรการควบคุมการหางานและคุ้มครองคนหางาน จึงเป็นกรณีที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือ หน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๒) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง

คำวินิจฉัย

ปัญหาที่ต้องพิจารณา คือ การโต้แย้งคำสั่งของนายทะเบียนจัดหางานกลางและปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานหรือศาลปกครอง

คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "เรื่องดังต่อไปนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง

...

(๓) คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลล้มละลาย หรือศาลชำนัญพิเศษอื่น"

ซึ่งหมายความว่าคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ที่จะพิจารณาพิพากษา ดังนั้น กรณีนี้จึงต้องพิจารณาอำนาจของศาลแรงงานว่ามีเพียงใด ซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ บัญญัติว่า "ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้

...

(๓) กรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

(๔) คดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

..."

คดีนี้เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงต้องพิจารณาว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ อันจะทำให้คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘(๓) และ (๔) หรือไม่

กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการจ้าง การใช้แรงงาน และการจัดสถานที่และอุปกรณ์ในการทำงาน เพื่อให้ผู้ทำงานมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความปลอดภัยในอนามัย ร่างกายและชีวิต โดยได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามสมควร เพื่อประสิทธิภาพในการผลิตและการให้บริการ ดังปรากฏในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ส่วนกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ เป็นกฎหมายที่กำหนดแนวทางปฏิบัติต่อกันระหว่างบุคคลสองฝ่าย คือ นายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจอันดีต่อกัน สามารถทำข้อตกลงในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ในการทำงานร่วมกันได้ รวมทั้งกำหนดวิธีการระงับข้อขัดแย้งหรือระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันให้ได้ข้อยุติที่รวดเร็วด้วยความพอใจของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด เพื่อให้เกิดความสงบสุขในอุตสาหกรรมและความเจริญทางด้านเศรษฐกิจแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และประเทศชาติในที่สุด พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงได้กำหนดวิธีพิจารณา เมื่อมีข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้มีลักษณะเป็นไตรภาคี องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง และผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี โดยเน้นการเจรจาต่อรองเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายที่รัฐ มุ่งประสงค์ในการควบคุมดูแลผู้จัดหางานมิให้เอาเปรียบหรือหลอกลวงผู้หางาน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดหางานและผู้หางานไม่ใช่ความสัมพันธ์ในลักษณะของนายจ้างและลูกจ้าง กฎหมายฉบับนี้จึงแตกต่างจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และไม่อาจถือได้ว่าพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ อันจะทำให้คดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘(๓) และ (๔)

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและอธิบดีกรมการจัดหางาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย และขอให้เพิกถอนกฎระทรวง อันมีลักษณะเป็นคดีปกครองตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง

จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีที่โต้แย้งคำสั่งของนายทะเบียนจัดหางานกลางและปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ระหว่างบริษัทจัดหางานซาโก้ เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ฟ้องคดี ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและอธิบดีกรมการจัดหางาน (นายทะเบียนจัดหางานกลาง) ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งในคดีนี้ได้แก่ ศาลปกครองกลาง

นายสันติ ทักราล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์

ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม

นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง

พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร

หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร

นายพรชัย รัศมีแพทย์

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528
source
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006644.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำวินิจฉัย
year
2545