คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 15/2545 ฉบับเต็ม

#419363
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 15/2545 นายประสาน พงศ์ขจร ผู้ร้อง ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544 มาตรา ไม่มีย่อสั้น ___________________________ (สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล (คำสั่ง) ที่ ๑๕ /๒๕๔๕ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๒ มาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง ศาลจังหวัดลพบุรี ระหว่าง ศาลปกครองกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดลพบุรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจของศาลที่รับฟ้อง และศาลที่ส่งความเห็นกับศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ นายประสาน พงศ์ขจร ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลพบุรีเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๒๘/๒๕๔๔ คัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๔ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กล่าวคือ การนับคะแนนเป็นไปโดยความรีบเร่งจนเกินไปและการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยว่า บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ๓ ใบ เป็นบัตรเสียนั้นไม่ถูกต้อง การกระทำดังกล่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงขอให้ศาลจังหวัดลพบุรีมีคำสั่งให้ยกเลิกคณะกรรมการตรวจคะแนนที่ได้รับการแต่งตั้งตามประกาศ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๔ และมีคำสั่งให้การรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วยในส่วนของหมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๔ เป็นโมฆะ กับขอให้วินิจฉัยชี้ขาดว่าบัตรเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสียนั้นเป็นบัตรเสียตามกฎหมายหรือไม่ ต่อมา องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย ผู้คัดค้าน โดยนายอรัญ ทั่งทองแท้ พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี ทนายผู้คัดค้าน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลพบุรีก่อนวันนัดไต่สวนคำร้องว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองและขอให้ศาลจังหวัดลพบุรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจ หน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเสียก่อนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลจังหวัดลพบุรีเห็นว่า คำร้องของนายประสาน พงศ์ขจร ผู้ร้อง เป็นคำร้องที่มีข้ออ้างว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนนและเจ้าหน้าที่คะแนนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คดีจึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลปกครองกลางเห็นว่า ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม ซึ่งตามมาตรา ๕๗ และ ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๒ บัญญัติให้ผู้สมัครคนใดเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตนั้นเป็นไปโดยมิชอบ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจ เมื่อศาลได้รับคำร้องคัดค้านแล้วให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยเร็ว ดังนั้น ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีการคัดค้านการเลือกตั้งจึงควรเป็นศาลยุติธรรม เพราะศาลยุติธรรมดำเนินกระบวนพิจารณาโดยใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นหลัก ส่วนศาลปกครองดำเนินกระบวนพิจารณาโดยใช้พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล วิธีพิจารณาคดีถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปตามความมุ่งหมายของกฎหมาย หากศาลปกครองต้องตัดสินคดีปกครองโดยใช้วิธีพิจารณาความแพ่งแทนที่จะใช้วิธีพิจารณาคดีปกครองย่อมจะไม่สอดคล้องกับระบบและความมุ่งหมายของกฎหมาย จึงเห็นว่า คำร้องคัดค้านการ เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วยของนายประสาน พงศ์ขจร อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดลพบุรี (ศาลยุติธรรม) ตามแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔ อนึ่ง คณะกรรมการได้เคยวินิจฉัยคดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบลว่าอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมไว้แล้วรวม ๗ เรื่อง คำวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องพิจารณา คณะกรรมการควรวินิจฉัยเรื่องนี้ซ้ำอีกหรือไม่ คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง ขอให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดว่า ศาลใดมีเขตอำนาจเหนือคดีนี้ ซึ่งคณะกรรมการได้เคยวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วรวม ๗ เรื่องว่า คดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตำบล อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจ ตามนัยคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ ๓ ถึงที่ ๗/๒๕๔๔ ที่ ๘และ ๙/๒๕๔๕ ทั้งเรื่องนี้ไม่มีข้อเท็จจริงหรือลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากเรื่องเดิมอันจะทำให้คณะกรรมการต้องวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือวินิจฉัยในประเด็นอื่นอีก ถือได้ว่าเป็นการร้องขอให้วินิจฉัยซ้ำในเรื่องที่คณะกรรมการได้เคยวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้ว ตามข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๒๘ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วยผู้คัดค้านเสียและ ศาลจังหวัดลพบุรีมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป นายสันติ ทักราล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์ ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร นายพรชัย รัศมีแพทย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ () แหล่งที่มา ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 57 และมาตรา 58 วรรคหนึ่ง
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419363
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082624914"
    }
}
date
2545
deka_no
15/2545
deka_running_no
15
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544",
        "law_abbr": "ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายประสาน พงศ์ขจร"
    }
]
long_text
(สำเนา)

คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

(คำสั่ง) ที่ ๑๕ /๒๕๔๕

วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕

เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๒ มาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง

ศาลจังหวัดลพบุรี

ระหว่าง

ศาลปกครองกลาง

การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ

ศาลจังหวัดลพบุรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจของศาลที่รับฟ้อง และศาลที่ส่งความเห็นกับศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น

ข้อเท็จจริงในคดี

เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ นายประสาน พงศ์ขจร ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลพบุรีเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๖๒๘/๒๕๔๔ คัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๔ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กล่าวคือ การนับคะแนนเป็นไปโดยความรีบเร่งจนเกินไปและการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยว่า บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ๓ ใบ เป็นบัตรเสียนั้นไม่ถูกต้อง การกระทำดังกล่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงขอให้ศาลจังหวัดลพบุรีมีคำสั่งให้ยกเลิกคณะกรรมการตรวจคะแนนที่ได้รับการแต่งตั้งตามประกาศ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๔ และมีคำสั่งให้การรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วยในส่วนของหมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๔ เป็นโมฆะ กับขอให้วินิจฉัยชี้ขาดว่าบัตรเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสียนั้นเป็นบัตรเสียตามกฎหมายหรือไม่ ต่อมา องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย ผู้คัดค้าน โดยนายอรัญ ทั่งทองแท้ พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี ทนายผู้คัดค้าน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลพบุรีก่อนวันนัดไต่สวนคำร้องว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองและขอให้ศาลจังหวัดลพบุรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจ หน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเสียก่อนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒

ศาลจังหวัดลพบุรีเห็นว่า คำร้องของนายประสาน พงศ์ขจร ผู้ร้อง เป็นคำร้องที่มีข้ออ้างว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนนและเจ้าหน้าที่คะแนนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คดีจึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ศาลปกครองกลางเห็นว่า ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม ซึ่งตามมาตรา ๕๗ และ ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๒ บัญญัติให้ผู้สมัครคนใดเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตนั้นเป็นไปโดยมิชอบ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจ เมื่อศาลได้รับคำร้องคัดค้านแล้วให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยเร็ว ดังนั้น ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีการคัดค้านการเลือกตั้งจึงควรเป็นศาลยุติธรรม เพราะศาลยุติธรรมดำเนินกระบวนพิจารณาโดยใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นหลัก ส่วนศาลปกครองดำเนินกระบวนพิจารณาโดยใช้พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล วิธีพิจารณาคดีถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปตามความมุ่งหมายของกฎหมาย หากศาลปกครองต้องตัดสินคดีปกครองโดยใช้วิธีพิจารณาความแพ่งแทนที่จะใช้วิธีพิจารณาคดีปกครองย่อมจะไม่สอดคล้องกับระบบและความมุ่งหมายของกฎหมาย จึงเห็นว่า คำร้องคัดค้านการ เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วยของนายประสาน พงศ์ขจร อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดลพบุรี (ศาลยุติธรรม) ตามแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔

อนึ่ง คณะกรรมการได้เคยวินิจฉัยคดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบลว่าอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมไว้แล้วรวม ๗ เรื่อง

คำวินิจฉัย

ปัญหาที่ต้องพิจารณา คณะกรรมการควรวินิจฉัยเรื่องนี้ซ้ำอีกหรือไม่

คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย หมู่ที่ ๒ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง ขอให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดว่า ศาลใดมีเขตอำนาจเหนือคดีนี้ ซึ่งคณะกรรมการได้เคยวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วรวม ๗ เรื่องว่า คดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตำบล อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจ ตามนัยคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ ๓ ถึงที่ ๗/๒๕๔๔ ที่ ๘และ ๙/๒๕๔๕ ทั้งเรื่องนี้ไม่มีข้อเท็จจริงหรือลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากเรื่องเดิมอันจะทำให้คณะกรรมการต้องวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือวินิจฉัยในประเด็นอื่นอีก ถือได้ว่าเป็นการร้องขอให้วินิจฉัยซ้ำในเรื่องที่คณะกรรมการได้เคยวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้ว ตามข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๒๘

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วยผู้คัดค้านเสียและ

ศาลจังหวัดลพบุรีมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

นายสันติ ทักราล หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์

ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม

นายอักขราทร จุฬารัตน นายโภคิน พลกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง

พลโท สมัยรบ สุทธิวาทนฤพุฒิ พลโท อาชวัน อินทรเกสร

หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร

นายพรชัย รัศมีแพทย์

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 57 และมาตรา 58 วรรคหนึ่ง
source
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006650.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำวินิจฉัย(คำสั่ง)
year
2545