คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15198/2551 ฉบับเต็ม

#419892
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15198/2551 นายวิจิตร ศรีสังข์ ผู้ร้อง นายผดุงศักดิ์ พันธุ์สาธิต ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 4, มาตรา 73, มาตรา 74, มาตรา 75 ผู้ร้องคัดค้านได้ร่วมก่อตั้งบริษัท อ. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท ม. โดยผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้ถือหุ้น การที่ผู้ร้องคัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดไม่ดำเนินการใดๆ กับบริษัท ม.ซึ่งค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากคำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อเครือญาติและตนเองในบริษัทดังกล่าว อันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล ถือได้ว่าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในเรื่องดังกล่าว เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่กรณีดังกล่าวได้ ทั้งไม่ปรากฏว่ามีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นในกรณีเช่นนี้ จึงต้องวินิจฉัยคดีโดยอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของร่วมในอาคารชุดย่อมร้องขอให้ศาลแต่งตั้ง ธ. เป็นผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินการในเรื่องการทวงถามค่าใช้จ่ายส่วนกลางตลอดจนการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทลได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 75 ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายธรรมนูญเป็นผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล โดยให้มีอำนาจทวงถาม งดให้บริการสาธารณูปโภคและฟ้องร้องบังคับคดีแก่เจ้าของห้องชุดผู้ค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวโดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามข้อบังคับและตามกฎหมาย ผู้ร้องคัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง (ที่ถูก พิพากษา) ให้ยกคำร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน แต่ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 3,000 บาท แทนผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า บริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด เป็นเจ้าของโครงการและเจ้าของร่วมในอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุด นายวิจิตรผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมในอาคารชุดดังกล่าวด้วยรายหนึ่ง เมื่อปี 2541 ที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมมีมติเลือกนายผดุงศักดิ์ผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้จัดการตามข้อบังคับของนิติบุคคลดังกล่าวเจ้าของร่วมแต่ละรายต้องออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริหารและดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง ปรากฏว่าบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด และเจ้าของร่วมรายอื่นติดค้างค่าใช้จ่ายส่วนกลางเกิน 25,000 บาท แต่ผู้ร้องคัดค้านไม่ดำเนินการทวงถามและงดให้บริการสาธารณูปโภคกับฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามมติของคณะกรรมการ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ผู้ร้องคัดค้านไม่ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการเป็นกรณีที่ประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลกับผู้แทนของนิติบุคคลขัดกัน เป็นเหตุให้ไม่มีผู้แทนนิติบุคคลเหลืออยู่ จึงชอบที่ผู้ร้องจะให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินการดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 หรือไม่ เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องคัดค้านกับบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด ตามที่ได้ความจากผู้ร้องและนางเยาวดี พยานผู้ร้อง โดยผู้ร้องคัดค้านไม่โต้แย้งว่า นายวิชิต และนางอรวรรณ พี่เขยและพี่สาวของผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวตามสำเนาหนังสือบริคณฑ์สนธิ และนายวิชิตยังร่วมกับผู้ร้องคัดค้านก่อตั้งบริษัทเอสเตท โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด โดยนายวิชิตเป็นกรรมการ และผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้ถือหุ้น จะเห็นได้ว่าเหตุที่ผู้ร้องคัดค้านไม่ดำเนินการใด ๆ กับบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด ซึ่งค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากคำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อเครือญาติและตนเองในบริษัทดังกล่าว อันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ดพาราไดซ์ คอนโดเทล ถือได้ว่าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในเรื่องดังกล่าว และเนื่องจากคะแนนเสียงของบริษัท มิลฟอร์ดพาราไดซ์ จำกัด ในนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวมีเกินกึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงทั้งหมดของเจ้าของร่วม ดังที่ได้ความจากนายธรรมนูญพยานผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของร่วมรายหนึ่งโดยผู้ร้องคัดค้านไม่โต้แย้งว่า คะแนนเสียงในการลงมติของบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการจะมีประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ของเจ้าของร่วมทั้งหมด ในกรณีจะเปลี่ยนแปลงผู้จัดการ หากบริษัทดังกล่าวไม่ออกเสียงหรือไม่สนับสนุนก็ไม่อาจดำเนินการได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์คอนโดเทล ในข้อ 40 และ 40.2 หากจะปล่อยให้สภาพการณ์เป็นเช่นนั้นต่อไป ย่อมไม่เป็นธรรมแก่บรรดาเจ้าของร่วมอื่นที่ต้องแบกรับภาระในค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่กรณีดังกล่าวได้ ทั้งไม่ปรากฏว่ามีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นในกรณีเช่นนี้ จึงต้องวินิจฉัยคดีโดยอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 ซึ่งได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73 ถึง 75 เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงแก่กรณีในคดีนี้ โดยมาตรา 74 บัญญัติว่า "ถ้าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในการอันใด ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้" มาตรา 75 บัญญัติว่า "ถ้ากรณีตามมาตรา 74 เป็นเหตุให้ไม่มีผู้แทนของนิติบุคคลเหลืออยู่....ให้นำความในมาตรา 73 มาใช้บังคับเพื่อตั้งผู้แทนเฉพาะการโดยอนุโลม" กล่าวคือ ให้ถือว่าผู้แทนของนิติบุคคลนั้นว่างลงตามมาตรา 73 ซึ่งให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลเพื่อแต่งตั้งผู้แทนดังกล่าวได้ ดังนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของร่วมในอาคารชุดย่อมร้องขอให้ศาลแต่งตั้งนายธรรมนูญเป็นผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินการในเรื่องการทวงถามค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ตลอดจนการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 เมื่อไม่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือมีความประพฤติไม่เหมาะสมประการใด จึงมีเหตุสมควรตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้แทนเฉพาะการ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ตั้งนายธรรมนูญเป็นผู้แทนเฉพาะการให้ดำเนินการทวงถาม งดให้บริการสาธารณูปโภคและฟ้องร้องบังคับคดีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่บริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด และเจ้าของร่วมอื่นที่ติดค้างชำระอยู่แก่นิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในส่วนนี้เช่นเดียวกับผู้จัดการตามข้อบังคับของนิติบุคคลดังกล่าวค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา-พิทยา บุญชู-เฉลิมชัย ตันตยานนท์) ศาลชั้นต้น - นายสุธรรม จุลิรัชนีกร ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชาติชาย อัครวิบูลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2473/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ282/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1432/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419892
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายสุธรรม จุลิรัชนีกร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายชาติชาย อัครวิบูลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005386"
    }
}
date
2551
deka_no
15198/2551
deka_running_no
15198
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา",
    "พิทยา บุญชู",
    "เฉลิมชัย ตันตยานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 73",
            "ม. 74",
            "ม. 75"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายวิจิตร ศรีสังข์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายผดุงศักดิ์ พันธุ์สาธิต"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายธรรมนูญเป็นผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล โดยให้มีอำนาจทวงถาม งดให้บริการสาธารณูปโภคและฟ้องร้องบังคับคดีแก่เจ้าของห้องชุดผู้ค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวโดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามข้อบังคับและตามกฎหมาย

ผู้ร้องคัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง (ที่ถูก พิพากษา) ให้ยกคำร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน แต่ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 3,000 บาท แทนผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า บริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด เป็นเจ้าของโครงการและเจ้าของร่วมในอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุด นายวิจิตรผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมในอาคารชุดดังกล่าวด้วยรายหนึ่ง เมื่อปี 2541 ที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมมีมติเลือกนายผดุงศักดิ์ผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้จัดการตามข้อบังคับของนิติบุคคลดังกล่าวเจ้าของร่วมแต่ละรายต้องออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริหารและดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง ปรากฏว่าบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด และเจ้าของร่วมรายอื่นติดค้างค่าใช้จ่ายส่วนกลางเกิน 25,000 บาท แต่ผู้ร้องคัดค้านไม่ดำเนินการทวงถามและงดให้บริการสาธารณูปโภคกับฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามมติของคณะกรรมการ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ผู้ร้องคัดค้านไม่ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการเป็นกรณีที่ประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลกับผู้แทนของนิติบุคคลขัดกัน เป็นเหตุให้ไม่มีผู้แทนนิติบุคคลเหลืออยู่ จึงชอบที่ผู้ร้องจะให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินการดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 หรือไม่ เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องคัดค้านกับบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด ตามที่ได้ความจากผู้ร้องและนางเยาวดี พยานผู้ร้อง โดยผู้ร้องคัดค้านไม่โต้แย้งว่า นายวิชิต และนางอรวรรณ พี่เขยและพี่สาวของผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวตามสำเนาหนังสือบริคณฑ์สนธิ และนายวิชิตยังร่วมกับผู้ร้องคัดค้านก่อตั้งบริษัทเอสเตท โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด โดยนายวิชิตเป็นกรรมการ และผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้ถือหุ้น จะเห็นได้ว่าเหตุที่ผู้ร้องคัดค้านไม่ดำเนินการใด ๆ กับบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด ซึ่งค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากคำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อเครือญาติและตนเองในบริษัทดังกล่าว อันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ดพาราไดซ์ คอนโดเทล ถือได้ว่าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในเรื่องดังกล่าว และเนื่องจากคะแนนเสียงของบริษัท มิลฟอร์ดพาราไดซ์ จำกัด ในนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวมีเกินกึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงทั้งหมดของเจ้าของร่วม ดังที่ได้ความจากนายธรรมนูญพยานผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของร่วมรายหนึ่งโดยผู้ร้องคัดค้านไม่โต้แย้งว่า คะแนนเสียงในการลงมติของบริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการจะมีประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ของเจ้าของร่วมทั้งหมด ในกรณีจะเปลี่ยนแปลงผู้จัดการ หากบริษัทดังกล่าวไม่ออกเสียงหรือไม่สนับสนุนก็ไม่อาจดำเนินการได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์คอนโดเทล ในข้อ 40 และ 40.2 หากจะปล่อยให้สภาพการณ์เป็นเช่นนั้นต่อไป ย่อมไม่เป็นธรรมแก่บรรดาเจ้าของร่วมอื่นที่ต้องแบกรับภาระในค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่กรณีดังกล่าวได้ ทั้งไม่ปรากฏว่ามีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นในกรณีเช่นนี้ จึงต้องวินิจฉัยคดีโดยอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 ซึ่งได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73 ถึง 75 เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงแก่กรณีในคดีนี้ โดยมาตรา 74 บัญญัติว่า "ถ้าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในการอันใด ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้" มาตรา 75 บัญญัติว่า "ถ้ากรณีตามมาตรา 74 เป็นเหตุให้ไม่มีผู้แทนของนิติบุคคลเหลืออยู่....ให้นำความในมาตรา 73 มาใช้บังคับเพื่อตั้งผู้แทนเฉพาะการโดยอนุโลม" กล่าวคือ ให้ถือว่าผู้แทนของนิติบุคคลนั้นว่างลงตามมาตรา 73 ซึ่งให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลเพื่อแต่งตั้งผู้แทนดังกล่าวได้ ดังนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของร่วมในอาคารชุดย่อมร้องขอให้ศาลแต่งตั้งนายธรรมนูญเป็นผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินการในเรื่องการทวงถามค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ตลอดจนการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 เมื่อไม่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือมีความประพฤติไม่เหมาะสมประการใด จึงมีเหตุสมควรตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้แทนเฉพาะการ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ตั้งนายธรรมนูญเป็นผู้แทนเฉพาะการให้ดำเนินการทวงถาม งดให้บริการสาธารณูปโภคและฟ้องร้องบังคับคดีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่บริษัท มิลฟอร์ด พาราไดซ์ จำกัด และเจ้าของร่วมอื่นที่ติดค้างชำระอยู่แก่นิติบุคคลอาคารชุดมิลฟอร์ด พาราไดซ์ คอนโดเทล โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในส่วนนี้เช่นเดียวกับผู้จัดการตามข้อบังคับของนิติบุคคลดังกล่าวค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ282/2542
primary_red_case_no
พ1432/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000582.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2473/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551