คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15219/2551 ฉบับเต็ม

#419902
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15219/2551 นายวินัย ชัยพานิช โจทก์ นายวินันท์ ชัยพานิช จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 84 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้โจทก์และบริวารอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทจนตลอดชีวิต เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยให้การว่าบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นการขัดต่อสัญญาประนีประนอมยอมความไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมายและจำเลยทำบันทึกข้อตกลงเพราะถูกโจทก์บังคับให้กระทำจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา จะเห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้ให้การยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญาบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมตามที่โจทก์ฟ้อง คดีมีประเด็นที่ต้องพิจารณาตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยว่า จำเลยต้องทำหนังสือและจดทะเบียนให้โจทก์และบริวารอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทตลอดชีวิตตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจะต้องดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำรับของฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย ที่ศาลจะวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และบริวารมีสิทธิอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 572 ถนนสาธรใต้ ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพมหานคร ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 30252 ตำบลทุ่งมหาเมฆ (สาธร) อำเภอยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร จนตลอดชีวิตของโจทก์ หากจำเลยไม่ทำหรือไม่ยอมไปทำการจดทะเบียนก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนี้แสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปชอบหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้โจทก์และบริวารอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทจนตลอดชีวิต เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชำระค่าขนย้ายให้โจทก์ตามที่ตกลงในบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมดังกล่าว จำเลยให้การว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นการขัดต่อสัญญาประนีประนอมยอมความไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมายและจำเลยทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเพราะถูกโจทก์ขู่บังคับให้กระทำจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมจะเห็นได้ว่า ตามคำให้การจำเลยไม่ได้ให้การยอมรับว่า เป็นฝ่ายผิดสัญญาบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมตามที่โจทก์ฟ้อง คดีมีประเด็นที่ต้องพิจารณาตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยว่า จำเลยต้องทำหนังสือและจดทะเบียนให้โจทก์และบริวารอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทตลอดชีวิตตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจะต้องดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำรับของฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย ที่ศาลจะวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยตามที่โจทก์อ้าง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พันวะสา บัวทอง-ธนัท วิรบุตร์-สมศักดิ์ ตันติภิรมย์) ศาลแพ่ง - นางสาวปณิธิ อัครนิธิ ศาลอุทธรณ์ - นายน้ำเพชร ปานะถึก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.258/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ15226/2540 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ19151/2540 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419902
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวปณิธิ อัครนิธิ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายน้ำเพชร ปานะถึก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005384"
    }
}
date
2551
deka_no
15219/2551
deka_running_no
15219
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "พันวะสา บัวทอง",
    "ธนัท วิรบุตร์",
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 84"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวินัย ชัยพานิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวินันท์ ชัยพานิช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และบริวารมีสิทธิอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 572 ถนนสาธรใต้ ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพมหานคร ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 30252 ตำบลทุ่งมหาเมฆ (สาธร) อำเภอยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร จนตลอดชีวิตของโจทก์ หากจำเลยไม่ทำหรือไม่ยอมไปทำการจดทะเบียนก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนี้แสดงเจตนาแทนจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปชอบหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้โจทก์และบริวารอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทจนตลอดชีวิต เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชำระค่าขนย้ายให้โจทก์ตามที่ตกลงในบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมดังกล่าว จำเลยให้การว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นการขัดต่อสัญญาประนีประนอมยอมความไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมายและจำเลยทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเพราะถูกโจทก์ขู่บังคับให้กระทำจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมจะเห็นได้ว่า ตามคำให้การจำเลยไม่ได้ให้การยอมรับว่า เป็นฝ่ายผิดสัญญาบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมตามที่โจทก์ฟ้อง คดีมีประเด็นที่ต้องพิจารณาตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยว่า จำเลยต้องทำหนังสือและจดทะเบียนให้โจทก์และบริวารอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทตลอดชีวิตตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจะต้องดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำรับของฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย ที่ศาลจะวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยตามที่โจทก์อ้าง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ15226/2540
primary_red_case_no
พ19151/2540
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000582.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.258/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551